Category Archives: บทความน่าสนใจ

ตุรกี…ศูนย์กลางการค้าทองคำและเครื่องประดับทองที่สำคัญของโลก

ในฐานะผู้ผลิตเครื่องประดับทองคำรายใหญ่เป็นอันดับสามของโลก และผู้ส่งออกเครื่องประดับทอง มากเป็นอันดับสองของโลก ตุรกีจึงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการค้าของ 80 ประเทศในภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียน ยุโรปตะวันออก สหพันธรัฐรัสเซียและกลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (CIS: เป็นประเทศที่เคยเป็นสมาชิกของ สหภาพโซเวียตเก่าจำนวน 12 ประเทศ) ตะวันออกกลาง ทะเลดำ (Black Sea) คอเคเชีย และแอฟริกาเหนือ สืบเนื่องจากงานศิลปหัตถกรรมเครื่องประดับตุรกีที่มีรากฐานมาจากมรดกทางวัฒนธรรมและ ประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ถึง 5 พันปีของดินแดนอนาโตเลีย จวบจนปัจจุบันนี้ก็ได้รับการผสมผสานเข้ากับ เทคโนโลยีอันทันสมัย ฝีมือช่างที่โดดเด่น ความหลากหลายไร้ขีดจำกัด ศักยภาพในการผลิตที่ตอบสนองได้ทุกความต้องการ คุณภาพชั้นเยี่ยม ระดับราคาที่เอื้อต่อการแข่งขันในตลาด และความสามารถในการส่งมอบสินค้าในระยะเวลาที่สั้นลงมาก ส่งผลให้ธุรกิจการค้าและการส่งออกเครื่องประดับทองของตุรกีเติบโตอย่างรวดเร็ว เพื่อรองรับอุปสงค์การบริโภคภายในประเทศและตลาดต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้น บทบาทของทองคำในตุรกี รายงานที่เผยแพร่โดย World Gold Council เรื่อง Turkey: gold in action พูดถึงอุตสาหกรรม เครื่องประดับตุรกี โดยศึกษาบทบาทของทองคำในชีวิตประจำวันของประชากรในตุรกี ซึ่งเป็นประเทศผู้บริโภคทองคำมากเป็นอันดับที่สี่ของโลก และยังวิเคราะห์การมีส่วนช่วยเหลือเศรษฐกิจของชาติอีกด้วย ตุรกีเป็นโลกใบย่อมของตลาดทองคำโลก กล่าวคือ เป็นประเทศที่ตั้งของห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดของ ทองคำ นับตั้งแต่การทำเหมือง การสกัดทอง ไปจนถึงการออกแบบเครื่องประดับ

เมื่อทองขาวกลายเป็นพระเอก

White Gold
ในสหรัฐอเมริกาโลหะสีขาวอย่าง เงิน ทองขาว และแพลทินัมได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นมาก ในช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา อันเป็นผลจากกระแสแฟชั่นและการสวมใส่ของเหล่าคนดังบนพรมแดง รวมไปถึงการโฆษณาโดย Platinum Guild International โฆษณาของ Diamond Trading Company โฆษณาทางโทรทัศน์ที่ฉายไปทั่วประเทศจากร้านค้าเครือข่ายขนาดใหญ่ และโฆษณาอันชวนดึงดูดทางสื่อสิ่งพิมพ์จากแบรนด์นักออกแบบเครื่องประดับชั้นสูง หากทว่าการเติบโตนี้เดินทางมาพร้อมกับภาระความรับผิดชอบของผู้ขายเครื่องประดับด้วย ในฐานะผู้ค้าปลีกจะต้องรับผิดชอบ หรือแม้กระทั่งมีพันธะผูกพันต่อการเปิดเผยข้อมูลว่า เครื่องประดับทองขาวบางชิ้นหรือทุกชิ้นที่ขายนั้น ชุบด้วยโรเดียมหรือไม่ รวมถึงเตรียมรับมือเมื่อลูกค้าคืนสินค้าทองขาวที่วัสดุชุบหลุดลอกออกและเผยให้เห็นทองผสมสีออกเทาหรือน้ำตาลที่อยู่ภายใน กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ต้องเปิดเผยว่าสินค้าผ่านการชุบโรเดียม หากแต่เป็นเรื่องของสิ่งที่ควรทำโดยเฉพาะเมื่อสินค้านั้นมีแนวโน้มที่จะต้องนำมาชุบใหม่เมื่อใช้ไปนานๆ (โดยเฉพาะสินค้าประเภท กำไลและแหวน) ผู้ขายเครื่องประดับบางรายอาจมองว่าการร้องเรียนจากลูกค้าเกี่ยวกับเครื่องประดับที่วัสดุชุบหลุดลอกเป็นโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าได้หนทางหนึ่ง ด้วยการเสนอบริการ “ชุบใหม่” สำหรับสินค้าที่เป็นปัญหานั้น สิ่งนี้ฟังดูดีในเชิงทฤษฎี แต่ด้วยเหตุผลใดจึงต้องรอให้เกิดปัญหาหรือข้อร้องเรียนขึ้นก่อน เพราะลูกค้าที่ผิดหวังจำนวนมากอาจไม่ยอมกลับมาที่ร้านอีกเลยก็ได้ การชุบใหม่อาจมีความจำเป็น แต่ไม่ใช่ยาวิเศษที่แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง วิธีที่ดีกว่าคือการหลีกเลี่ยงปัญหาเสียตั้งแต่แรก แทนที่จะสร้างความผิดหวังให้ลูกค้า วิธีการง่ายๆ ที่สามารถทำได้คือ การซื้อเครื่องประดับทองขาวชั้นดีที่ไม่ผ่านการชุบ ซึ่งมีส่วนผสมของแพลเลเดียม โรเดียม และโลหะสีขาวอื่นๆ เป็นสัดส่วนสูง ซึ่งจะช่วยให้ประกาย “สีขาว” มีมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ทำได้และควรทำคือ การตั้งราคาเพิ่มขึ้นอีกระดับสำหรับสินค้ากลุ่มนี้ โดยอธิบายว่า ชิ้นงานไม่ได้มีแค่เนื้อทอง 14 หรือ 18 กะรัตอยู่เท่านั้น

“เครื่องประดับทองสุโขทัย” หัตถศิลป์ร่วมสมัย

ปัจจุบันแม้ราคาทองคำในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นเพียงใด ทว่าทองคำก็ยังคงมีคุณค่าในตัวเองที่ใครๆ ต่างก็ต้องการครอบครองเป็นเจ้าของ เพราะนอกจากทองคำจะเป็นโลหะธาตุมูลค่าสูงซึ่งถูกใช้เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน เนื่องด้วยไม่เสื่อมค่าและมีสภาพคล่องสูง เป็นที่ยอมรับในระดับสากลจึงใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประเทศแล้ว ทองคำยังถือว่าเป็นวัตถุที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว มีสีเหลืองสว่างสดใสและมีความสุกปลั่งเป็นประกายสวยงามสะดุดตา เนื้อทองคำมีความยืดหยุ่นและเหนียวคงทน จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักใช้ทำเป็นเครื่องประดับตกแต่งร่างกาย ด้วยเหตุนี้ผู้คนทั่วโลกจึงยังนิยมซื้อทองคำหรือเครื่องประดับทองเฉกเช่น ค่านิยมในอดีต โดยเฉพาะชาวเอเชียที่ให้ความสำคัญต่อการสวมใส่เครื่องประดับทองรูปพรรณ ดังที่ยึดถือกันมาตามขนบธรรมเนียมประเพณีแต่ดั้งเดิม โดยมักใช้ในพิธีหมั้นหรือแต่งงาน ซึ่งแทนค่าสินสอดในการขอแต่งงาน หรือใช้เป็นของขวัญให้แก่กันและกันในโอกาสหรือช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ ขณะเดียวกันการสวมใส่เครื่องประดับทองของ ผู้คนในปัจจุบันนอกจากในแง่คุณค่าทางจิตใจและความสวยงามแล้ว ยังเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงฐานะทางสังคมหรือความทันสมัยตามกระแสแฟชั่น อีกทั้งเครื่องประดับทองยังมีบทบาทเป็นสินทรัพย์สะสมความมั่นคงที่เหมาะแก่การลงทุนด้วยเช่นกัน เครื่องประดับทองอันทรงคุณค่าตามวิถีไทย ในประเทศไทยนั้น การนำทองคำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับเฟื่องฟูมาตั้งแต่ยุคสมัยสุโขทัยต่อเนื่องไปยังสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยแรกเริ่มเป็นการผลิตเพื่อใช้ในระดับกษัตริย์ ราชวงศ์ ขุนนางชั้นสูงต่างๆ ด้วยยังมีกฎระเบียบแบบแผนในการสวมใส่เครื่องประดับ และห้ามมิให้สามัญชนทั่วไปมีเครื่องประดับได้ จนกระทั่งในช่วงกลางยุคสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งเปิดกว้างให้ชาวต่างชาติ ทั้งจากยุโรปและจีนเดินทางเข้ามาค้าขายสินค้ากันอย่างคึกคัก รวมไปถึงช่างทองชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบกิจการและอาศัยอยู่ในไทยด้วย ทำให้การใช้เครื่องประดับมิได้จำกัดเช่นแต่ก่อน จึงมีการผลิตและการสวมใส่เครื่องประดับกันอย่างแพร่หลายในหมู่ประชาชนมากยิ่งขึ้น จากทองคำที่มีสถานภาพเป็นเพียงแร่ธาตุหายากชนิดหนึ่ง ได้รับการหล่อหลอมสลักเสลาเกลากลึง ตัดต่อสร้างสรรค์ให้สามารถอวดความงามได้ในรูปของเครื่องประดับอันประณีตอ่อนช้อย โดยอาศัยภูมิปัญญาอันชาญฉลาด ผ่านการสั่งสมประสบการณ์และทักษะฝีมือความชำนาญทางเชิงช่าง จนกลายเป็นรากฐานทาง ศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญ และเป็นมรดกทางหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าที่เฟื่องฟู และสืบทอดมาอย่างยาวนานในหลายยุคสมัยของไทยจวบจนปัจจุบัน ส่งผลให้การรังสรรค์เครื่องประดับทองของไทยในยุคสมัยนี้ถือได้ว่ามีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยฝีมือเชิงศิลป์ที่วิจิตรงดงาม ซึ่งถ่ายทอดเทคนิคการผลิตมาจากบรรพบุรุษในท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงต่อยอดองค์ความรู้ดั้งเดิมควบคู่ไปกับการประยุกต์พัฒนางานฝีมือ ผสมผสานรูปแบบโบราณและร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ชิ้นงาน และสืบสานอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ให้ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ต่อเนื่องจากความรุ่งเรืองในอดีต ปัจจุบันเครื่องประดับทองที่มีจำหน่ายในประเทศไทยนั้น แบ่งออกได้เป็นทองรูปพรรณหรือที่เรียกว่า
PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com