กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF (International Monetary Policy) เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลระบบการเงินของโลก ซึ่งมีหน้าที่หลักก็คือ การจัดระเบียบระบบการเงิน และกำกับดูแลเศรษฐกิจของโลกให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย รวมทั้งการสร้างเงินสำรองระหว่างประเทศใดประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ อย่างเช่น ประเทศไทยที่เคยขอรับความช่วยเหลือทางการเงินจากวิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 มาแล้วและด้วยบทบาทของ IMF คงหลีกไม่พ้นกับการเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ทองคำ จุดกำเนิดเริ่มต้นของกองทุนการเงินระหว่างประเทศก็มีความเกี่ยวพันกับสินทรัพย์ทองคำ เนื่องมาจากว่ากองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ถูกสร้างขึ้น เพื่อคอยดูแลไม่ให้ประเทศต่าง ๆ ต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากระบบการเงิน ภายหลังจากที่มีการล่มสลายของระบบการเงินของโลกอย่างระบบมาตรฐานทองคำ (Gold Standard) ซึ่งจากชื่อก็บ่งบอกได้อย่างดีว่า ทองคำได้มีบทบาทสำคัญในระบบการเงินนี้ โดยที่เงินตราของประเทศต่าง ๆ จะถูกกำหนดค่าที่แน่นอนเทียบกับ น้ำหนักของสินทรัพย์ทองคำ ซึ่งก็คืออัตราแลกเปลี่ยนนั่นเอง จากการที่ยังไม่มีเงินสกุลหลักของโลก เหมือนอย่างในปัจจุบันที่สามารถกล่าวได้ว่าเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเงินสกุลหลักของโลกและเรียกอัตราดังกล่าวว่า Mint Parity และได้เปลี่ยนเป็นการกำหนดค่าเสมอภาค (Par Value) ที่กำหนดให้เทียบค่าเงิน ในประเทศเทียบกับน้ำหนักทองคำที่แน่นอน คือ 1 ทรอยออนซ์ (หรือประมาณ 28.349 กรัม) เพื่อให้มีความสะดวกในการติดต่อค้าขายกันระหว่างประเทศ แต่ได้กลายเป็นว่าทุกประเทศต่างแข่งกันลดค่าเงินของตัวเองเพื่อให้มีความได้เปรียบจากการค้าขายในสภาวะสงครามโลกครั้งที่ 2 ยังคุกรุ่น สุดท้ายแล้ว ระบบมาตรฐานทองคำก็ได้ล่มสลายไป ความผิดพลาดอย่างหนึ่งของระบบมาตรฐานทองคำก็คือ การขาดผู้ดูแลในการกำกับระบบมาตรฐานการเงินให้เศรษฐกิจโลกสามารถเคลื่อนไปพร้อมกันได้ ดังนั้น เมื่อระบบเบรตตันวูดส์
Author Archives: Gold
มาถึงวันนี้ มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมเห็นว่าอาจจะค้างคาใจใครหลาย ๆ คนมาตั้งแต่ปีที่แล้ว จนมาถึงวันนี้หลายคนฟันธงไปแล้ว หลายคนยังมีความหวัง และหลายคนก็ยังสองจิตสองใจ นั่นก็คือสองคำถามคาใจว่าช่วงปลายปีที่แล้วที่ราคาทองคำขึ้นไปถึง $1,900/oz นั้น เป็นฟองสบู่หรือเป็น Gold Bubble หรือเปล่า หรือว่าเป็นธรรมชาติของราคาทองคำที่ไม่แปลกอะไร แล้วราคาปัจจุบันที่ $1,600/oz นี้ นับว่ายังเป็น Bubble อยู่อีกมั้ย ก่อนอื่นเรามาทบทวนกันก่อนครับว่า ทำไมเรื่องฟองสบู่นี้ถึงได้กลับมาพูดกันกับทองคำ ถ้ายังจำได้เมื่อหลายปีก่อน ราคาทองคำแกว่งตัวอยู่วันละ $5~$10 เวลาราคาปรับตัวแรง ๆ $20 เราก็จะบอกว่ามันผันผวน แล้วพอราคาปรับตัวอย่างมีทิศทาง เราก็มักจะบอกว่าเวลาราคาโดนทิ้งก็จะทิ้งครั้งละ $100 หรือขึ้นก็ขึ้นครั้งละ $100 จากนั้นก็กลับมาแกว่งตัวแคบ ๆ $5~$10 เหมือนเดิม พอมาปีที่แล้ว ช่วงเดือนสิงหาคม เราเห็นราคาทองปรับตัวบวกอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน ตั้งแต่ $1,600/oz ไปจนถึง $1,900/oz จากนั้นก็ทิ้งกลับลงมาที่ $1,700/oz แล้วก็ขึ้นไป $1,900/oz อีกรอบ ก่อนจะทิ้งแรง ๆ กลับลงมาที่ $1,600/oz อีกครั้งในเดือนกันยายน
สวัสดีครับท่านผู้อ่านวารสารทองคำทุกท่านครับ เข้าสู่ช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เหมือนเพิ่งจะ Jingle bell กันไปหยก ๆ เวลาไม่รอใครจริง ๆ ฉบับนี้ว่ากันไปตามกระแสเช่นเคย สำหรับตลาดทองคำในช่วงเกือบ 6 เดือนที่ผ่านมา ถ้าให้เล่น 20 คำถาม ว่าปัจจัยใดที่ให้คุณและโทษกับราคาทองมากที่สุด??? ให้ทาย 2 ครั้ง แต่ผมว่าครั้งเดียวก็ถูก ไม่พ้น QE ครับ ย้อนอดีตไปช่วงต้นปี ทองขึ้น เพราะคาดหวัง QE3 ของ FED ต่อมาไม่นาน FED บอกยังไม่มีความจำเป็นต้องผ่อนคลายนโยบายเพิ่ม น้องทองก็หักหัวเอาดื้อ ๆ หลังจากนั้นก็ขึ้น ๆ ลง ๆ ตามความอ่อนไหวของนักลงทุนในตลาด ซึ่งผมเชื่อว่าคนเหล่านี้ดูซีรีส์เกาหลีแล้วน้ำตานองกันทุกคนแน่ ๆ เพราะอ่อนไหวถึงไหวมาก พอตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีหน่อยก็คิดว่า FED คงไม่ทำแล้ว QE อย่าไปรอ วันถัดมาตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีขึ้นเล็กน้อย (ซึ่งเมื่อก่อนมองกันผ่าน ๆ) เน้นว่ายังดีคือเพิ่มขึ้น แต่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ “นักวิเคราะห์” คาด ก็บอกว่าอย่างนี้ FED
SPDR Gold Sharesวันที่ (ตามเวลานิวยอร์ก)ปริมาณ (ตัน)เปลี่ยนแปลง25-May-121270.26028-May-12HolidayHoliday29-May-121270.26030-May-121270.26031-May-121270.2601-Jun-121273.883.62
ในสมัยสุโขทัยมีหลักฐานการใช้ทองคำเป็นเครื่องราชบรรณาการ และการสร้างพระพุทธรูปด้วยทองคำ รวมทั้งภาชนะอื่นๆ เช่น ตลับและผอบเล็กๆ สำหรับใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ หรือทำเป็นเจดีย์ขนาดเล็ก และเครื่องประดับ เช่น แหวน ต่างหู กำไล ฯลฯ แหล่งทองคำในสมัยนั้น ส่วนหนึ่งได้มาจากเมืองบางสะพาน ซึ่งปัจจุบันเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และอีกส่วนหนึ่งนำเข้ามาจากประเทศจีน ในสมัยที่กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ได้ปรากฏหลักฐานจากบันทึกการเดินทางของชาวต่างประเทศ เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับกรุงศรีอยุธยา คือ ชาวโปรตุเกส ซึ่งเข้ามา ติดต่อค้าขายใน พ.ศ. ๒๐๕๔ ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ ได้กล่าวไว้ว่า สินค้าออกของประเทศสยาม ได้แก่ ครั่ง กำยาน ไม้ฝาง ตะกั่ว เงิน ดีบุก ทองคำ และงาช้าง โดยชาวสยามนำภาชนะที่ทำด้วย ทองแดง ทองคำ และเครื่องประดับที่ทำจากเพชร และทับทิมไปขายด้วย ตลาดคู่ค้าที่สำคัญคือ จีน มะละกา กัมพูชา เบงกอล ในบันทึกยังกล่าวต่อไปอีกว่า พระเจ้าแผ่นดินสยามส่งผู้แทนพระองค์ไปพบอัลฟองโซ เดอ- อัลบูร์เกอร์กี ผู้สำเร็จราชการโปรตุเกส ที่เมืองมะละกา










