Category Archives: บทความน่าสนใจ

สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ อีกหนึ่งตลาดทองคำที่น่าจับตา

สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ หรือประเทศพม่า ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ถูกจับตามากที่สุดในกลุ่มเออีซี เพราะพื้นที่มีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยประมาณ 1.3 เท่า แต่มีประชากรน้อยกว่า และที่สำคัญมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ แร่ธาตุ ประกอบกับรัฐบาลทหารที่ได้ปกครองประเทศอย่างเข้มงวดมาอย่างยาวนาน ได้ผ่อนคลายนโยบายในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องการปกครองและการค้า เพื่อต้องการนำประเทศไปสู่ระบบเศรษฐกิจการค้าเสรี โดยอนุญาตให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตและการจัดการ ส่งเสริมให้มีการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ พื้นฐานโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งเรื่องของเกษตรกรรม เหมืองแร่ (เช่น หิน สังกะสี ดีบุก ทองแดง และ ทองคำ เป็นต้น) ป่าไม้ และอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การทำการค้าในพม่ายังมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก เนื่องจากมีสินค้าหลายรายการที่ห้ามมิให้เอกชนนำเข้าหรือส่งออก ยกเว้นรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจเท่านั้นที่สามารถทำได้ ซึ่งทองคำ และอัญมณีก็อยู่ในกลุ่มสินค้าต้องห้ามด้วย นอกจากนั้น รัฐบาลทหารยังเป็นผู้ผูกขาดระบบการค้า การลงทุน การธนาคาร ทำให้ผู้ที่จะทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้าจะต้องยื่นขอจดทะเบียนที่กรมการค้า กระทรวงพาณิชย์ และจำกัดวงเงินเปิด L/C ของผู้นำเข้า ไม่เกิน US$ 50,000 ต่อเดือน โดยที่ผู้นำเข้าต้องเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ ที่ Myanmar Investment and Commercial Bank

เอ็กซ์เรย์ตลาดค้าทองคำในประเทศเวียดนาม

ในปีนี้เรื่องของการเปิดประชาคมอาเซียน หรือ ASEAN Economic Community ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศในกลุ่มเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ 10 ประเทศ คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า และไทย ได้ถูกจับตามากเรื่องหนึ่ง เพราะจะมีผลตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป และคาดว่าการเปิดประชาคมอาเซียนจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายภาคส่วน หากจะย้อนไปดูถึงเป้าหมายของการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน คือ “การสร้างประชาคมอาเซียนที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง มีกฎเกณฑ์กติกาที่ชัดเจน และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” การเป็นประชาคมอาเซียน คือ การทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเป็น “ครอบครัวเดียวกัน” ที่มีความแข็งแกร่งและมีภูมิต้านทานที่ดี โดยสมาชิกในครอบครัวมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี ปลอดภัย และสามารถค้าขายได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 3 เสาหลัก (Pillar) คือ ประชาคมการเมือง และความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมสังคม วัฒนธรรมอาเซียน แต่เสาหลักเรื่องของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ Asean Economic Community หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อ AEC

ตัวอย่างฉลาก “ทองรูปพรรณ” ที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กำหนด

ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 (พ.ศ.2544) เรื่อง ให้ทองรูปพรรณเป็นสินค้าควบคุมฉลาก และประกาศฉบับที่ 13 (พ.ศ.2546) เรื่อง ให้ทองรูปพรรณเป็นสินค้าควบคุมฉลาก (ฉบับที่ 2) ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจร้านทองจะต้องจัดทำฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขอสรุปง่ายๆ แบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ป้ายชื่อร้านและที่อยู่ฯ ร้านทองต้องติดป้ายชื่อร้านและที่อยู่ของร้านผู้ขาย, ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิต โดยติดไว้ที่หน้าร้าน หรือภายในร้าน ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ราคาทองประจำวัน ร้านทองต้องติดป้ายแสดงราคาทองคำแท่งขายออกและรับซื้อคืน ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ รวมถึงราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณในวันนั้น ๆ ด้วย โดยติดไว้ที่หน้าร้านหรือภายในร้านในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ป้ายฉลากสินค้าที่ถาดทอง ประกอบด้วย ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้า เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน ต่างหู,  น้ำหนักทองรูปพรรณ โดยระบุหน่วยเป็นกรัม (1 บาท จะหนัก 15.16 กรัม) , ปริมาณความบริสุทธิ์ของทองรูปพรรณ และเปอร์เซ็นต์หลังหลอม, ราคาค่าแรงหรือค่ากำเหน็จ ซึ่งสามารถกำหนดเป็นช่วงราคาได้ แต่ไม่ควรกว้างจนเกินไป สำหรับบทกำหนดโทษ กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือมีการฝ่าฝืน ที่มา : จุลสาร ฉบับเดือนมกราคม

เมื่อต้องไปแจ้งความคดีทองปลอม…ร้านทองต้องเตรียมตัวอย่างไร?

สวัสดีครับท่านสมาชิกฯ หลายท่านอาจเคยมีคำถามที่ว่า “เจอทองปลอมแล้วต้องทำอย่างไร?” ดังนั้น วารสารฉบับนี้ ผมจึงขอนำเสนอขั้นตอนการเตรียมตัวในการแจ้งความดำเนินคดีทองปลอม เพื่อเป็นประโยชน์ กับท่านสมาชิกฯ โดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ ส่วนแรก พนักงานสอบสวนจะสอบถามเกี่ยวกับประวัติ รวมถึงวัตถุประสงค์ หรือวิธีการในการประกอบ กิจการของผู้เสียหาย เช่น นายหรือบริษัท.. ..ประกอบกิจการค้าขายทองคำ รวมถึงการรับซื้อหรือขายฝากทองคำทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณ มาเป็นเวลา…….ปีส่วนที่สอง จะถามถึงเกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือ วัน เดือน ปี และเวลาที่เกิดเหตุ เช่น วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 เวลา.. นาฬิกา นาย.. ตราของร้าน น้ำหนัก ได้นำสร้อยคอ ลาย… …กรัม จํานวน……เส้น มาขายฝาก ในราคา โดยยืนยันว่าเป็นสร้อยคอทองคำแท้ ซึ่งทางร้าน (ผู้เสียหาย) โดย นาย… ของร้านได้ตรวจสอบเบื้องต้นด้วยวิธี ยี่ห้อหรือพนักงาน ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นทองคำแท้ ประกอบกับบริเวณตะขอซึ่งเป็นตรายี่ห้อที่น่าเชื่อถือของสร้อยคอดังกล่าว มีการประทับตราหรือยี่ห้อของร้าน (ขายส่ง).. ถึงแหล่งผลิตทองคำในวงการซื้อขายทองคำ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นทองคำแท้ ผู้เสียหายจึงได้

“ต้นมะขามช่างทอง” แห่ง อ.วิเศษชัยชาญ อีกหนึ่งตำนานของวงการทองคำประเทศไทย

หนึ่งในร้านทองที่ทำการค้ามามากกว่า 110 ปี มีประวัติและมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ที่สำคัญผลงานของที่นี่มีเอกลักษณ์ และเป็นที่ยอมรับจากบรรดาผู้ที่ชื่นชอบความสวยงามของเครื่องประดับทองคำนั่นก็คือ ร้าน “ต้นมะขาม ช่างทอง” แห่งตลาดศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ร้าน “ต้นมะขามช่างทอง” เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2443 โดยนายฉึ่น กี้ด หยี่ ได้มาเริ่มตั้งร้านทองเล็กๆ ใต้ต้นมะขามใหญ่ ณ ริมฝั่งแม่น้ำน้อย โดยสินค้าที่วางจำหน่าย สร้างสรรค์ฝีมือด้วย ทอง นาก เงิน ด้วยเครื่องมือน้อยชิ้น เรียบง่าย จนมีชื่อเสียงไปทั่วในชื่อของช่างทองโคนมะขาม จากนั้นทุกอย่างได้พัฒนามาเรื่อยๆ และได้ส่งต่อความรู้และประสบการณ์ในการทำทอง จากรุ่นสู่รุ่น จนทำให้ผลงานเป็นที่ยอมรับ ด้วยผลงานที่มีเอกลักษณ์ ตั้งแต่การหลอม ตี ดึง ร้อย เชื่อมข้อ ออกแบบลายสลัก ขัดเงา จนทำให้ขณะนี้ “ต้นมะขามช่างทอง” ก็ได้ก้าวย่างมา ถึงรุ่นที่ 4 แล้ว นางฟองจันทร์ วัฒนธาดา ประธานร้าน “ต้นมะขามช่างทอง” กล่าวถึงบรรยากาศการค้าพื้นที่ริมแม่น้ำน้อยบริเวณตลาดศาลเจ้าโรงทองว่า

เงินทองกองรอบตัว

ไฟกองน้อยๆ ในใจของผมเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งก็เพียงเพราะผมได้อ่านหนังสือเรื่อง “เงินทองกองอยู่ทั่วไป” ของนวพร เรืองสกุล ที่ได้พยายามประดิดประดอยเนื้อหามาจากนิทานชาดกในพระไตรปิฎก เป็นไปในเชิงแง่คิดและตัวอย่างการสร้างงาน สร้างเงิน และสร้างตน โดยได้รับการสนับสนุนการจัดพิมพ์โดยมูลนิธิกองทุนพัฒนาระบบตลาดทุน ก็ด้วยเพราะประโยคเด็ด “คนมีปัญญาเฉลียวฉลาดย่อมตั้งตนได้ด้วยทุนแม้น้อยดุจคนก่อไฟน้อยๆ ให้เป็นกองใหญ่ฉะนั้น” ประโยคเดียวที่สะกดให้ผมตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบลงได้ภายในระยะเวลาเพียงงีบหนึ่งก็ถึงแล้ว เรื่องราวของบุรุษผู้ยากจนข้นแค้นผู้หนึ่ง สร้างตนจนเป็นเศรษฐีประจำพระนคร นามว่า “มุสิกเศรษฐี” เพียงเพราะหนูตายตัวเดียว… วันหนึ่งขณะเขากำลังเก็บกวาดใบไม้อยู่บริเวณถนนหลวงหน้าบ้านจุลลกะเศรษฐี เขาได้ยินเสียง เศรษฐีเปรยว่า “คนมีปัญญาย่อมใช้หนูตัวนี้ให้เป็นประโยชน์เลี้ยงลูกเมียและประกอบการงาน” เขาฉุกคิด ได้เมื่อเห็นหนูตายตัวหนึ่งตรงบริเวณนั้นพอดี เขาตั้งใจนำหนูตัวนั้นไปขายที่ตลาด พราหมณ์ผู้หนึ่งได้ขอซื้อหนูเพื่อนำไปเป็นอาหารให้แมว ได้เงินมา “กากณึกหนึ่ง” การเที่ยวเสาะแสวงหาเศษสิ่งของเพื่อนำมาขายนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะจีรังยั่งยืน ความคิดใหม่โลดแล่นขึ้น เมื่อบุรุษหนุ่มสังเกตเห็นคนเก็บดอกไม้ออกจากเมืองไปแต่ก่อนตะวันขึ้นเพื่อไปเก็บดอกไม้ในป่า แล้วเดินกลับเข้าเมืองมาด้วยความอิดโรย “ถ้ามีใครหาน้ำให้พวกเขาดื่มสักหน่อยก็คงเป็นที่น่าพอใจนัก” เขาจึงนำเงิน “กากณึกหนึ่ง” นั้นไปซื้องบอ้อย หาหม้อใบหนึ่งมาตักน้ำแล้วไปอยู่ตรงบริเวณทางเดินที่คนเก็บดอกไม้เดินผ่านเป็นประจำ เขาบริการคนเก็บดอกไม้ด้วยชิ้นงบอ้อยคนละหน่อย และให้ดื่มน้ำหนึ่งซองมือ เพื่อแลกกับดอกไม้คนละหนึ่งกำมือที่พอรวมกันแล้วมากพอที่จะทำให้เขากลายเป็นคนส่งดอกไม้ไปโดยปริยาย เขาทำเช่นนี้อยู่หลายเดือนจนเขารวบรวมเงินได้ “8 กหาปณะ” พายุฝนที่กระหน่ำได้หอบกิ่งไม้และใบไม้ตกเกลื่อนกลาดในพระราชอุทยาน นำความกังวลใจมาสู่คนเฝ้าสวนยิ่งนัก เพราะยังไม่สามารถที่จะจัดการกับพระราชอุทยานเพื่อรับเสด็จได้เลย บุรุษหนุ่มขานอาสาเก็บกวาดพระราชอุทยานให้โดยมีข้อแม้ว่าเศษกิ่งไม้เหล่านั้นต้องตกเป็นของเขา คนเฝ้าสวน ยินดียกให้โดยหารู้ไม่ว่าเศษกิ่งไม้เหล่านั้นกลายเป็นทรัพย์สินมีค่าถึง “16 กหาปณะ” พร้อมกับภาชนะฝีมือประณีต 5 อย่าง

ท่องเมืองกรุงเก่า แวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ชมความอลังการเครื่องทองคำกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ

พิพิธภัณฑ์ที่จะพาไปเยี่ยมชมถือว่ามีความน่าสนใจ แม้จะไม่ใหญ่โตอลังการมากมาย แต่โดยภาพรวมมีการจัดแสดงที่น่าชม โดยเฉพาะห้องที่โชว์เครื่องทองคำที่พบในกรุพระปรางค์ วัดราชบูรณะ พิพิธภัณฑ์ที่พูดถึงก็คือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งแรกของไทยที่มีรูปแบบการจัดแสดงแบบใหม่ คือนำโบราณวัตถุและศิลปะโบราณวัตถุที่พบในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง อยุธยา รัตนโกสินทร์ มาจัดแสดงในจำนวนไม่มากจนเกินไป พร้อมเทคโนโลยี QR Code มาคอยบอกเล่าข้อมูล ทำให้การนำเสนอดูน่าสนใจ โดยการจัดแสดงจะมีทั้งหมด 3 อาคาร สำหรับไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะอยู่ในอาคารแรกที่ชื่ออาคารเจ้าสามพระยา ในชั้น 2 จะมีห้องจัดแสดงชื่อห้องวัดราชบูรณะ เป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่พบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ โดยเฉพาะเครื่องทอง อาทิ พระพิมพ์ทองคำ และเครื่องราชูปโภคทองคำ ทองกร พาหุรัตน์ ทับทรวง เครื่องประดับเศียรสำหรับชายและหญิง รวมถึงเครื่องทองอีกมากมาย สำหรับโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ คือ พระแสงขรรค์ชัยศรี เครื่องราชกกุธภัณฑ์จำลอง พระปรางค์ทองคำและเจดีย์ทองคำที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีในกรุ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ล้วนแต่แสดงความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาในอดีต สำหรับห้องที่จัดแสดงเครื่องทองเหล่านี้ แม้จะไม่กว้างขวางมากนัก แต่หากจะพิจารณาถึงความงดงามและศิลปะต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการประดิษฐ์ของแต่ละชิ้นอย่างละเอียดแล้ว ก็ต้องใช้เวลานานอยู่อักโข ทั้งนี้

“Fact About Gold” เรื่องจริงเกี่ยวกับทองคำ

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับทองคำ ที่หลายๆท่านอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน เรามาดูกันว่าเรื่องจริงต่างๆที่เกี่ยวกับทองคำ จะมีอะไรกันบ้าง หากนำทองที่มีอยู่ในโลกทั้งหมดมารวมกัน แล้วดึงให้กลายเป็นลวดที่มีความหนา 5 ไมครอน ก็อาจจะสามารถนำมาพันรอบโลกได้ถึง 11,200,000 ครั้งเลยทีเดียว เชื่อหรือไม่ว่า อุณหภูมิที่เป็นจุดเดือดของทองนั้นสูงถึง 2,808 องศาเซลเซียส ทองคำ 1 ทรอยออนซ์ จะมีน้ำหนักเพียง 31.103 กรัม เท่านั้นเอง การที่จะหาทองคำก้อนที่มีน้ำหนัก 1 ออนซ์ นั้นเป็นเรื่องที่ยากมากกว่าการหาเพชร 5 กะรัตเสียอีก อุณหภูมิของร่างกายมีค่าเท่ากับ 37 องศาเซลเซียส การเป็นตัวนำความร้อนที่ดีมากของทองคำทำให้ทองคำปรับอุณหภูมิให้เท่ากับร่างกายของเราได้อย่างรวดเร็วมาก มันจึงเป็นเหตุผลอันหนึ่งที่ทำให้ทองเป็นอัญมณีที่มีราคามาก ต้องใช้ความร้อนสูงถึง 1,064 องศาเซลเซียส ทองคำถึงจะละลาย นับตั้งแต่เริ่มต้นของความเจริญเติบโตทางอารยธรรมของมนุษยชาติทองคำถูกขุดขึ้นมายังไม่ถึง 175,000 ตันเลย ในระหว่างการขุดหินเพื่อจะสร้างบ้านอยู่นั้นคนงานเหมืองชาวออสเตรเลียชื่อนาย จอร์จแฮร์ริสัน ได้ขุดพบแร่ทองคำที่อยู่ใกล้กับกรุงโจฮานเนสเบิร์ก ในปี 1885 ซึ่งทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ การตื่นทองในแอฟริกาใต้ เมื่อรวมทองคำทั้งหมดที่เคยขุดพบในเหมือง จะพอดีกับลังที่มีขนาด 21 ลูกบาศก์เมตร ประมาณครึ่งหนึ่ง (49%) ของทองคำที่ขุดได้ทั้งหมดในวันนึง จะถูกนำไปทำเป็นเครื่องประดับซึ่งยังคงเป็นงานอุตสาหกรรมเดียวใช้ทองคำมาก

ย้อนรอยดูต้นกำเนิดความงามของอัญมณี ที่พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ

การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ถือเป็นอีกหนึ่งการท่องเที่ยวที่นอกจากจะได้ผ่อนคลายแล้ว ยังได้ความรู้ในแง่มุมต่างๆ ที่ถูกนำมาจัดแสดงไว้ ทั้งนั้น ในประเทศไทยมีพิพิธภัณฑ์อยู่มากมาย ทั้งที่เป็นของหน่วยงานราชการและเอกชน ให้ผู้ที่สนใจได้ไปชมตามความชื่นชอบของตัวเอง ที่สำคัญในบางแห่งมีรูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจและทันสมัยอีกด้วย ในคราวนี้จะขอพาไปชมอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ซึ่งผู้ที่หลงใหลเรื่องของอัญมณีต้องไม่ควรพลาด นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งนอกจากจะบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับอัญมณีแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่ต้นกำเนิดของอัญมณีแต่ละชนิดไปจนถึงกระบวนการแปรรูป จนออกมาเป็นเครื่องประดับที่ให้เราได้สวมใส่กันในทุกวันนี้ ยังเป็นสถานที่สำหรับการอนุรักษ์ตัวอย่างอัญมณีและเครื่องประดับไว้สำหรับคนรุ่นหลังอีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับอัญมณีทุกประเภทพร้อมนำอัญมณีบางชนิดที่เป็นของจริง ทั้งที่ยังไม่ได้แปรรูปและแบบที่แปรรูปแล้วมาจัดแสดง นอกจากนั้นยังมีผลงานของนักออกแบบไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการไทยมาจัดแสดงอีกด้วย นอกจากนั้น ก็จะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับอัญมณีประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเพชร ทับทิม หยก รวมถึงโลหะมีค่า และเครื่องประดับตามสมัยนิยม ที่สำคัญทางพิพิธภัณฑ์ ได้จัดกิจกรรมพิเศษในช่วงวันสำคัญต่างๆ อีกด้วย หากผู้ที่สนใจในเรื่องนี้ ก็ถือว่าเป็นคลังความรู้ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ขณะที่การเดินทางเที่ยวชมก็สะดวกสบาย เนื้อที่จัดแสดงไม่กว้างมากนัก และมีการจัดเรียงข้อมูลเป็นหมวดหมู่ทำให้ง่ายต่อการเข้าใจ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าเที่ยวชมได้ พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 2 ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ  ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่เดินทางไปได้อย่างสะดวก โดยจะเปิดให้เข้าชมในวันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 9.00 –

อย่าปล่อยให้กลุ่มมิจฉาชีพลอยนวล

เมื่อพูดถึงเรื่องของกฎหมาย หลายคนอาจส่ายหน้าหรือเบือนหน้าหนี เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก และมีความวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในการดำเนินชีวิตของเราเกือบทุกเรื่องต้องมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น ทั้งนี้ หากเรารู้เรื่องข้อกฎหมายหรือวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง ก็เชื่อได้ว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะมีกฎหมายหลายฉบับเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่ง “Laws of gold” จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะให้ท่านที่มีปัญหาสามารถส่งเรื่องราวเข้ามาปรึกษาหรือสอบถามข้อมูล เพื่อจะเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาหรือการปฏิบัติ ในฉบับแรกเราคงจะมาคุยในเรื่องที่ทางสมาคมค้าทองคำได้พยายามรณรงค์ และขอความร่วมมือกับร้านค้าต่างๆ ในการแก้ไขปัญหา นั่นก็คือการจัดการกับกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำปลอมมาหลอกขายหรือขายฝาก ซึ่งคนกลุ่มนี้ถือเป็นเชื้อโรคอันร้ายกาจที่คอยบั่นทอนการทำธุรกิจค้าทองคำ และสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจนี้ปีละหลายร้อยล้านบาท แต่ที่ผ่านมาการจัดการกับคนกลุ่มนี้ยังคงทำให้ได้ไม่เต็มที่มากนัก เพราะร้านค้าผู้เสียหายมักจะยินยอมที่จะยอมความกับกลุ่มมิจฉาชีพ เพียงแค่ว่าไม่อยากเสียเวลา และไม่อยากเป็นคดีความ ซึ่งทางสมาคมฯ ก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือในการดำเนินคดีอย่างเต็มที่เช่นกัน เรามาดูกันว่าขั้นตอนในการดำเนินการกับกลุ่มมิจฉาชีพที่เราจับกุมได้ต้องทำอะไรบ้าง อันดับแรก ต้องไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่ร้านตั้งอยู่ ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการแจ้งความไม่ใช่การลงบันทึกประจำวัน ซึ่งการแจ้งความตาม กฎหมาย คือการไปมอบคดีให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาหรือจำเลย จนกว่าคดีจะถึงที่สุด จากนั้นตำรวจจะตั้งข้อหาโดยจะดูพฤติการณ์เป็นหลัก หากเอาทองปลอมมาหลอกขาย จะโดนข้อหาฉ้อโกง ส่วนลงมือกระทำความผิดสำเร็จหรือไม่ก็ต้องดูที่ข้อเท็จจริงอีกครั้ง ทั้งนี้ ในการแจ้งความ เจ้าของร้านต้องจดจำและเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและต้องจดจำรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายให้ได้ หากจับตัวคนร้ายได้ต้องไปยืนยันหลักฐาน ของกลาง และชี้ตัวผู้ต้องหา หากเจ้าของร้านไม่สะดวกไปแจ้งความ สามารถทำหนังสือมอบอำนาจให้คนอื่นไปแทนได้ โดยมีเอกสารประกอบ คือ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบค้าของเก่า ว่าเป็นการรับซื้อทอง
PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com