ปัจจุบัน ส่วนกำกับและตรวจสอบ 7 กองกำกับและตรวจสอบ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้ รับแจ้งจากผู้ประกอบการค้าทองคำหลายรายว่า บัญชีของสถานประกอบการถูกยึดหรือถูกอายัด อันเนื่องมาจากการตรวจ พบเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับกลุ่มผู้กระทำความผิด
ซึ่งใช้บัญชีม้าในการทำธุรกรรมซื้อ-ขายทองคำ โดยผู้กระทำความ ผิดมักจะปกปิดตัวตนและทำธุรกรรมผ่านบุคคลตัวแทน ทำให้ผู้ประกอบการตกอยู่ในความเสี่ยงโดยไม่เจตนา
อีกทั้งผู้ประกอบการบางรายยังได้รับหมายเรียกจาก พนักงานสอบสวน เพื่อไปให้ถ้อยคำในฐานะพยาน และถูกอายัด บัญชีของสถานประกอบการอีกด้วย ซึ่งปัญหาดังกล่าวส่งผล กระทบต่อสภาพคล่องทางธุรกิจ รวมถึงความเชื่อมั่นของ ประชาชนโดยรวม
บัญชีม้า คืออะไร
บัญชีม้า คือ บัญชีเงินฝากธนาคาร บัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) ของผู้อื่นที่มิจฉาชีพจ้าง เปิดหรือยืมมาใช้เป็นทางผ่านในการรับ-โอนเงินที่ได้จากการ กระทำผิดกฎหมาย เช่น แก๊งคอลเซ็นเตอร์ การหลอกขายของ หรือพนันออนไลน์ เพื่อปกปิดตัวตนและหลีกเลี่ยงการถูกติดตาม จากเจ้าหน้าที่
ประเภทของบัญชีม้าแบ่งตามระดับความเสี่ยง 5 ระดับ ดังนี้
- ระดับที่ 1 ม้าดำ (Black Mule) เป็นบัญชีที่อยู่ในรายชื่อผู้ที่กระทำความผิดตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและ ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ของ ปปง.
- ระดับที่ 2 ม้าเทาเข้ม (Dark Grey Mule) เป็นบัญชีที่มี ผู้เสียหายแจ้งความร้องเรียนกับตำรวจแล้ว (ธนาคารสามารถ ระงับยอดเงินต้องสงสัยได้ทันที)
- ระดับที่ 3 ม้าเทาอ่อน (Light Grey Mule) เป็นบัญชีที่ น่าสงสัยว่าผิดปกติ แต่ยังไม่มีผู้เสียหายแจ้งความ
- ระดับที่ 4 ม้าน้ำตาลเข้ม (Dark Brown Mule) เป็นบัญชี ที่สถาบันการเงินเห็นว่ามีพฤติกรรมผิดปกติที่อาจเข้าข่ายบัญชี ม้า และต้องเฝ้าระวัง โดยม้าน้ำตาลเข้มเป็นกรณีที่ธนาคารมั่นใจ ว่าเป็นบัญชีม้าและได้ทำการแจ้งความ
- ระดับที่ 5 ม้าน้ำตาลอ่อน (Light Brown Mule) เป็นบัญชี ที่สถาบันการเงินสงสัยว่าเป็นบัญชีม้าและกำลังตรวจสอบ
ทั้งนี้ ผู้เปิด ขาย ให้เช่า หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีมี ความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรม ทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566
อย่างไรก็ดี ในปัจจุบันพบว่าสิทธิการเข้าถึงระบบฐานข้อมูล บัญชีม้ายังจำกัดอยู่เพียงกลุ่มสถาบันการเงินเท่านั้น ในขณะที่ ผู้ประกอบธุรกิจค้าทองคำซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อคัดกรองธุรกรรมได้ ข้อจำกัดนี้ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงที่จะทำให้ผู้ประกอบการตกเป็นผู้สนับสนุน การกระทำความผิดโดยมิได้มีเจตนา
อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ปปง. อยู่ระหว่างดำเนินการหา แนวทางเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบธุรกิจค้าทองคำสามารถ ตรวจสอบรายชื่อบัญชีม้าได้ในอนาคต เพื่อยกระดับมาตรการ ป้องกันและประเมินความเสี่ยง โดยมุ่งหวังให้ผู้ประกอบการ สามารถตรวจสอบธุรกรรม ปฏิเสธการทำธุรกรรม และรายงาน ธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยมายังสำนักงาน ปปง. ได้
จากการประชุมศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เมื่อวันที่ 23 ก.พ. 2569 ที่กองบังคับการกองปราบปราม โดยมี ผู้แทนสมาคมค้าทองคำ ผู้แทนสำนักงาน ปปง. และหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องอีกหลายหน่วยงาน ศูนย์ ACSC ได้สรุปรูปแบบ แผนประทุษกรรมที่เกี่ยวข้องกับ “บัญชีม้า และ ร้านทอง” โดยเฉพาะการหลอกลวงผ่านการทำธุรกรรมซื้อขายทองคำ บนแพลตฟอร์มออนไลน์ มีรายละเอียดดังนี้
- การใช้บัญชีม้าในการซื้อขายทองคำผ่านช่องทางออนไลน์ ผู้กระทำความผิดใช้บัญชีม้าโอนเงินสั่งซื้อทองคำผ่านระบบออนไลน์ และจะมารับทองคำที่สถานประกอบการ โดยมีคน คุมม้ามาควบคุมและรอรับทองคำโดยตรง
- การสั่งซื้อทองคำโดยใช้ข้อมูลบุคคลอื่น ผู้กระทำความผิด จะใช้บัญชีม้าเป็นแหล่งเงินในการสั่งซื้อทองคำและรับทองคำ ในชื่อบุคคลอื่น เพื่อปกปิดเส้นทางการเงินและตัวแทนผู้กระทำ ความผิด
- การใช้บัญชีร้านทองเป็นช่องทางการฟอกเงิน คนร้าย จะใช้บัญชีร้านทองทำธุรกรรมสั่งซื้อ-สั่งขายทองคำผ่าน แอพพลิเคชั่นโดยไม่มีการทำธุรกรรมจริง แต่เป็นการหมุนเวียน เพื่อสร้างธุรกรรมเทียม (Layering) ทำให้ตรวจสอบเส้นทาง การเงินได้ยากขึ้น
- การโอนเงินหลายทอดก่อนนำไปซื้อทองคำ คนร้ายจะใช้ วิธีการโอนผ่านหลายบัญชี (Multiple layering) เพื่อซ่อนที่มา ของเงิน โดยปลายทางคือการนำเงินไปสั่งซื้อทองคำ ซึ่งเป็น สินทรัพย์ที่เคลื่อนย้ายง่ายและขายต่อได้รวดเร็ว โดยมีคนคุมม้า ไปรับทองที่สาขา
จากพฤติกรรมที่ทางศูนย์ ACSC สรุปออกมาข้างต้นนั้น พอจะใช้เป็นกรณีศึกษาให้ร้านทองได้ทราบถึงวิธีการใน เบื้องต้น อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมของคนร้ายนั้นไม่อาจสรุปรูปแบบตายตัวและรูปแบบข้างต้นเป็นเพียงพฤติกรรมบางส่วน เท่านั้น คนร้ายจะมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงรูปแบบวิธีการ ให้ซับซ้อนมากขึ้นไปอีกเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกติดตามตรวจสอบเส้นทางการเงิน
ดังนั้น ผู้ประกอบการค้าทองคำต้องเฝ้าติดตามข้อมูลข่าวสาร ของทางราชการที่ประกาศเตือนอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันคนร้าย พัฒนาบัญชีม้าจากบัญชีบุคคลธรรมดาเป็นบัญชีม้านิติบุคคล ซึ่งทำให้เหยื่อหลงเชื่อกลอุบายได้ง่าย
จากแหล่งข้อมูลจาก Facebook ตำรวจภูธรภาค 7 วันที่ 28 มกราคม 2569 บางตอนได้กล่าวถึง “บัญชีม้านิติบุคคล” ได้ถูกนำเข้ามาใช้ในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนมาก และถูกนำไปใช้หลอกลวงประเภทหลอกให้ลงทุน ส่งผลให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อ เพราะมั่นใจว่าเป็นบัญชีที่มีความน่าเชื่อถือเกิดเป็นมูลค่าความเสียหายที่สูงขึ้น
อีกทั้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังได้ใช้ประโยชน์ในการขยายวงเงิน การทำธุรกรรมที่สูงขึ้น และไม่ต้องสแกนหน้าเพื่อยืนยันตัวตน ก่อนการโอน ทำให้การยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินและการฟอกเงินเอกสารเพื่อให้มีการจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่และนำไปเปิดเป็นบัญชีม้าอยู่
ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขอประชาสัมพันธ์ว่า การกระทำดังกล่าว จะถือเป็นความผิดฐาน “ปลอมเอกสารหรือทำเอกสารเท็จฯ ใช้เอกสารปลอมหรือเท็จฯ แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความ อันเป็นเท็จฯ”
อีกทั้งหากบัญชีม้านิติบุคคลบุคคลเหล่านี้ถูกนำไปใช้ ในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก็จะมีความผิดเพิ่มเติมฐาน “ร่วมกันหรือสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายเกี่ยวกับ การฟอกเงิน และกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ”
ในกรณีมีความเกี่ยวเนื่องกับออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์ในต่างประเทศ อีกด้วยอายัดเงินได้ทันแล้ว กระทำได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งกว่าผู้เสียหายจะรู้ตัวก็ไม่สามารถติดตาม
จากข้อมูลดังกล่าว ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้มีการประสานงาน แลกเปลี่ยน ข้อมูล และร่วมกันป้องกันปราบปรามอาชญากรรมแก๊งคอล เซ็นเตอร์กันอย่างต่อเนื่องนั้น จึงได้เร่งหารือร่วมกันเพื่อหา มาตรการจัดการกับขบวนการดังกล่าวทันที
โดย คุณพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า ได้ออกมาตรการเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นปัญหา “นอมินี” และ “บัญชีม้านิติบุคคล” ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 โดยออกคำสั่งและประกาศชุดใหม่รวม 6 ฉบับ (4 คำสั่ง 2 ประกาศ) ทั้งการแสดงตัวต่อหน้านายทะเบียน การยื่น Statement ย้อนหลัง 3 เดือน
การแสดงหลักฐานที่ตั้งสำนักงาน การจดทะเบียนโดยใช้ที่ตั้งซ้ำ ๆ กัน การกำหนดบุคคลที่สามารถ รับรองลายมือชื่อใหม่ และบุคคลที่จะเป็นผู้รับรองลายมือชื่อต้องลงทะเบียนกับ DBD เท่านั้น เป็นต้น ส่งผลให้สถิติ การใช้บัญชีม้านิติบุคคลลดลงอย่างรวดเร็ว เป็นการตัดวงจร การฟอกเงินของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ซึ่งเห็นผลอย่างชัดเจน
นอกจากบัญชีม้านิติบุคคลซึ่งเปิดใหม่นี้แล้ว ยังมีการใช้ นิติบุคคลที่เปิดมานานแต่ไม่ได้ประกอบกิจการแล้วหรือนิติบุคคล ที่ร้างลาไป ถูกนำกลับมาใช้เป็นบัญชีม้า และบางส่วนยังได้รับ การสนับสนุนจากกลุ่มผู้รู้กฎหมายการเงินการบัญชี หรือบริษัท เอกชนซึ่งรับจดจัดตั้งบริษัทฯ ในความพยายามที่จะตกแต่ง
สรุปแล้วในการป้องกันบัญชีม้า ทั้งบัญชีม้าบุคคลธรรมดา และบัญชีม้านิติบุคคล ขอให้ผู้ประกอบการเข้มงวดการจัดให้ ลูกค้าแสดงตน (KYC) พิสูจน์และระบุตัวตนของลูกค้าให้เหมาะสม กับระดับความเสี่ยงของผลิตภัณฑ์ทองคำ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มี ความเสี่ยงสูง เพื่อให้เหมาะสมตามที่กฎหมายกำหนด
เช่น การใช้เครื่องตรวจสอบบัตรประจำตัวประชาชนแบบ อเนกประสงค์ (Smart Card Reader) การตรวจสอบเพื่อทราบ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า ประเมินและบริหารความเสี่ยงเกี่ยวกับลูกค้า โดยตรวจสอบผ่านระบบตรวจสอบรายชื่อบุคคลที่มี ความเสี่ยงสูงด้านการฟอกเงินและรายชื่อบุคคลที่ถูกกำหนด AMLO Person Screening: APS
ซึ่งสำนักงาน ปปง. กำลัง พิจารณาแนวทางที่จะช่วยให้ผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 รวมถึงผู้ประกอบการค้าทองคำได้เข้าถึงข้อมูลบัญชีม้าได้) รวมถึงหากพบว่ามีความผิดปกติ มีเหตุอันควรสงสัยก็ให้รายงาน เป็นธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัยมายังสำนักงาน ปปง. ต่อไป
บัญชีม้าเข้ามาสร้างปัญหาในระบบการทำธุรกิจของ ผู้ประกอบการค้าทองคำอย่างมากและมีการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมให้ยากแก่การตรวจพบ ยากต่อการสืบสวนปราบปราม จับกุมและติดตามทรัพย์ที่ได้จากการกระทำความผิดมากขึ้น
ซึ่งทางสำนักงาน ปปง. สมาคมค้าทองคำ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้เฝ้าระวัง ประสานข้อมูล กันอย่างใกล้ชิด ติดตามลักษณะแผนประทุษกรรมของคนร้าย อย่างต่อเนื่องและเป็นปัจจุบัน เพื่อจะได้แจ้งหรือประกาศเตือน ผู้ประกอบการต่อไป
ที่มา: วารสารทองคำ ฉบับที่ 84

