ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มอง “ทองคำ” เป็นเพียงในฐานะสินทรัพย์เพื่อการออม แต่ยังมองว่าเป็น “สิ่งสะท้อนตัวตนและคุณค่าทางอารมณ์” การสร้างแบรนด์ของร้านทองจึงต้องขยับจากการขาย “เปอร์เซ็นและน้ำหนักทอง” ไปสู่การขาย “คุณค่าและความหมาย” ของทองคำ
แม้ว่าธุรกิจร้านทองในประเทศไทยจะมีลักษณะแตกต่างจากธุรกิจ high jewelry อย่าง Van Cleef & Arpels (VCA) ในด้านจุดประสงค์หลัก แต่แนวทางการสร้างแบรนด์ของ VCA ยังเป็นต้นแบบที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อสร้างความแตกต่างและความผูกพันกับลูกค้าร้านทองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทความนี้จึงมุ่งวิเคราะห์เชิงลึก เปรียบเทียบ DNA ของ VCA กับบริบทของร้านทองไทย พร้อมเสนอแนวทางประยุกต์ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทองคำไทย ซึ่งมีรากฐานเฉพาะตัวจากประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเทคนิคของช่างทองไทย
Van Cleef & Arpels – “Poetry of Time and Nature”
แบรนด์แห่งความรัก Van Cleef & Arpels เกิดขึ้นจากการแต่งงานกันระหว่าง Estelle Arpels และ Alfred Van Cleef ในปี 1895 ของคู่รักซึ่งมาจากครอบครัวพ่อค้าเครื่องประดับ ได้ร่วมกันก่อตั้งแบรนด์ในปี พ.ศ. 2449 (ค.ศ. 1906) ย่านศูนย์กลางสินค้าแบรนด์หรู ในกรุงปารีส ฝรั่งเศส
แรงบันดาลใจสำคัญของแบรนด์ Van Cleef & Arpels คือ “ความรัก” ซึ่งได้ซึมซาบอยู่ในผลงานมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ความรักจึงกลายเป็นธีมหลักที่ปรากฏอยู่ในทุกคอลเล็กชันของแบรนด์ ทุกรายละเอียดของการออกแบบล้วนสะท้อนอารมณ์ ความทรงจำ และความหมายอันลึกซึ้งของความรักในหลากหลายรูปแบบ ที่ครอบคลุมถึงความรักในธรรมชาติ เทพนิยาย ความรักในศิลปะ นิทานอีสป และความรักในครอบครัว
ด้วยความเป็นเลิศในด้านการออกแบบและฝีมือ Van Cleef & Arpels ได้กลายเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากราชวงศ์ ดาราดัง และ บุคคลสำคัญทั่วโลก คำว่า “Poetry of Time” และ “Poetry of Nature” เป็นปรัชญาหลักของแบรนด์ที่สะท้อนมุมมองในการเปลี่ยนเครื่องประดับและนาฬิกา ให้กลายเป็นงานศิลป์ที่มีจิตวิญญาณและเรื่องราว ที่ Van Cleef & Arpels ใช้เป็นเข็มทิศในการออกแบบและสื่อสารกับผู้ชมทั่วโลก ด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ดังนี้
- สื่อสารผ่านนิทานและความฝัน สร้าง “มรดกทางอารมณ์” (emotional heritage) ซึ่งทำให้ผู้บริโภคไม่เพียงแค่จดจำแบรนด์ แต่รู้สึก เป็นเจ้าของความทรงจำบางอย่างร่วมกับแบรนด์
- Poetry of Time & Nature ถ่ายทอดธรรมชาติในรูปแบบกวีและเรื่องเล่าผ่านกาลเวลา ซึ่งดึงดูดกลุ่มลูกค้าที่มองหาความรู้สึก ความละเอียดอ่อน และความหมาย มากกว่าความอลังการ
- ใช้นวัตกรรมฝีมือระดับสูง ด้วยเทคนิคที่มีลิขสิทธิ์ “Mystery Set” ในการฝังพลอยโดยไม่เห็นหนามเตย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว กลยุทธ์ นี้วางตำแหน่งแบรนด์ในกลุ่ม “Haute Joaillerie”
- สร้างอัตลักษณ์ด้วย “ความรัก” แบรนด์ถือกำเนิดจากความรักของผู้ก่อตั้ง (ระหว่าง Estelle Arpels และ Alfred Van Cleef) ซึ่งกลายเป็น แก่นความคิดของคอลเลกชันจำนวนมาก เช่น แหวนหมั้น แหวนแต่งงานนาฬิกาที่เกี่ยวข้องกับคู่รัก คอลเลกชันที่สื่อถึงโชค ความรัก ความหวัง

หลักการสำคัญของ VCA ที่ร้านค้าทองสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้
หลักการที่โดดเด่นของ VCA คือ Storytelling ความผูกพันทางอารมณ์ และนวัตกรรมการผลิต ซึ่งร้านทองในประเทศไทยสามารถนำมาปรับใช้ได้ ดังนี้
- สร้างมรดกทางอารมณ์
ร้านทองไทยสามารถใช้ “เรื่องราวแห่งความผูกพัน” เป็นจุดขาย เช่น
– การสืบทอดกิจการจากรุ่นสู่รุ่น เช่น ทองแห่งความไว้วางใจจาก พ.ศ. 1999
– การซื้อทองเพื่อโอกาสสำคัญของครอบครัว เช่น งานแต่งงาน หรือรับขวัญหลาน
- ความงามเชิงความหมาย
แทนที่จะเน้นการออกแบบที่หรูหราเกินจริง ร้านทองไทยสามารถใช้แนวคิด “ความงามเชิงความหมาย” เช่น ลวดลายมงคลบนทองรูปพรรณ อย่างลายดอกพิกุล หรือลายที่สื่อถึงความมั่งคั่ง พร้อมสอดแทรก “เรื่องเล่าเบื้องหลัง” เพื่อเพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับสินค้า
- คุณค่าของความประณีตในงานฝีมือ
เน้นการสร้างความแตกต่างผ่าน “นวัตกรรมงานฝีมือ” และ “มาตรฐานคุณภาพ” ที่สะท้อนความเชี่ยวชาญของช่างทองไทยอย่างแท้จริง พร้อมสื่อสารให้ลูกค้าเห็นถึง “คุณค่าของความประณีต” และ “ค่ากำเหน็จที่สมเหตุสมผล” ที่โปร่งใสและตรวจสอบได้
- ซื่อสัตย์ มุ่งมั่นและจริงใจต่อลูกค้า
VCA สร้างแบรนด์จาก “ความรักของผู้ก่อตั้ง” ขณะที่ร้านทองไทยสามารถเล่า “ความจริงใจของผู้ประกอบการ” เช่น เรื่องของการเริ่มต้นธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ ความมุ่งมั่น และความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้าในชุมชน การเปิดเผยเรื่องราวเบื้องหลังเหล่านี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกถึง “ตัวตนของแบรนด์” และเชื่อมั่นในคุณค่าที่ร้านยึดถือ
สรุป
กล่าวได้ว่า การสร้างแบรนด์ร้านค้าทองในไทยให้โดดเด่นด้วยแรงบันดาลใจจาก VCA คือการเปลี่ยนมุมมองจากการขาย “เปอร์เซ็นและน้ำหนักทอง” ไปสู่การขาย “เรื่องราว, ฝีมือ, และความเชื่อใจ” ด้วยการนำหลักการเหล่านี้มาใช้ ร้านทองในไทยจะสามารถยกระดับจากร้านค้าทั่วไปไปสู่ แบรนด์ที่มีอัตลักษณ์ชัดเจนและมีมูลค่าทางอารมณ์สูงได้อย่างแน่นอน

อ้างอิงข้อมูลจาก
ศูนย์ข้อมูลอัญมณีและเครื่องประดับ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) : https://infocenter.git.or.th/storage/free_publications/QgPqAIakkpk5MIGqMVhaGJGPnA3ElENymxS89NDr.pdf
