สวัสดีครับท่านสมาชิกฯ หลายท่านอาจเคยมีคำถามที่ว่า “เจอทองปลอมแล้วต้องทำอย่างไร?” ดังนั้น วารสารฉบับนี้ ผมจึงขอนำเสนอขั้นตอนการเตรียมตัวในการแจ้งความดำเนินคดีทองปลอม เพื่อเป็นประโยชน์ กับท่านสมาชิกฯ โดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ
- การเตรียมเอกสารประกอบการแจ้งความ
1.1 หนังสือหรือหลักฐานในการยืนยันว่าเป็นผู้เสียหายตามกฎหมาย ในกรณีบุคคลธรรมดา คือ บัตรประจำตัวประชาชน หากเป็นกรณีนิติบุคคลที่ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น ในรูปแบบ บริษัทจำกัด หรือ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฯลฯ จะต้องมีหนังสือรับรองฯ ซึ่งออก โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
1.2 ใบค้าของเก่า ซึ่งร้านค้าทองคำที่มีวัตถุประสงค์ในการรับซื้อทองต้องมีใบค้าของเก่าด้วย
1.3 หนังสือมอบอำนาจ กรณีที่ผู้เสียหาย (เจ้าของร้าน) ไม่สะดวกหรือไม่มีเวลาที่จะไป ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ด้วยตนเองต่อพนักงานสอบสวน ผู้เสียหายสามารถ มอบอำนาจให้บุคคลอื่นไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนได้ แต่ผู้ที่จะเป็น ผู้รับมอบอำนาจควรที่จะเป็นบุคคลที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เช่น ลูกจ้างคนที่รับซื้อทองจาก ผู้เสียหาย เนื่องจากผู้รับมอบอำนาจในการดำเนินคดีแจ้งความแทนผู้เสียหายนั้นต้อง เป็นผู้เห็นเหตุการณ์
และจะต้องให้การเกี่ยวกับลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน การกระทำความผิดของผู้ต้องหา ส่วนเอกสารประกอบในการมอบอำนาจ คือ สำเนา บัตรประจำตัวประชาชนและทะเบียนบ้าน หากเป็นนิติบุคคลก็จะเป็นสำเนาบัตร ประจำตัวประชาชน และทะเบียนบ้านของกรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการ ผู้มีอำนาจ กระทำการแทนนิติบุคคล โดยเอกสารทั้งหมดให้รับรองสำเนาถูกต้องด้วย (หนังสือมอบอำนาจต้องปิดอากรแสตมป์ 30 บาท ด้วยโดยซื้อได้ที่สรรพากร)
1.4 เอกสารหลักฐานแสดงการกระทำความผิดของผู้ต้องหา เช่น ใบรับขายฝาก, ใบรับจำนำ ทองปลอมที่นำมาหลอกขาย (สามารถขอคืนได้หลังจากส่งพิสูจน์หลักฐานแล้ว), สำเนา บัตรประชาชนผู้ต้องหา กล้องวงจรปิด (ถ้ามี) ทุกอย่างต้องนำฉบับจริงไปมอบให้แก่ พนักงานสอบสวน
- การแจ้งข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่จะต้องแจ้งกับพนักงานสอบสวน
2.1 ในเบื้องต้นพนักงานฯ จะสอบถามเกี่ยวกับประวัติ เช่น ชื่อ อาชีพ อายุ ที่อยู่ ชื่อพ่อ แม่ เบอร์โทรศัพท์ รายได้ต่อเดือน
2.2 หลังจากนั้นพนักงานสอบสวนจะเริ่มสอบถามถึงความเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวพันในคดี เช่น ผู้แจ้งมีความเกี่ยวข้องในคดีโดยเป็นผู้รับมอบอำนาจ เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา จนกว่าคดีจะถึงที่สุด และพฤติการณ์ในคดี ซึ่งอาจแยกเป็นสองส่วน ดังนี้
ส่วนแรก พนักงานสอบสวนจะสอบถามเกี่ยวกับประวัติ รวมถึงวัตถุประสงค์ หรือวิธีการในการประกอบ กิจการของผู้เสียหาย เช่น นายหรือบริษัท.. ..ประกอบกิจการค้าขายทองคำ รวมถึงการรับซื้อหรือขายฝากทองคำทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณ มาเป็นเวลา…….ปี
ส่วนที่สอง จะถามถึงเกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือ วัน เดือน ปี และเวลาที่เกิดเหตุ เช่น วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 เวลา.. นาฬิกา นาย.. ตราของร้าน น้ำหนัก ได้นำสร้อยคอ ลาย… …กรัม จํานวน……เส้น มาขายฝาก ในราคา โดยยืนยันว่าเป็นสร้อยคอทองคำแท้ ซึ่งทางร้าน (ผู้เสียหาย)
โดย นาย… ของร้านได้ตรวจสอบเบื้องต้นด้วยวิธี ยี่ห้อหรือพนักงาน ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นทองคำแท้ ประกอบกับบริเวณตะขอซึ่งเป็นตรายี่ห้อที่น่าเชื่อถือของสร้อยคอดังกล่าว มีการประทับตราหรือยี่ห้อของร้าน (ขายส่ง).. ถึงแหล่งผลิตทองคำในวงการซื้อขายทองคำ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นทองคำแท้ ผู้เสียหายจึงได้ มอบเงินให้แก่ผู้ต้องหาไปเป็นเงินจำนวน .. บาท
ต่อมาหลังจากนั้น ทางร้านโดย..ได้ทำการตรวจสอบสร้อยคอเส้นดังกล่าวโดยวิธี ซึ่งจากการตรวจสอบ ผลปรากฏว่าสร้อยคอเส้นดังกล่าวเป็นทองคำปลอม การกระทำดังกล่าวจึงทำให้นาย ได้รับความเสียหาย จึงมาแจ้งความร้องทุกข์มอบคดีให้แก่พนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินคดีกับ นายจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ในกรณีผู้ต้องหายังไม่ถูกจับกุม พนักงานสอบสวนจะถามถึงตำหนิรูปพรรณของผู้ต้องหา เช่น สูงเท่าใด ผิวสีอะไร ผมทรงแบบไหน มีตำหนิจุดใดบ้าง เช่น ปาก จมูก หู ตา คิ้ว เป็นอย่างไร เพื่อใช้เป็นข้อมูล ในการออกหมายเรียกหรือหมายจับของพนักงานสอบสวนต่อไป แต่หากมีสำเนาบัตรประชาชนผู้เสียหาย ก็สามารถยืนยันตามบัตรประชาชนได้ เลย
ทั้งนี้ การแจ้งความร้องทุกข์ต้องดำเนินการภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด หากเลยเวลาดังกล่าวคดีจะขาดอายุความ
หวังว่าข้อมูลดังกล่าวข้างต้นจะเป็นประโยชน์ต่อท่านสมาชิกฯ ไม่มากก็น้อย สำหรับฉบับนี้ ต้องขอลา กันไปก่อน พบกันใหม่ฉบับหน้า
ผู้เขียน: นายปานะพงษ์ สุทธีวงศ์ ผู้จัดการสมาคมค้าทองคำ / กองบรรณาธิการวารสารทองคำ
