ในยุคที่ผู้บริโภคไม่ได้มอง “ทองคำ” เป็นเพียงในฐานะสินทรัพย์เพื่อการออม แต่ยังมองว่าเป็น “สิ่งสะท้อนตัวตนและคุณค่าทางอารมณ์” การสร้างแบรนด์ของร้านทองจึงต้องขยับจากการขาย “เปอร์เซ็นและน้ำหนักทอง” ไปสู่การขาย “คุณค่าและความหมาย” ของทองคำ แม้ว่าธุรกิจร้านทองในประเทศไทยจะมีลักษณะแตกต่างจากธุรกิจ high jewelry อย่าง Van Cleef & Arpels (VCA) ในด้านจุดประสงค์หลัก แต่แนวทางการสร้างแบรนด์ของ VCA ยังเป็นต้นแบบที่สามารถนำมาปรับใช้เพื่อสร้างความแตกต่างและความผูกพันกับลูกค้าร้านทองได้อย่างมีประสิทธิภาพ บทความนี้จึงมุ่งวิเคราะห์เชิงลึก เปรียบเทียบ DNA ของ VCA กับบริบทของร้านทองไทย พร้อมเสนอแนวทางประยุกต์ที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ทองคำไทย ซึ่งมีรากฐานเฉพาะตัวจากประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และเทคนิคของช่างทองไทย Van Cleef & Arpels – “Poetry of Time and Nature” แบรนด์แห่งความรัก Van Cleef & Arpels เกิดขึ้นจากการแต่งงานกันระหว่าง Estelle Arpels และ Alfred Van Cleef
Author Archives: Gold
จากบทความการเติบโตของตลาดเครื่องประดับแท้ในโลกที่เปลี่ยนไปของ คุณวาสนา สมเนตร์ ที่เผยแพร่ใน GIT Jewelry Journal ฉบับที่ 2/2025 ได้ระบุถึงภาพรวมความนิยมและเทรนด์ทองคำในตลาดโลก โดยชี้ว่า EIN Presswire คาดการณ์ในปี 2025 ว่าตลาดเครื่องประดับทั่วโลกจะมีรายได้สูงถึง 370,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 5.02% ระหว่างปี 2025-2029 โดยที่เครื่องประดับทอง ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด ในบทความดังกล่าว ยังระบุว่า เครื่องประดับทองไม่ได้มีเพียงแค่มูลค่าทางเศรษฐกิจและการลงทุน เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของ ตัวตน รสนิยม และเสน่ห์ทางศิลปะ โดยประเภทที่ได้รับความนิยมในตลาด ได้แก่ เครื่องประดับทองคำ 24K, 22K, 18K และ 14K ภาพรวมมูลค่าตลาด จากรายงานของ Research and Markets ได้ประมาณการตลาดเครื่องประดับทองของโลก เติบโตจาก 244,430 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2024 มาเป็น 256,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี
คุณบุญเลิศ สิริภัทรวณิช กรรมการสมาคมค้าทองคำ ร่วมงานแถลงข่าว International Chanthaburi Gems and Jewelry Festival 2025 จัดโดย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และพันธมิตรทั้งภาครัฐ–เอกชน , สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) เพื่อประกาศความพร้อมในการจัดงานเทศกาลอัญมณีระดับนานาชาติ สุดยิ่งใหญ่ในจังหวัดจันทบุรี ณ ห้อง Jewel Hall ชั้น 2 จิวเวอรี่เทรดเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา สำหรับงานเทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5–10 ธันวาคม 2568 ณ ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี, เคพี จิวเวลรี่เซ็นเตอร์ และตลาดพลอย ถนนศรีจันทร์ ภายใต้ธีม “Chanthaburi City of Gems – จันทบุรีนครอัญมณี” ซึ่งมุ่งตอกย้ำความเป็นศูนย์กลางด้านอัญมณีและเครื่องประดับของจังหวัดจันทบุรี ที่ก้าวสู่เวทีอุตสาหกรรมโลกอย่างมั่นคง
คุณธีรเดช สินธพเรืองชัย เลขาธิการสมาคมค้าทองคำ และ คุณสมบูรณ์ ภุชงค์โสภาพันธุ์ กรรมการสมาคมค้าทองคำ ได้ให้เกียรติร่วมเป็นวิทยากร ในงาน “The Golden Night” “ทองคำ โอกาสและความท้าทายบนความไม่แน่นอน” จัดโดย บริษัท เฮลมุท ฟิสเชอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ณ ห้องประชุมธนดล ชั้น 3 โรงแรมซัมมิท วินด์มิลล์ กอล์ฟ สวีท สุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันเสาร์ที่ 15 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา เพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับ มุมมองของผู้ผลิต ผู้ขาย ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ, รู้ทันทองปลอม, ความเคลื่อนไหวและโอกาสในตลาดทองคำปัจจุบัน รวมถึงการวิเคราะห์แนวโน้มราคาทองคำในตลาดปัจจุบัน เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจแก่ผู้เข้าร่วมสัมมนา ทั้งผู้ประกอบการร้านค้าทอง โรงรับจำนำ และร้านรับซื้อขายทองทั่วไป
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ แถลงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน พฤศจิกายน 2568 ปรับลดลงเมื่อเทียบกับเดือน ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา จากระดับ 76.70 จุด มาอยู่ที่ระดับ 74.35 ลดลง 2.35 จุด หรือคิดเป็น 3.06% โดยปัจจัยที่ทำให้ดัชนีฯ ปรับลดลง ได้แก่ การเจรจาสงครามการค้ามีความคืบหน้า ภาวะ “ชัตดาวน์” ของหน่วยงานรัฐบาลกลางสหรัฐฯ เริ่มคลี่คลาย เงินทุนไหลเข้าสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และความกังวลเรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) คาดการณ์ความต้องการซื้อทองคำในช่วงเดือน พฤศจิกายน 2568 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 324 ราย ในจำนวนนี้มี 125 ราย หรือเทียบเป็น 39% คาดว่าจะไม่ซื้อทองคำ ส่วนจำนวน 113 ราย หรือเทียบเป็น 35% ไม่แน่ใจว่าจะซื้อทองคำในเดือนนี้หรือไม่ และจำนวน 86 ราย หรือเทียบเป็น 26% คาดว่าจะซื้อทองคำ สรุปกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่และผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 12
คุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ พร้อมด้วยคุณพิชญา พิสุทธิกุล อุปนายกสมาคมค้าทองคำ และคณะกรรมการสมาคมฯ เข้าร่วมการประชุม “เพื่อกำชับและซักซ้อมการยกระดับการป้องกันและปราบปราม การกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ณ ห้องประชุม 1201 ชั้น 12 สำนักงาน ปปง.ในวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2568 ด้วยปัจจุบันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมีความซับซ้อน มีรูปแบบที่หลากหลาย และ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาทิ การหลอกลวงประชาชนผ่านสื่อออนไลน์ การเผยแผ่คาเปาหรือข้อมูลเท็จ การพนันออนไลน์ รวมถึงการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงินที่ได้จากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและ ความมั่นคงของประเทศในภาพรวม ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและตอบสนองนโยบายดังกล่าวในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการดำเนินการต่อความผิดที่เกี่ยวข้องกับเงินหรือทรัพย์สิน ที่ได้มาจากอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทันต่อสถานการณ์ และสามารถลดความเสียหาย รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม
คุณจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ พร้อมด้วยกรรมการสมาคมฯ และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ ให้การต้อนรับ พ.ต.ท.ชัยชนะ กาญจนะคช ผู้อำนวยการส่วนกำกับและตรวจสอบ 7 พร้อมคณะฯ จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อหารือและเน้นย้ำการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยเฉพาะประเด็นการจัดให้ลูกค้าแสดงตน (Know Your Customer: KYC) และการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (Customer Due Diligence: CDD) ณ ห้องประชุมสมาคมค้าทองคำ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ สำนักงาน ปปง. ได้มอบโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์เรื่อง “การจัดให้ลูกค้าแสดงตน (KYC)” ฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษ จำนวน 5,000 แผ่น ให้แก่สมาคมค้าทองคำ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้กับสมาชิกร้านค้าทองทั่วประเทศ ได้ใช้เป็นสื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และประชาชนทั่วไป เกี่ยวกับแนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กระทำความผิด ใช้ผู้ประกอบการเป็นช่องทางในการฟอกเงิน ดังนั้น จึงขอเน้นย้ำให้ร้านทองดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ระมัดระวังในการสร้างความสัมพันธ์ และเฝ้าระวังการทำธุรกรรมตามแนวทางที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะลูกค้าที่มีการทำธุรกรรมมูลค่าสูงผิดปกติที่ไม่สอดคล้องกับสถานะทางการเงิน
สมาคมค้าทองคำ โดย คุณพวรรณ์ นววัฒน์ทรัพย์ กรรมการสมาคมฯ เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุม สมาคมการค้ากลุ่มอัญมณี เครื่องประดับ และโลหะมีค่า ครั้งที่ 1/2568 การประชุมครั้งนี้ จัดขึ้นโดย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ณ ห้องประชุม 2307 ชั้น 3 อาคารจรูญ สีบุญเรือง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เมื่อวันอังคารที่ 4 พ.ย. 2568 ที่ผ่านมา โดยมี คุณประพีร์ สรไกรกิติกูล ประธานสมาคมการค้ากลุ่มอัญมณี เครื่องประดับ และโลหะมีค่า เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณา แผนการดำเนินงานประจำปี 2568 และเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในการประชุมครั้งนี้ มีสมาคมเข้าร่วมทั้งสิ้น 6 สมาคม ได้แก่ สมาคมค้าทองคำ, สมาคมผู้ค้าอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี, สมาคมช่างทองไทย, สมาคมผู้ส่งออกเครื่องประดับเงินไทย, สมาคมการค้าอัญมณีและเครื่องประดับอาเซียน และ TAP SC เป็นต้น
สภาทองคำโลก (World Gold Council: WGC) เปิดเผยรายงานแนวโน้มความต้องการทองคำประจำไตรมาสที่ 3 ปี 2568 โดยระบุว่า ประเทศไทยมีความต้องการทองคำแท่งและเหรียญทองคำเพื่อการลงทุนสูงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2562 ขณะเดียวกัน ความต้องการทองคำโดยรวมทั่วโลกจากทุกภาคส่วน (รวมถึงการซื้อขายนอกตลาดหลักทรัพย์ หรือ Over-the-Counter: OTC) อยู่ที่ 1,313 ตัน คิดเป็นมูลค่า 1.46 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับเป็นระดับความต้องการรายไตรมาสที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ การเติบโตที่สูงของความต้องการทองคำโดยรวมทั่วโลกจากทุกภาคส่วน เกิดจากความต้องการด้านการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 3 แตะระดับ 537 ตัน โดยเพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และคิดเป็น 55% ของความต้องการทองคำสุทธิทั้งหมด อัตราการเติบโตในอุปสงค์ทองคำได้รับแรงส่งจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความผันผวน การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และปรากฏการณ์ “FOMO” หรือความกลัวที่จะพลาดโอกาส ของนักลงทุนในช่วงที่ราคาปรับตัวสูงขึ้น คุณเซาไก ฟาน (Shaokai Fan) หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศจีน) และหัวหน้าฝ่ายธนาคารกลางระดับโลก ของสภาทองคำโลก กล่าวว่า “แนวโน้มตลาดทองคำในประเทศไทย ยังคงเป็นบวก
สมาคมค้าทองคำ ประชุมร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อหารือมาตรการ “การจัดระเบียบร้านค้าทองคำ” โดยมี ดร.อรุณ คงเจริญ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมเป็นประธานการประชุม เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 68 ณ ห้องประชุม 1 สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา โดยการประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดแนวทางการกำกับดูแล การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้บริโภค จากความผันผวนของราคาทอง และมีการซื้อขายสินค้าประเภททองคำเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจทำให้ผู้ประกอบธุรกิจบางรายเสนอขายสินค้าโดยไม่แสดงฉลาก หรือแสดงฉลากแต่ใช้ข้อความที่ไม่ตรงต่อความจริง อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับสินค้าได้ ทั้งนี้ สมาคมฯ ให้ความสำคัญต่อเรื่องดังกล่าว และพร้อมให้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐฯ โดยประชาสัมพันธ์ไปยังสมาชิกทั่วประเทศรับทราบและปฏิบัติ เพื่อยกระดับมาตรฐานการประกอบธุรกิจทองคำให้โปร่งใสและเป็นธรรม










