ราคาทองคำปรับตัวลดลงเล็กน้อยในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 หลังความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดประเมินว่าธนาคารกลางสำคัญอาจต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป ราคาทองคำตลาดโลก ณ เวลา 07.27 น. ตามเวลาประเทศไทย ลดลง 0.2% มาอยู่ที่ 4,368.33 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำสหรัฐส่งมอบเดือนธันวาคมลดลง 0.4% อยู่ที่ 4,406.70 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ตามรายงานของ Reuters ซึ่งเผยแพร่ผ่าน The Economic Times ข้อมูลจากแหล่งข่าวอื่นในช่วงใกล้เคียงกันระบุว่า ราคาทองคำเคลื่อนไหวประมาณ 4,372 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยความแตกต่างของตัวเลขเกิดจากช่วงเวลาบันทึกราคาและประเภทของราคาที่ใช้อ้างอิง ความตึงเครียดตะวันออกกลางเพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ แรงกดดันต่อตลาดทองคำเกิดขึ้นหลังกลุ่มฮูตีในเยเมนระบุว่า ได้โจมตีพื้นที่สำคัญในกรุงริยาดของซาอุดีอาระเบียด้วยขีปนาวุธและอากาศยานไร้คนขับ รวมถึงพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานบริเวณชายฝั่งทะเลแดง เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ตลาดยังคงติดตามความเสี่ยงต่อการขนส่งน้ำมันในตะวันออกกลาง แม้ราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงในช่วงต้นสัปดาห์จากความคาดหวังว่า การส่งออกน้ำมันของซาอุดีอาระเบียจะทยอยฟื้นตัว ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 2.1% มาอยู่ที่ประมาณ 101.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสลดลงในอัตราใกล้เคียงกันมาอยู่ที่ 98.20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเป็นการปรับลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ ตามรายงานของ The Economic Times แม้ราคาน้ำมันที่ลดลงช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อบางส่วน แต่สถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภภาคยังมีความไม่แน่นอน
Category Archives: ข่าวราคาทอง
ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 หลังฟื้นตัวเกือบ 2% ในวันก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์ที่ลดลง ช่วยบรรเทาความกังวลของตลาดต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ข้อมูลระหว่างการซื้อขายช่วงต้นตลาดเอเชียระบุว่า ราคาทองคำตลาดโลกเคลื่อนไหวบริเวณ 4,352 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.3% จากวันก่อน ตามรายงานของ The Wall Street Journal น้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรลดลง ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงต่อเนื่อง หลังตลาดประเมินความพยายามเพิ่มเส้นทางขนส่งพลังงานทางเลือก ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านอุปทานในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดวันพฤหัสบดีที่ 104.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงประมาณ 1% การลดลงของราคาน้ำมันช่วยคลายความกังวลว่า ต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูงจะเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและทำให้ธนาคารกลางสหรัฐจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น ด้านตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ใกล้ 4.93% จากประมาณ 5.01% ในวันพุธ ตามรายงานของ Associated Press ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์ การลดลงของผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์ช่วยลดแรงกดดันต่อทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และซื้อขายในตลาดโลกด้วยสกุลเงินดอลลาร์เป็นหลัก ตลาดยังประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด การฟื้นตัวของราคาทองคำเกิดขึ้นหลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 16
ราคาทองคำตลาดโลกผันผวนอย่างรุนแรงหลังธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด พร้อมเปิดเผยประมาณการซึ่งสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มองว่าอัตราดอกเบี้ยอาจต้องปรับสูงขึ้นอีกภายในปี 2569 ทองคำสปอตปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 4,365.57 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ก่อนกลับทิศหลังการประกาศผลประชุมและลดลง 1.2% มาอยู่ที่ 4,240.10 ดอลลาร์ ณ เวลา 15.10 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือตรงกับ 02.10 น. วันที่ 17 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย หลังจากนั้น ราคาฟื้นตัวกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ 4,284 ดอลลาร์ในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนการประชุม ขณะที่ดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566 แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของธนาคารกลางสหรัฐ ระบุว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินมีมติเป็นเอกฉันท์ 12–0 ให้ขึ้นกรอบอัตราดอกเบี้ย Federal Funds Rate จำนวน 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 3.75–4.00% การตัดสินใจครั้งนี้นับเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดนับตั้งแต่ปี 2566 โดยเฟดระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง การใช้จ่ายภายในประเทศมีความยืดหยุ่น ผลิตภาพและการลงทุนอยู่ในระดับสูง ส่วนการจ้างงานเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการขยายตัวของกำลังแรงงาน และอัตราว่างงานเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย เฟดยังประเมินว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และระบุว่าการปรับนโยบายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2%
ราคาทองคำตลาดโลกฟื้นกลับขึ้นเหนือ 4,300 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในช่วงเช้าวันพุธที่ 16 กันยายน 2569 หลังอ่อนตัวลงในการซื้อขายที่ตลาดสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนลดการถือสถานะก่อนทราบผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 4,328 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 10.00 น.. ตามเวลาประเทศไทย ส่วนสัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนใกล้สุดปิดการการซื้อขายวันอังคารที่ 4,291.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 18.40 ดอลลาร์ หรือ 0.43% และเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม ข้อมูลการปิดตลาด COMEX แม้ราคาทองคำจะฟื้นตัวในช่วงตลาดเอเชีย แต่ภาวะตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่อยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีใกล้ระดับ 5% และดอลลาร์ที่แข็งค่า ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ น้ำมันปิดสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดการซื้อขายวันอังคารเพิ่มขึ้น 3.07 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ที่ 108.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม
ราคาทองคำโลกปรับตัวลงต่ำกว่า 4,300 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในช่วงเช้าวันอังคารที่ 15 กันยายน 2569 หลังราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอยู่ในระดับสูง ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ก่อนธนาคารกลางสหรัฐเริ่มการประชุมนโยบายการเงินระหว่างวันที่ 15–16 กันยายน ราคาทองคำสปอตเคลื่อนไหวบริเวณ 4,288.18 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 06.48 น. ตามเวลาประเทศไทย ลดลง 0.3% หลังจากร่วงลงมากกว่า 1% ในวันก่อนหน้าและแตะระดับต่ำสุดในรอบประมาณ 5 สัปดาห์ ส่วนดัชนีดอลลาร์ทรงตัว หลังเพิ่มขึ้น 0.4% ในการซื้อขายวันจันทร์ ข้อมูลตลาดที่เผยแพร่โดย Bloomberg แม้ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังสร้างความไม่แน่นอนต่อเศรษฐกิจโลก แต่ตลาดให้น้ำหนักมากขึ้นกับผลของราคาพลังงานต่อเงินเฟ้อ รวมถึงความเป็นไปได้ที่เฟดอาจต้องใช้นโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น น้ำมันสูงเพิ่มความกังวลด้านเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นหลังซาอุดีอาระเบียปิดท่อส่งน้ำมัน East-West เนื่องจากความเสียหายจากเหตุโจมตี ท่อส่งดังกล่าวเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับลำเลียงน้ำมันจากพื้นที่ผลิตใกล้อ่าวเปอร์เซียไปยังท่าเรือฝั่งทะเลแดง โดยช่วยลดการพึ่งพาเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับระยะเวลาปิดท่อส่งน้ำมันและความสามารถในการชดเชยปริมาณการขนส่ง ทำให้ตลาดยังติดตามความเสี่ยงด้านอุปทานอย่างใกล้ชิด หลังราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงที่ผ่านมา ราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจส่งผ่านไปยังต้นทุนการผลิต การขนส่ง และราคาสินค้า ส่งผลให้ตลาดกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจยืดเยื้อกว่าที่คาดไว้ ความกังวลดังกล่าวมีผลต่อการประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและการเคลื่อนไหวของตลาดพันธบัตร บอนด์ยีลด์สหรัฐแตะ 5% ขณะดอลลาร์แข็งค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ
ราคาทองคำเคลื่อนไหวอ่อนตัวเล็กน้อยในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน 2569 โดยอยู่บริเวณ 4,340–4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังปรับลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สาม ขณะที่ตลาดเตรียมรับผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ท่ามกลางแรงกดดันจากเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังช่วยประคองความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์สำหรับกระจายความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม ความกังวลว่าราคาพลังงานที่สูงขึ้นอาจทำให้เงินเฟ้อชะลอตัวได้ยาก และเพิ่มโอกาสที่ธนาคารกลางต่าง ๆ จะดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวอย่างจำกัด เงินเฟ้อสหรัฐเพิ่มแรงกดดันก่อนประชุมเฟด ข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI เดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อน หลังเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนกรกฎาคม และเพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ราคาสินค้าในภาคการผลิตเพิ่มขึ้น 1.1% โดยมีราคาพลังงานซึ่งปรับสูงขึ้น 4.2% เป็นปัจจัยสำคัญ ขณะที่ราคาบริการเพิ่มขึ้น 0.1% ข้อมูลดังกล่าวเผยแพร่เมื่อวันที่ 10 กันยายน เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ต่อมา รายงานดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ ซึ่งเผยแพร่วันที่ 11 กันยายน
ราคาทองคำโลกอ่อนตัวลงใกล้ระดับ 4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังข้อมูลเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตของสหรัฐเร่งตัวขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่ทะยานเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ผู้ลงทุนรอติดตามข้อมูล CPI สหรัฐในคืนนี้ ราคาทองคำตลาดโลกในช่วงเช้าวันที่ 11 กันยายน 2569 ตามเวลาตลาดเอเชียเคลื่อนไหวบริเวณ 4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่อเนื่องจากแรงขายในตลาดสหรัฐ หลังดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้น Reuters รายงานว่า ราคาทองคำสปอตลดลงประมาณ 1% อยู่ที่ 4,355.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยระหว่างวันลงไปแตะ 4,323.78 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของวัน ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐปิดลดลงประมาณ 1.2% ที่ 4,407.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ PPI สหรัฐเพิ่มขึ้นจากแรงกดดันด้านพลังงาน สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ รายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตสำหรับอุปสงค์ขั้นสุดท้าย หรือ PPI เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนสิงหาคม หลังเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน PPI เพิ่มขึ้น 5.4% ราคาสินค้าสำหรับอุปสงค์ขั้นสุดท้ายเพิ่มขึ้น 1.1%
ราคาทองคำโลกฟื้นตัวเหนือ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ ขณะที่ตลาดรอการเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิตหรือ PPI ของสหรัฐในคืนนี้ ก่อนติดตามดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI ในวันศุกร์ ราคาทองคำปรับขึ้นมากกว่า 1% ในการซื้อขายวันที่ 9 กันยายน โดย Reuters รายงานว่า ราคาทองคำสปอตอยู่ที่ประมาณ 4,414.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐเดือนธันวาคมปิดที่ 4,458.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ การฟื้นตัวเกิดขึ้นแม้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง และราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งทำให้ตลาดยังคงระมัดระวังต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ดอลลาร์อ่อนช่วยหนุนราคาทองคำ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเคลื่อนไหวใกล้ระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์ ส่งผลให้ทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีต้นทุนลดลงสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น และช่วยสนับสนุนแรงซื้อในตลาดโลหะมีค่า อย่างไรก็ตาม อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ก่อนลดช่วงบวกลงในเวลาต่อมา สะท้อนว่าตลาดยังให้น้ำหนักกับความเป็นไปได้ที่อัตราดอกเบี้ยสหรัฐอาจอยู่ในระดับสูงต่อไป Reuters ระบุว่า ตลาดสัญญาดอกเบี้ยให้น้ำหนักประมาณ 60% ต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมรอบถัดไป ณ เวลาที่รายงาน หลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐออกมาแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้ น้ำมันทะลุ 100 ดอลลาร์เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ ราคาน้ำมันดิบ Brent
ราคาทองคำโลกอ่อนตัวลงต่ำกว่า 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มความกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ตลาดรอข้อมูล PPI และ CPI ของสหรัฐก่อนประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ ราคาทองคำตลาดโลกในช่วงเช้าวันที่ 9 กันยายน 2569 ตามเวลาตลาดเอเชียเคลื่อนไหวบริเวณ 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังถูกกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย โดยข้อมูลจาก Trading Economics ระบุว่าราคาทองคำเคลื่อนไหวใกล้ 4,354 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเวลาดังกล่าว ก่อนหน้านี้ Reuters รายงานว่า ราคาทองคำสปอตลดลงประมาณ 0.4% อยู่ที่ 4,385.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐเดือนธันวาคมลดลงประมาณ 1% อยู่ที่ 4,430.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาน้ำมันใกล้ 100 ดอลลาร์เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ ปัจจัยสำคัญที่กระทบตลาดการเงินคือการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบ Brent แตะระดับ 99.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม หลังเกิดเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบียและความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น ราคาพลังงานที่สูงขึ้นมีผลต่อการประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อ เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงสามารถส่งผ่านไปยังค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต
ราคาทองคำโลกขยับขึ้นเล็กน้อยเหนือระดับ 4,420 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันที่ 8 กันยายน 2569 หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัว ขณะที่แรงซื้อทองคำของธนาคารกลางจีนยังเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาด อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่อยู่เหนือ 97 ดอลลาร์ยังทำให้นักลงทุนซื้อขายอย่างระมัดระวังก่อนข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ ข้อมูลจาก Trading Economics ระบุว่า ราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 4,420.55 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในวันที่ 8 กันยายน เพิ่มขึ้นประมาณ 0.35% จากวันก่อนหน้า หลังราคาลดลงมาใกล้ระดับ 4,400 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์ การเคลื่อนไหวของราคายังอยู่ในลักษณะทรงตัว เนื่องจากตลาดกำลังประเมินปัจจัยสองด้าน ระหว่างการอ่อนค่าของดอลลาร์และแรงซื้อทองคำจากภาคธนาคารกลาง กับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ดอลลาร์อ่อนตัวก่อนข้อมูล CPI Reuters รายงานว่า ดัชนีดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวเล็กน้อยมาอยู่บริเวณ 98.83 หลังเงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบประมาณ 7 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงช่วยลดต้นทุนการซื้อทองคำสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น และเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยที่ช่วยให้ราคาทองคำฟื้นตัวจากการอ่อนตัวในวันก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ตลาดยังให้น้ำหนักประมาณ 60% ต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน หลังรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนสิงหาคมออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด ตลาดยังรับผลจากข้อมูลการจ้างงานสหรัฐ ข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ หรือ BLS ระบุว่า










