Author Archives: Gold

ทำอย่างไรให้ร้านทองปลอดภัยห่างไกลจากการจี้ปล้น

ปัญหาจี้ปล้นร้านทองก็ยังคงวนเวียนมาให้ได้หวาดระแวงกันเสมอนะครับ ผมได้รวบรวมหลากหลายแนวคิดวิธีการในการป้องกันร้านทองให้ปลอดภัยห่างไกลจากการจี้ปล้น ซึ่งหลายร้านได้ดำเนินการอยู่แล้วแต่บางร้านก็ยังกำลังตัดสินใจอยู่ ซึ่งจะมีอะไรบ้าง ลองมาดูกันครับ           ทั้งหมดนี้แม้จะไม่สามารถการันตีได้ 100% ว่าจะไม่เกิดเหตุร้ายขึ้นกับร้านทอง แต่อย่างน้อยก็จะช่วยลดความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินได้ ซึ่งจะสร้างความสบายใจ ทั้งเจ้าของร้านและพนักงานในร้าน โดยเชื่อว่าลูกค้าจะเข้าใจเป็นอย่างดี ที่มา : จุลสารทองคำ ประจำเดือน กรกฎาคม 2557พิมพ์แจก สมาชิกสมาคมค้าทองคำ ทั่วประเทศ

เศรษฐกิจยุโรปปัจจัยที่ยังไม่ควรมองข้าม

ไม่กี่เดือนที่ผ่านมายังมีปัจจัยที่เข้ามากระทบต่อราคาทองคำมากเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเก่าอย่างการลดขนาด QE การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ประเด็นสงครามในประเทศตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันตกเหล่านี้ ถือเป็นเรื่องเก่าที่ยังคงมีความสำคัญ แต่ประเด็นข่าวล่าสุดที่สร้างความวิตกต่อเศรษฐกิจยูโรโซน โดยเฉพาะในภาคธนาคารอีกครั้ง คือปัญหาของธนาคาร Banco Espirito Santo (BES) ซึ่งเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโปรตุเกสหลังจากถูกระงับ การซื้อขายในตลาด PSI ของโปรตุเกส ล่าสุดก็ได้รับเงินช่วยเหลือไปกว่า 4.9 พันล้านยูโร กรณีนี้เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าวิกฤติ ทางการเงินการคลังของประเทศในแถบยูโรโซน ยังคงมีปัญหาและอาจจะเพิ่มความเสี่ยงในระบบการเงินอีกครั้งในอนาคต วิกฤติหนี้สินในยุโรปเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงปี 2552 โดยสาเหตุสำคัญหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง การใช้นโยบายประชานิยมที่สร้างรายจ่ายภาครัฐเป็นจำนวนมาก ความไม่สมดุลทางการค้าระหว่างประเทศที่รวมตัวกัน ทำให้มีการ ขาดดุลการค้าจำนวนมาก การใช้นโยบายด้านการเงินร่วมกันทำให้ขาดความยืดหยุ่นในการใช้นโยบาย รวมถึงการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง CDS และตราสารอนุพันธ์อื่นทำให้การตรวจสอบหนี้สินทำได้ยาก ทั้งหลายเหล่านี้ทำให้เกิดปัญหาขึ้น โดยเริ่มจาก กรีซ ซึ่งเป็นประเทศที่มีสัดส่วนหนี้สินต่อ GDP สูงสุดในกลุ่มและลุกลามไปสู่หลายประเทศในกลุ่ม PIIGS อย่างไอร์แลนด์ โปรตุเกส รวมถึงประเทศขนาดใหญ่อย่างสเปนและอิตาลี ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน กลุ่มยูโรโซนใช้การตั้งกองทุน EFSF และ ESM ขึ้นมาเพื่อรักษาเสถียรภาพ

ภาษีมูลค่าเพิ่มจะปรับขึ้นจริงหรือ?

ภาษีมูลค่าเพิ่มจะปรับขึ้นจริงหรือ?        ตามประกาศ คสช.ที่ 92/2557 เรื่องการลดภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือ 6.3% ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2557 ถึง 30 กันยายน 2558 และให้ปรับขึ้นเป็น 9% เริ่มตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความสับสนในการทำความเข้าใจ อันที่จริงแล้ว การปรับลดภาษีมูลค่าเพิ่มเหลือ6.3% นั้น ในทางปฏิบัติ ภาษีมูลค่าเพิ่มยังคงอยู่ที่ 7% เหมือนเดิม เพราะการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 6.3% ยังไม่รวมภาษีท้องถิ่นอีก 0.7% หากรวมกันจะทำให้ภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 7% ตามที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน       สำหรับภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่จะปรับขึ้นอยู่ในอัตรา 9% ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2558 เป็นต้นไปนั้น เป็นอัตราที่ต้องรวมกับภาษีท้องถิ่นอีก 1% ด้วย ซึ่งจะส่งผลให้ภาษีมูลค่าเพิ่มอยู่ที่ 10% ตามเพดานสูงสุดที่มีอยู่ตามกฎหมาย

ตลาดทองขาลงถึงเมื่อไหร่?

คำถามที่เป็นปกติในกลุ่มของนักลงทุนทองคำ คือ ตลาดทองคำจะเป็นขาลงไปถึงเมื่อใด ซึ่งก็ต้องเรียนตรง ๆ ว่า   คงเป็นการยากที่จะกำหนดเวลาให้ชัดเจนว่าตลาดทองคำจะอยู่ในช่วงขาลงไปถึงเมื่อใด   แต่เมื่อมองปัจจัยที่กระทบต่อราคาทองคำ   และทำให้ทองคำเข้าสู่ช่วงขาลง นั้น อาจจะพอประมาณได้ว่า  สัญญาณใดที่จะบอกว่า ตลาดทองคำอาจจะเริ่มที่จะจบช่วงขาลง    หรืออาจจะกลับเข้าสู่ช่วงตลาดขาขึ้นได้อีกครั้งจะเกิดขึ้นจากสัญญาณใด   ช่วงตลาดขาลงเกิดขึ้นหลังจากที่เริ่มเห็นสัญญาณของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และกระแสข่าวเรื่องการเริ่มจำกัดนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ  ซึ่งราคาเริ่มอ่อนตัวลงเรื่อยมาตามสัญญาณดังกล่าว    จนถึงการปรับลดนโยบาย QE ครั้งแรกในเดือนธันวาคม ปีที่ผ่านมา   ขณะที่เมื่อมองความสัมพันธ์กับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็พบว่า   ทิศทางค่าเงินดอลลาร์มีการแข็งค่าอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาการฟื้นตัวในช่วงเวลาเดียวกัน    จึงอาจจะกล่าวได้ว่า ในช่วงตลาดทองขาลงเกิดจากการฟื้นตัว และการลดขนาดมาตรการทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ     ดังนั้น  การจบช่วงตลาดขาลง อาจจะเริ่มเห็นสัญญาณจากช่วงที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ  เริ่มปรับนโยบายเข้าสู่สภาวะที่เกือบปกติ  หมายถึง เริ่มปรับดอกเบี้ยสักระยะ  จนตลาดไม่ตื่นตกใจต่อการขึ้นดอกเบี้ยในอนาคตนั่นเอง   ส่วนช่วงของตลาดขาขึ้นของทองคำ ถ้าย้อนดูปัจจัยที่หนุนราคาทองคำในอดีตเป็นความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากวิกฤติทางการเงินการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินขนาดใหญ่ของธนาคารกลางสหรัฐฯ  และการเข้าซื้อขายเก็งกำไร  ดังนั้น การจะทำให้ราคาทองคำกลับเข้าสู่ช่วงที่ปรับตัวขึ้นได้ก็อาจจะต้องมีความเสี่ยงสำคัญเกิดขึ้น ตัวอย่างความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับราคาพลังงาน ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ความเสี่ยงที่เกิดจากความขัดแย้งระหว่างชาติที่อาจจะนำไปสู่การสู้รบ เรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นประเด็นที่เคยทำให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นได้ทั้งสิ้น นอกเหนือจากนี้ การที่ตลาดการลงทุน มีการใช้ทองคำในการซื้อขายเก็งกำไร  และมีการสะสมทองคำเพิ่มมากขึ้น  ดังนั้น ในช่วงภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตได้ดี  ก็อาจจะเป็นช่วงที่ราคาทองคำสามารถกลับเข้าสู่ช่วงของตลาดขาขึ้นเช่นเดียวกัน       แม้ช่วงกว่า 2

เคล็ดลับทำความสะอาดทองง่าย ๆ ด้วยตนเอง

เคล็ดลับทำความสะอาดทองง่าย ๆ ด้วยตนเอง        เครื่องประดับที่ทำจากทอง ไม่ว่าจะเป็น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ หรือ แหวน  เมื่อใช้ไปนานๆแล้วอาจจะหมองไม่เงางาม เหมือนตอนซื้อมาใหม่ๆเพราะโดนเหงื่อของเราซึ่งมีกรด เครื่องประดับเหล่านี้จะแพ้ความเค็มในเหงื่อของเรา จึงควรทำความสะอาดบ่อยๆ ให้เครื่องประดับกลับมาเงางามอีกครั้ง โดยมีหลายวิธีง่ายๆ ดังนี้ วิธีทำความสะอาดทองไม่ให้สึกหรอ1. ใช้น้ำอุ่นผสมกับน้ำยาล้างจาน นำทองไปแช่ ขัดด้วยแปรงสีฟันขนนุ่มๆ และล้างด้วยน้ำสะอาด 2. ใช้แปรงสีฟันขนนุ่มชุบยาสีฟัน แปรงทั่วๆ แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เสร็จแล้วใช้ผ้านิ่มๆ ขัดเงาอีกครั้ง 3. แช่น้ำมะนาวไว้ประมาณ 1 วัน อาจจะเป็นช่วงกลางคืนตอนเราหลับก็ได้ หลังจากนั้น ถูเบาๆ ให้คราบสกปรกออกไป เช็ดให้แห้ง และหากมีแป้งเด็ก ก็สามารถนำมาทาบางๆ แล้วใช้ผ้าขัดอีก เพื่อความเงางาม 4. ใช้น้ำมะขามเปียก ขัด และล้างน้ำออกให้สะอาด เช็ดให้แห้ง 5. เครื่องประดับที่มีลวดลายละเอียด ควรแช่ในน้ำเดือด ผสมโซเดียมไบคาร์บอเนตหนึ่งหยิบมือ แช่ทีละชิ้น ประมาณ 30 วินาที จากนั้นซับให้แห้งด้วยผ้านิ่ม แต่ในกรณีที่เครื่องประดับมีพลอยตกแต่งอยู่ ไม่ควรใช้วิธีนี้

ทองคำบริสุทธิ์ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าให้เต่งตึงได้ จริงหรือ?

ทองคำบริสุทธิ์ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าให้เต่งตึงได้ จริงหรือ?           ทองคำ นับเป็นอัญมณีล้ำค่าตลอดกาล มนุษย์มักจะให้ความสำคัญกับอัญมณีที่มีค่าและหายากมาสัมพันธ์กับสุขภาพกายและความงามเสมอ มีประวัติการนำทองคำบริสุทธิ์มาดัดแปลงใช้กับส่วนต่างๆของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งใบหน้า โดยเชื่อว่าจะช่วยชะลออายุผิวพรรณตั้งแต่ครั้งยุคของพระนางคลีโอพัตรา และมีใช้ในระดับผู้นำสูงสุดอีกหลายทวีป เช่น จีน อัฟริกา รวมทั้งยุโรป แม้จะยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนทางวิทยาศาสตร์ว่าทองคำจะช่วยชะลอความเหี่ยวย่นของผิวหนังได้อย่างไร แต่ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของทองคำได้ออกสู่ตลาดในหลายรูปแบบ ทั้งครีมทาผิว ครีมพอกหน้า รวมทั้งแผ่นทองคำเปลวบริสุทธิ์ 24 เค สำหรับพอกหน้า เราจะมาดูว่ามีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์อะไรบ้างที่พอจะเชื่อถือได้ว่าทองคำมีส่วนดีต่อสุขภาพทางกายและความสวยงาม และก่อให้เกิดอาการข้างเคียงได้หรือไม่ การนำทองคำมาใช้ประกอบอาหารและเครื่องดื่ม          จากหลักฐานทางการวิทยาศาสตร์ พบว่าโลหะทองคำบริสุทธิ์ จะไม่มีปฏิกิริยากับสารเคมีใดๆหรือต่อเซลของร่างกาย  เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรืออาการข้างเคียง สหภาพยุโรป หรือ อียู ได้รับรองและอนุญาตให้ทองคำจัดอยู่ในกลุ่มสารเติมแต่งผสมในอาหารได้ (Food Additives) ในประเทศเยอรมนีและยุโรปหลายประเทศ มีการนำแผ่นทองคำเปลวหรือในรูปผงบดละเอียดมาประยุกต์ใช้ตกแต่งอาหาร รวมทั้งการผสมในเครื่องดื่มยี่ห้อเก่าแก่ เช่น Goldschlager, Gold Strike, and Goldwasser ซึ่งจัดอยู่ในประเภทเครื่องดื่มสุขภาพที่แพงจัด ในประเทศทางแถบเอเชีย เช่น บาหลี มีการนำทองคำมาผสมในการทำขนมหวาน อย่างไรก็ตามเนื่องจากโลหะทองคำมีคุณสมบัติเฉื่อย จึงไม่มีปฏิกิริยากับสิ่งแวดล้อมในร่างกาย ดังนั้นจึงไม่มีรสชาติ และไม่มีคุณค่าทางอาหาร และจะถูกขับออกจากร่างกายได้โดยไม่ถูกเปลี่ยนแปลงใดๆ การนำมาใช้ทางการแพทย์         

โอกาสบนความเสี่ยงในตลาดทองคำ

อย่างที่ทราบกันดีว่าในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดทองคำถือว่าไม่สดใสนักจะว่าอยู่ในช่วงที่เกิดวิกฤติราคาทองคำก็ว่าได้ เพราะราคาทองคำมีการปรับตัวลงอย่างต่อเนื่อง  และสร้างผลขาดทุนจำนวนมาก ให้กับนักลงทุนทองคำ ในมุมผู้ค้าเอง ก็ถือว่าได้รับผลกระทบไม่น้อยเช่นเดียวกัน และเท่าที่ติดตามหลายกูรูก็เชื่อว่าราคาทองคำจะยังไม่สดใสมากนักทั้งในปีนี้และปีหน้า เนื่องมาจากการปรับนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FED   ซึ่งจะทำให้ทองคำขาดความน่าสนใจในการลงทุน หลายท่านเชื่อว่าราคาทองคำอาจจะปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 1,100 เหรียญต่อออนซ์ แต่ก็มีคำกล่าวเช่นกันว่า “ในช่วงวิกฤติมักจะมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ”  อย่างที่เราเห็นในตลาดการลงทุนที่ในช่วงวิกฤติมักที่จะมีเศรษฐกิจใหม่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำ แม้ตลาดทองคำจะมีความต่างอยู่บ้างในหลายมุม  แต่ในระยะยาวเราก็จะเห็นว่าทองคำมักให้ผลตอบแทนที่น่าพอใจ การลงทุนระยะยาว ๆ   ปกติแล้ว จะใช้กับสินทรัพย์ที่มีอนาคตที่ดี เช่น ถ้าเป็นหุ้นก็เป็นหุ้นของบริษัทที่มีพื้นฐานบริษัทที่ดี มีกำไรต่อเนื่อง มีโอกาสเติบโตในอนาคต เป็นธุรกิจที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่เติบโตในระยะยาว  และมีผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถส่วนทองคำ อาจจะมีมุมที่แตกต่างออกไปเพราะทองคำไม่ได้มีผลประกอบการ จึงอาจจะต้องประเมิน “อนาคต” ในมิติที่ต่างออกไป ประการแรก ถ้าเรามองระยะยาว  เรายังเชื่อหรือไม่ว่าในอีก 20-30 ปี  ข้างหน้าทองคำจะยังเป็นสินทรัพย์ที่มีความต้องการสูงดังเช่นปัจจุบัน เชื่อว่าเกือบจะทั้งหมดของผู้อ่านเชื่อเช่นนั้น เพราะในช่วงประวัติศาสตร์มนุษย์ ทองคำถือเป็นสินทรัพย์อันดับต้น ๆ  ที่ได้รับ การยอมรับว่าเป็นสิ่งที่มีค่าเสมอมา       ประการที่สองคือ ในอนาคตทองคำจะหายากขึ้นหรือไม่  ซึ่งข้อนี้ ขอตอบแทนให้ว่ายากขึ้นปัจจุบันเชื่อว่า ทองคำส่วนใหญ่ได้ถูกมนุษย์ขุดขึ้นมาแล้ว  ทำให้ความยากในการสำรวจหาแหล่งทองคำใหม่

แร่ไพไรต์ (Pyrite) อย่าเข้าใจผิดว่าเป็นทองคำ!!

Pyrite should not be mistaken for gold
จากกรณีที่เป็นข่าวชาวบ้านแตกตื่นพบวัตถุชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างและสีคล้ายกับแร่ทองคำ ที่จริงแล้วมันคือแร่อะไรกันแน่ จากข่าวที่ปรากฎ โดยสรุปรวมแล้ว พบว่า วัตถุที่ประชาชนมีความเข้าใจว่าเป็น “แร่ทองคำ” แท้จริงแล้ว เป็น “แร่ไพไรต์” ที่ไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ แร่ไพไรต์ (Pyrite) ชื่อแร่ – มาจากภาษากรีก (pyr) แปลว่าไฟ เพราะเมื่อนำไปตีกระทบกับเหล็กกล้าจะเกิดประกายไฟ สีของแร่ชนิดนี้บางครั้งคล้ายทองคำมากจนทำให้ผู้พบเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทองบ่อยๆ จึงมีฉายาว่า ทองคนโง่ (Fool’s Gold) คุณสมบัติทางฟิสิกส์ – รูปผลึกระบบไอโซเมตริก มักพบเกิดเป็นรูปผลึกคล้ายลูกเต๋า เกิดเป็นมวลเมล็ด (Granular) หรือเนื้อสมานแน่น ผิวเรียบเป็นมันสีทองเหลือง มีความแข็งของสเกลมอร์เท่ากับ 6 – 6.5 ถ.พ. 5.0 ความวาวคล้ายโลหะ ผงละเอียดสีดำออกเขียว มีร่องขนานถี่ (Striation) บนผิวหน้าผลึกชัดเจน คุณสมบัติทางเคมี – สูตรเคมี FeS2 มี Fe 46.5 % อาจมีสารหนู ทองแดง นิเกิล โคบอลต์ และทองคำ ปนอยู่ด้วยเล็กน้อยเสมอ เวลาเผาไฟจะได้กลิ่นก๊าซ SO4 คล้ายกลิ่นกระเทียม ลักษณะเด่นและวิธีการตรวจ – ดูรูปผลึกรูปลูกเต๋าเด่นชัด Pyrite

น้ำมันพุ่งเกินร้อยเหรียญจากความเสี่ยงอียิปต์ ยาวหรือสั้น

ขอเริ่มกันที่ราคาน้ำมันดิบหลังจากที่ทะลุผ่าน 100 ดอลล่าร์สหรัฐฯต่อบาร์เรลและเป็นแรงหนุนให้กับราคาทองคำ อย่างที่เราทราบกันดีครับว่าทองคำถูกใช้เป็น hedging inflation หรือสินทรัพย์ที่ใช้ป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ ขณะที่ราคาน้ำมันก็ถือเป็นตัวกระตุ้นเงินเฟ้อหลักเพราะเป็นต้นทุนในการผลิตสินค้ารวมถึงต้นทุนในการขนส่ง โดยราคาน้ำมันดิบ WTI ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 100 ดอลล่าร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล และยังมีความวิตกว่าอาจจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องถ้าความวุ่นวายในอียิปต์ยังไม่ยุติ แต่ในมุมมองส่วนตัวผมมองว่าประเด็นนี้น่าจะไม่ยาวแม้จะมีความวุ่นวายต่อการเลือกตั้งใหม่และการต่อต้านของกลุ่มภราดรภาพมุสลิมในประเทศอยู่บ้าง เหตผลที่ผมเชื่อว่าน่าจะไม่ยาวนักเนื่องจากกลุ่มที่ปฏิวัติสร้างเงื่อนไขไว้ชัดเจนว่าจะเดินกลับไปสู่การเลือกตั้งในที่สุด และเมื่อพิจารณาเงื่อนไขในการปฏิวัติแล้วก็ถือว่ามีประชาชนส่วนหนึ่งสนับสนุน และก็มีเหตุผลในมุมของผู้ปฏิวัติ แต่ต้องเรียนก่อนว่าโดยส่วนตัวแล้วผมเชื่อว่าไม่มีเหตผลใดที่มีน้ำหนักเพียงพอให้ใช้การปฏิวัติ เพราะต้นทุนในการได้มานั้นราคาสูงมาก กลับมาที่เรื่องอียิปต์เท่าที่ผมติดตาม ผมคิดว่าผู้นำการปฏิวัติในอียิปต์มีแนวทางในการเดินหน้าและคำนึงถึงผลกระทบจากภายนอกพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการวางกรอบเวลาสำหรับเดินหน้าสู่การเลือกตั้งใหม่เป็นการบอกว่าท้ายสุดประเทศจะกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้หลังจากที่การปฏิวัติเสร็จสิ้นลงยังมีการสนับสนุนจากกษัตริย์อับดุลลาห์ของซาอุดิอาระเบียซึ่งในทางการเมืองอาจจะไม่มีนัยแต่ก็เพิ่มความน่าเชื่อถือให้รัฐบาลใหม่ก่อนที่จะนำพาไปสู่ทางออกอื่นในอนาคต สิ่งที่น่าวิตกคือ การลุกลามของความรุนแรงหลังจากมีการสังหารประชาชนในเมืองใหญ่อย่างไคโรและอเล็กซานเดรียที่อาจจะนำไปสู่ความไม่พอใจของประชาชนกลุ่มอื่น ๆ และอาจจะทำให้เรื่องลุกลามบานปลายได้ ขณะที่ต้นเหตของการปฏิวัติมาจากนโยบายในการฟื้นฟูประเทศไม่สัมฤทธิ์ผล ซึ่งรัฐบาลของนายโมฮัมเหม็ด มอร์ซีต้องรับช่วงต่อจากรัฐบาลเผด็จการที่มีการคอรับชั่นมายาวนาน ประกอบกับรัฐบาลของนายมอร์ซีเน้นการรวมอำนวจ แม้จะมาจากการเลือกตั้งแต่เมื่อดูเผิน ๆ แล้วอาจจะคล้ายกับสมัยนายมูบารัคปกครองทำให้เกิดความไม่พอใจในหมู่ประชาชนและมีการออกมาประท้วงอย่างกว้างขวาง โดยมีประชาชนนับล้านร่วมกันขับไล่ทำให้กองทัพตัดสินใจออกมาปฏิวัติในที่สุด โดยการปฏิวัติในครั้งนี้ก็แตกต่างจากเหตุการ “อาหรับสปริง” ที่เป็นการต่อต้านรัฐบาลเผด็จการอย่างที่เกิดในตูนิเซีย ลิเบีย รวมถึงอียิปต์สมัยนายมูบารัค ทำให้เชื่อว่าเหตุการน่าจะลดความตึงเครียดลงได้ถ้าไม่เกิดเหตุรุนแรงจนเกินไป ซึ่งถ้าประเด็นอียิปต์จบลงราคาน้ำมันก็น่าจะที่ปรับตัวลดลงเช่นกัน เพราะความวิตกเรื่องการขนส่งน้ำมันผ่านคลองสุเอซจะลดลง ประกอบกับเศรษฐกิจโลกที่ยังอยู่ในภาวะชะลอการฟื้นตัวลงก็น่าจะทำให้ Demand น้ำมันในตลาดโลกยังไม่หนุนให้ราคาปรับตัวสูงมากนัก โดยถ้าราคาน้ำมันกลับสู่ภาวะปกติแรงผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นก็น่าจะลดลงเช่นกัน “แนวโน้มเศรษฐกิจหลังประชุม กนง.” อีกหนึ่งประเด็นที่เป็นเรื่องสำคัญในช่วงกว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมาคือการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยลง 0.25% สะท้อนการเปลี่ยนแปลงบางอย่างสำหรับเศรษฐกิจไทย ซึ่งถ้าเปรียบเทียบมุมมองที่มีต่อเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งแรกกับครึ่งหลังของปีดูจะแตกต่างกันเป็นหนังคนละม้วน

ประชาคมอาเซียน ผลกระทบต่อธุรกิจและกลยุทธ์เพื่อความอยู่รอดของประเทศไทย2

หลังจากที่เราได้ทำความรู้จักกับประชาคมอาเซียนจากบทความในเล่มที่ผ่านมากันแล้ว มาในฉบับนี้ เราจะมาดูถึงผลกระทบทางบวก หรือผลดีต่อประเทศไทยว่า จะมีอะไรบ้าง และเราควรจะใช้กลยุทธ์อะไร เพื่อช่วงชิง ความได้เปรียบกับโอกาสที่เข้ามา      ประการแรก ก็คือ จะมีตลาดสินค้าและบริการที่ใหญ่ขึ้น นักธุรกิจไทยจะมีตลาดการค้าที่ใหญ่ขึ้น เพราะมีประชากรเพิ่มขึ้นเป็น 580 ล้านคน เพราะทั้ง 10 ประเทศนี้ต่างก็มีจำนวนมหาศาลพอสมควร โดยเฉพาะ อินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรประมาณ 220 ล้านคน บวกกับ ฟิลิปปินส์ ประมาณ 87 ล้านคน เวียดนาม 84 ล้านคน ไทยอีกประมาณ 63 ล้านคน นับว่าจะการเพิ่มโอกาสทางการค้าเนื่องจากมีขนาดตลาดที่ใหญ่โตขึ้น และจะเอื้อให้การผลิตในลักษณะที่ผลิตมากขึ้นต้นทุนต่ำลงย่อมมีโอกาสมากขึ้นด้วย แต่ทั้งนี้แต่ละประเทศก็ต้องออกแรง ขยันหาตลาดและมีกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการหาลูกค้าเช่นกัน กลยุทธ์ในด้านการตลาดการหาลูกค้าจะต้องทบทวนกันใหม่ เพราะลูกค้าใหม่ที่จะเข้ามาในประเทศ ย่อมนำกลยุทธ์ที่เขาเคยประสบความสำเร็จหรือเหนือกว่าเราออกมาใช้ และจะมีการนำวัฒนธรรมในการบริโภค สินค้าเข้ามาให้นักการตลาดของเราได้เรียนรู้เพิ่มมากขึ้นจากเดิม เราต้องเรียนรู้พฤติกรรมการบริโภคสินค้า และบริการ ตลอดจนลูกเล่นทางการค้าของเขา รวมทั้งความเชื่อต่างๆ การปรับตัวของธุรกิจภายในประเทศ จะต้องทันต่อเหตุการณ์และสภาพของตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใครปรับตัวหรือมีการเตรียมการที่ดี ย่อมได้ผลใน ทางบวก แต่ในทางตรงกันข้ามหากพ่อค้าของเราปรับตัวช้า จะสูญเสียโอกาสและอาจจะสูญเสียฐานของลูกค้าเดิม
PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com