หาก ต้องการขยายโอกาสทางการค้าไปยังกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง โอมานนับเป็น 1 ในประเทศที่น่าสนใจ โดยนอกจากจะมีที่ตั้งที่เป็นประตูสู่ตะวันออกกลางแล้ว ยังสามารถเชื่อมต่อไปยังยุโรปและเอเชียได้ นอกจากนี้การเมืองและเศรษฐกิจยังมีเสถียรภาพมากกว่าประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลาง เนื่องจากโอมานไม่ยึดอุดมการณ์ทางการเมืองและศาสนาในการดำเนินนโยบายทาง เศรษฐกิจ อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศไทย โดยในกลุ่มตะวันออกกลางจำนวน 14 ประเทศ โอมานจัดเป็นประเทศที่นำเข้าสินค้าจากไทยที่มีมูลค่าสูงเป็นลำดับที่ 4 รองจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดิอาระเบีย และอิสราเอล ด้วยมูลค่าราว 660 ล้านเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ซึ่งนับว่าเป็นตัวเลขขั้นต่ำเนื่องจากไม่ได้นับรวมการส่งออกสินค้าจากไทยไปยังดูไบและส่งต่อ (re-export) ไปยังโอมานอีกทอดหนึ่ง โอมานจึงเป็น 1 ในประเทศเป้าหมายที่น่าสนใจสำหรับการขยายโอกาสการค้าการลงทุนในต่างแดน โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลโอมานเร่งส่งเสริมเขตเศรษฐกิจพิเศษ “ดูคุม” และโครงการสร้าง Duqm Frontier Town เพื่อเป็นศูนย์กลางการส่งออกของตะวันออกกลาง เนื่องจากรายได้หลักของโอมานกว่า 85% มาจากการส่งออกน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ จึงเป็นที่กังวลของประเทศคู่ค้าว่าสภาวะขาลงของราคาน้ำมันที่ปัจจุบันอยู่ที่ 41.58 เหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (เมษายน 2559) จะสั่นคลอนต่อตัวเลขการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ รัฐบาลโอมานจึงเริ่มหาช่องทางลงทุนอื่น นอกจากการแสวงหาความมั่งคั่งจาก ทรัพยากรใต้ดินเป็นหลัก เช่น การลงทุนใน Mega Project อย่าง
Tag Archives: GIT
เครื่องประดับทอง และทองคำเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอินเดีย เนื่องจากเป็นของขวัญที่นิยมให้กันในงานพิธี และงานฉลองในโอกาสต่างๆ โดยเฉพาะงานแต่งงาน ชาวอินเดียจึงมีความต้องการซื้อหาทองคำมาไว้ ในครอบครองอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งผลกระทบจากการขยายตัวของเศรษฐกิจและสังคมเมืองจากการเปิดเสรีการค้า และการเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้นของอินเดีย ทำให้เกิดการเติบโตทางด้านการสร้างงานและรายได้ให้กับคนในประเทศ ส่งผลให้ชาวอินเดียมีความสามารถในการตอบสนองสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มมากขึ้น แต่จากการที่ราคาทองคำในตลาดโลกนั้นมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา ผนวกกับปัญหาการขาดดุลบัญชี เดินสะพัดอย่างหนัก เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าทองคำจากต่างประเทศ ทำให้รัฐบาลอินเดียต้องหันมาใช้นโยบายคุมเข้มด้านการนำเข้าทองคำมากขึ้น ผลจากนโยบายดังกล่าว ทำให้เกิดกระบวนการลักลอบนำเข้าทองคำอย่างผิดกฎหมายขึ้นในประเทศ ดังนั้น เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว ทางกระทรวงการคลังของอินเดียจึงได้ริเริ่มโครงการ “ฝากทองไว้กับธนาคาร” (Gold Deposit Scheme: GDS) โดยมีจุดประสงค์เพื่อระดมทองคำภายในประเทศ ซึ่งซาวอินเดียส่วนใหญ่นิยมเก็บรักษาไว้ที่บ้าน หรือฝากไว้ตามร้านขายทอง โดยไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ และจะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อมีงานแต่งงาน หรืองานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสต่างๆ โดยจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.75 – ร้อยละ 1 ของราคาทองคำที่นำมาฝาก และเมื่อครบอายุการฝากทอง (สามารถฝากได้ ตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 7 ปี) ลูกค้าสามารถเลือกรับทองคำคืนในรูปของทองคำแท่งหรือเหรียญทอง (ความบริสุทธิ์ ร้อยละ 99.99) นำทองคำมาเข้าโครงการต่อเพื่อลงทุนใหม่ เงินสด หรือแม้กระทั่งโอนทองคำของตนไปยังบัญชีลูกค้ารายอื่น สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมนอกเหนือจากการได้รับดอกเบี้ยคือ ลูกค้าจะได้รับการยกเว้นภาษีต่างๆ
Jewelmer ถือเป็นผู้นำการผลิตไข่มุกสีทองคุณภาพอันดับหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ ณ หมู่เกาะปาลาวัน ประเทศ ฟิลิปปินส์ จัดตั้งโดย ฌากส์ บราเนลเล็ค นักบินชาวฝรั่งเศส ที่ละทิ้งวงการนักบินเข้าสู่วิถีการทำฟาร์มไข่มุกกับอาจารย์ชาวญี่ปุ่น จนประสบความสำเร็จเป็นรายแรกๆ ของโลกในการเพาะเลี้ยงมุกตาฮิติ (ไข่มุกสีดำ) แต่เมื่อขัดแย้งกับหุ้นส่วนจึงขายบริษัททิ้ง จากนั้น ฌากส์ บราเนลเล็ค จึงแล่นเรือสำรวจแหล่งการทำฟาร์มไข่มุกไปเกือบทั่วโลก ทั้งยุโรป มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรแปซิฟิก และเอเชีย จนมาถึงหมู่เกาะปาลาวัน ประเทศฟิลิปปินส์ แหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมาพบกับ Mr.มานูแอล โคจองโก นักธุรกิจชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งมีวิสัยทัศน์ตรงกัน จึงได้ร่วมกันก่อตั้งฟาร์มไข่มุก Jewelmer International Corporation มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522 และใช้เวลาคิดค้นและพัฒนาไข่มุกสีทองสำเร็จเป็นเจ้าแรกของโลก ปัจจุบัน Jewelmer มีฟาร์มไข่มุกสีทองอยู่ 6 แห่งบนหมู่เกาะปาลาวัน สถานที่อนุบาลหอยมุก และห้องแล็ปวิจัย 2 แห่ง โรงงานเครื่องประดับ 1 แห่ง และโชว์รูมเครื่องประดับ 10 แห่ง ใน
เครื่องประดับทองคำเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน ด้วยเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมั่งคั่ง ความมั่งมี และความเป็นสิริมงคล คนไทยจึงนิยมนำมาสวมใส่ติดกายเพื่อแสดงสถานะทางสังคม ตลอดจนใช้ในงานมงคล ต่างๆ เช่น มอบเป็นของขวัญให้แก่ลูกหลาน หรือใช้เป็นสินสอดทองหมั้นของคู่แต่งงาน เป็นต้น เครื่องประดับทองคำจึงกลายเป็นสินค้าอันดับแรกที่คนไทยส่วนใหญ่มักเลือกซื้อตลอดมา ทั้งนี้ในอดีตรูปแบบ และวิธีการผลิตเครื่องประดับทองคำในแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันตามวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นๆ แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ทุกชิ้นงานถูกรังสรรค์ด้วยมือโดยช่างทองที่มีความชำนาญชั้นสูง แม้ปัจจุบันร้านค้าทองคำจำนวนมากจะนำเครื่องจักรมาใช้ผลิตเครื่องประดับมากขึ้น หากแต่หลายพื้นที่ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์การผลิตของท้องถิ่นตนเองไว้ พร้อมทั้งยังได้พัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัยตามยุคที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย จังหวัดจันทบุรีของไทย เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ยังคงผลิตเครื่องประดับทองคำตามแบบฉบับช่างทองโบราณที่ได้รับถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ สินค้าเลื่องชื่อเชิงหัตถศิลป์อันเกิดจากช่างทองในจังหวัดนี้เป็นแหวนทองคำ ซึ่งไม่ใช่แหวนธรรมดาทั่วไปอย่างที่ทุกคนเห็น หากแต่เป็นแหวนที่สามารถถอดออกจากกันและประกอบกลับเป็นวงเดียวกันได้ หรือที่เรียกกันว่า “แหวนกลปริศนา” หรือ “แหวนกลไก” หรือ “แหวนกล” แหวนกลปริศนาจากอดีตสู่ปัจจุบัน หวนกลในประเทศไทยถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2504 โดยชาวจีนซึ่งอพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ได้นำความรู้ด้านช่างทองมาประกอบอาชีพในที่แห่งนี้ โดยเริ่มต้นการทำแหวนกล จากการสังเกตเห็นแหวนคล้องไขว้กันของชาวต่างชาติแล้ว จึงได้พัฒนาเป็นแบบฉบับของตนเองขึ้นมา จากนั้นจึงได้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ลูกหลานจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากนี้ ศิลปะการผลิตแหวนกลยังได้ถูกถ่ายทอดไปยังชาวจันทบุรีรายอื่นๆ ในพื้นที่ดังกล่าว จนกลายเป็นมรดกตกทอดแก่ชาวจันทบุรีสืบต่อมาจนกระทั่งปัจจุบัน ในอดีตแหวนกลส่วนใหญ่มักผลิตจากทองคำ โดยเริ่มต้นจากการออกแบบลวดลายที่ต้องการก่อน จากนั้นจึงนำทองคำที่มีค่าความบริสุทธิ์ 99.99% ไปผสมกับเงินให้ได้ทองคำ 90% เพื่อทำให้เนื้อทองมีความแข็งแรงและเหนียว สามารถถักทอเป็นลวดลายหรือรูปทรงต่างๆ ได้ตามต้องการ เมื่อได้ทองคำ
การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ถือเป็นอีกหนึ่งการท่องเที่ยวที่นอกจากจะได้ผ่อนคลายแล้ว ยังได้ความรู้ในแง่มุมต่างๆ ที่ถูกนำมาจัดแสดงไว้ ทั้งนั้น ในประเทศไทยมีพิพิธภัณฑ์อยู่มากมาย ทั้งที่เป็นของหน่วยงานราชการและเอกชน ให้ผู้ที่สนใจได้ไปชมตามความชื่นชอบของตัวเอง ที่สำคัญในบางแห่งมีรูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจและทันสมัยอีกด้วย ในคราวนี้จะขอพาไปชมอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ซึ่งผู้ที่หลงใหลเรื่องของอัญมณีต้องไม่ควรพลาด นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งนอกจากจะบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับอัญมณีแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่ต้นกำเนิดของอัญมณีแต่ละชนิดไปจนถึงกระบวนการแปรรูป จนออกมาเป็นเครื่องประดับที่ให้เราได้สวมใส่กันในทุกวันนี้ ยังเป็นสถานที่สำหรับการอนุรักษ์ตัวอย่างอัญมณีและเครื่องประดับไว้สำหรับคนรุ่นหลังอีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับอัญมณีทุกประเภทพร้อมนำอัญมณีบางชนิดที่เป็นของจริง ทั้งที่ยังไม่ได้แปรรูปและแบบที่แปรรูปแล้วมาจัดแสดง นอกจากนั้นยังมีผลงานของนักออกแบบไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการไทยมาจัดแสดงอีกด้วย นอกจากนั้น ก็จะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับอัญมณีประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเพชร ทับทิม หยก รวมถึงโลหะมีค่า และเครื่องประดับตามสมัยนิยม ที่สำคัญทางพิพิธภัณฑ์ ได้จัดกิจกรรมพิเศษในช่วงวันสำคัญต่างๆ อีกด้วย หากผู้ที่สนใจในเรื่องนี้ ก็ถือว่าเป็นคลังความรู้ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ขณะที่การเดินทางเที่ยวชมก็สะดวกสบาย เนื้อที่จัดแสดงไม่กว้างมากนัก และมีการจัดเรียงข้อมูลเป็นหมวดหมู่ทำให้ง่ายต่อการเข้าใจ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าเที่ยวชมได้ พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 2 ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่เดินทางไปได้อย่างสะดวก โดยจะเปิดให้เข้าชมในวันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 9.00 –




