Category Archives: บทความน่าสนใจ

ส่องตลาดทองคำราชอาณาจักรกัมพูชา (Kingdom of Cambodia)

ประเทศกัมพูชาหรือที่เรียกกันเป็นทางการว่า “ราชอาณาจักรกัมพูชา” นั้นประกอบด้วยหลายเชื้อชาติ เช่น เขมร ญวน จีน และไทย มีภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ แต่ทั่วไปก็มีการใช้ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เวียดนาม จีน และไทย ประเทศนี้มีพื้นที่เล็กกว่าไทย ประมาณ 3 เท่าและมีจำนวนประชากรน้อยกว่าไทยเกือบ 5 เท่า การปกครองในปัจจุบันเป็นแบบระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ และมีนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำในการบริหารประเทศ สกุลเงินของกัมพูชาคือ เงินเรียล (Riel ตัวย่อในทางสากลคือ KHR) โดยประมาณแล้ว 20 บาท จะแลกได้ 2,300 เรียล หรือ 1 ดอลล่าร์สหรัฐฯ จะแลกได้ 4,100 เรียบ (อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2558) นอกจากนี้ ยังมีหน่วยย่อยของเงินที่ใช้เป็น กาค (kak) และ เซน (sen) คือ 1 เรียล

เจาะลึกอุตสาหกรรมทองคำใน สปป.ลาว

สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เรียกสั้นๆ ว่า สปป. ลาว ถือเป็นประเทศที่มีแร่ธาตุ และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ประเทศหนึ่ง เพราะสภาพภูมิประเทศ ที่เกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่าก่อให้เกิดภูเขาสลับกับที่ราบหุบเขา มีแหล่งแร่สำคัญเช่น เงิน ทองคำ ทองแดง ดีบุก สังกะสี ขุดพบที่เหมืองเซโปน เมืองวีละบุลี ในแขวงสะหวันนะเขต แขวงอุดมไซ แขวงอัตตะปือ และแขวงเซกอง เป็นต้น อุตสาหกรรมเหมืองแร่นี้สำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก แต่ก็ได้สร้างปัญหาสังคมก่อให้เกิดมลภาวะและมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อประชาชนลาวเป็นอย่างมาก จนเกิดการฟ้องร้องต่อศาลเป็นคดีความกว่า 10,000 คดีในปี 2554 เหมืองแร่ทองคำเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในลาวมีอย่างน้อย 2 เหมือง คือ เหมืองเซโปน (?MMG Lane Xang Minerals Ltd. ที่มีรัฐบาลจีนถือหุ้นอยู่กว่า 90% และรัฐบาลลาวอีก 10%) อยู่บริเวณภูหินส้ม และเหมืองภูเบี้ย (Phu Bia Mining Ltd. ที่ถือหุ้น 90% โดยบริษัท PanAust หรือ Pan

เจาะลึกตลาดค้าทอง “อินโดนีเซีย” อลังการทั้งภาคผลิตและภาคการค้าขาย

หากจะดูจากพื้นที่บนบกกว่า 2 ล้านตารางกิโลเมตร ในทะเลอีกหลายล้านตารางกิโลเมตร และจำนวนประชากรกว่า 240 ล้านคนแล้ว ก็ถือได้ว่าสาธารณรัฐอินโดนีเซีย หรือประเทศอินโดนีเซีย น่าจะเป็นพี่ใหญ่ของประชาคมอาเซียน อินโดนีเซียมีการทำเหมืองทองคำมากมายจนติดอยู่ใน 10 อันดับแรกของประเทศที่มีการผลิตทองคำให้ตลาดโลก โดยมีการผลิตทองคำเฉลี่ยกว่า 100 ตันต่อปี ซึ่งบางปีมีการผลิตสูงสุดเกือบ 200 ตัน และต่ำสุดมีเพียงประมาณ 7 ตัน ส่วนการถือครองทองคำในประเทศอย่างเป็นทางการมีเพียง 78.1 ตัน ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 40 ของโลกตามรายงานของ World Gold Council ในเดือนพฤษภาคม 2558 ซึ่งน้อยกว่าประเทศไทยกว่าเท่าตัว (ประเทศไทยถือครองทองคำ 152.4 ตัน อยู่ในอันดับที่ 26 ของโลก) การผลิตทองคำจากเหมืองในอินโดนีเซียมีส่วนแบ่งประมาณ 4% ของการผลิตทองคำในตลาดโลก ซึ่งส่วนมากก็มาจากเหมืองใหญ่อันดับหนึ่งของโลก คือ Grasberg mine ในจังหวัดปาปัว (Papua) ทางตะวันออกของประเทศ นอกจากนี้ยังมีบริษัทยักษ์ใหญ่ จากต่างประเทศที่ไปลงทุนทำเหมืองทองคำในอินโดนีเซีย เช่น Freeport McMoran

สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ อีกหนึ่งตลาดทองคำที่น่าจับตา

สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ หรือประเทศพม่า ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ถูกจับตามากที่สุดในกลุ่มเออีซี เพราะพื้นที่มีขนาดใหญ่กว่าประเทศไทยประมาณ 1.3 เท่า แต่มีประชากรน้อยกว่า และที่สำคัญมีทรัพยากรทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นป่าไม้ แร่ธาตุ ประกอบกับรัฐบาลทหารที่ได้ปกครองประเทศอย่างเข้มงวดมาอย่างยาวนาน ได้ผ่อนคลายนโยบายในหลายๆ เรื่อง ทั้งเรื่องการปกครองและการค้า เพื่อต้องการนำประเทศไปสู่ระบบเศรษฐกิจการค้าเสรี โดยอนุญาตให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการผลิตและการจัดการ ส่งเสริมให้มีการค้าและการลงทุนจากต่างประเทศ พื้นฐานโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งเรื่องของเกษตรกรรม เหมืองแร่ (เช่น หิน สังกะสี ดีบุก ทองแดง และ ทองคำ เป็นต้น) ป่าไม้ และอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม การทำการค้าในพม่ายังมีข้อจำกัดค่อนข้างมาก เนื่องจากมีสินค้าหลายรายการที่ห้ามมิให้เอกชนนำเข้าหรือส่งออก ยกเว้นรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจเท่านั้นที่สามารถทำได้ ซึ่งทองคำ และอัญมณีก็อยู่ในกลุ่มสินค้าต้องห้ามด้วย นอกจากนั้น รัฐบาลทหารยังเป็นผู้ผูกขาดระบบการค้า การลงทุน การธนาคาร ทำให้ผู้ที่จะทำธุรกิจนำเข้า-ส่งออกสินค้าจะต้องยื่นขอจดทะเบียนที่กรมการค้า กระทรวงพาณิชย์ และจำกัดวงเงินเปิด L/C ของผู้นำเข้า ไม่เกิน US$ 50,000 ต่อเดือน โดยที่ผู้นำเข้าต้องเปิดบัญชีเงินฝากสกุลเงินต่างประเทศ ที่ Myanmar Investment and Commercial Bank

เอ็กซ์เรย์ตลาดค้าทองคำในประเทศเวียดนาม

ในปีนี้เรื่องของการเปิดประชาคมอาเซียน หรือ ASEAN Economic Community ซึ่งประกอบไปด้วยประเทศในกลุ่มเอเชียตะวัน ออกเฉียงใต้ 10 ประเทศ คือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า และไทย ได้ถูกจับตามากเรื่องหนึ่ง เพราะจะมีผลตั้งแต่ต้นปีหน้าเป็นต้นไป และคาดว่าการเปิดประชาคมอาเซียนจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายภาคส่วน หากจะย้อนไปดูถึงเป้าหมายของการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกอาเซียน ซึ่งมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน คือ “การสร้างประชาคมอาเซียนที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง มีกฎเกณฑ์กติกาที่ชัดเจน และมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง” การเป็นประชาคมอาเซียน คือ การทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนเป็น “ครอบครัวเดียวกัน” ที่มีความแข็งแกร่งและมีภูมิต้านทานที่ดี โดยสมาชิกในครอบครัวมีสภาพความเป็นอยู่ที่ดี ปลอดภัย และสามารถค้าขายได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ประชาคมอาเซียน ประกอบด้วย 3 เสาหลัก (Pillar) คือ ประชาคมการเมือง และความมั่นคงอาเซียน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และประชาคมสังคม วัฒนธรรมอาเซียน แต่เสาหลักเรื่องของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ Asean Economic Community หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อ AEC

ตัวอย่างฉลาก “ทองรูปพรรณ” ที่ถูกต้องตามกฎหมายที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กำหนด

ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. ได้ออกประกาศฉบับที่ 6 (พ.ศ.2544) เรื่อง ให้ทองรูปพรรณเป็นสินค้าควบคุมฉลาก และประกาศฉบับที่ 13 (พ.ศ.2546) เรื่อง ให้ทองรูปพรรณเป็นสินค้าควบคุมฉลาก (ฉบับที่ 2) ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจร้านทองจะต้องจัดทำฉลากสินค้าให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขอสรุปง่ายๆ แบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ป้ายชื่อร้านและที่อยู่ฯ ร้านทองต้องติดป้ายชื่อร้านและที่อยู่ของร้านผู้ขาย, ชื่อและที่อยู่ของผู้ผลิต โดยติดไว้ที่หน้าร้าน หรือภายในร้าน ในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ราคาทองประจำวัน ร้านทองต้องติดป้ายแสดงราคาทองคำแท่งขายออกและรับซื้อคืน ตามประกาศสมาคมค้าทองคำ รวมถึงราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณในวันนั้น ๆ ด้วย โดยติดไว้ที่หน้าร้านหรือภายในร้านในตำแหน่งที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจน ป้ายฉลากสินค้าที่ถาดทอง ประกอบด้วย ชื่อประเภทหรือชนิดของสินค้า เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ แหวน ต่างหู,  น้ำหนักทองรูปพรรณ โดยระบุหน่วยเป็นกรัม (1 บาท จะหนัก 15.16 กรัม) , ปริมาณความบริสุทธิ์ของทองรูปพรรณ และเปอร์เซ็นต์หลังหลอม, ราคาค่าแรงหรือค่ากำเหน็จ ซึ่งสามารถกำหนดเป็นช่วงราคาได้ แต่ไม่ควรกว้างจนเกินไป สำหรับบทกำหนดโทษ กรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือมีการฝ่าฝืน ที่มา : จุลสาร ฉบับเดือนมกราคม

เมื่อต้องไปแจ้งความคดีทองปลอม…ร้านทองต้องเตรียมตัวอย่างไร?

สวัสดีครับท่านสมาชิกฯ หลายท่านอาจเคยมีคำถามที่ว่า “เจอทองปลอมแล้วต้องทำอย่างไร?” ดังนั้น วารสารฉบับนี้ ผมจึงขอนำเสนอขั้นตอนการเตรียมตัวในการแจ้งความดำเนินคดีทองปลอม เพื่อเป็นประโยชน์ กับท่านสมาชิกฯ โดยมีขั้นตอนดังนี้ครับ ส่วนแรก พนักงานสอบสวนจะสอบถามเกี่ยวกับประวัติ รวมถึงวัตถุประสงค์ หรือวิธีการในการประกอบ กิจการของผู้เสียหาย เช่น นายหรือบริษัท.. ..ประกอบกิจการค้าขายทองคำ รวมถึงการรับซื้อหรือขายฝากทองคำทั้งทองคำแท่งและทองรูปพรรณ มาเป็นเวลา…….ปีส่วนที่สอง จะถามถึงเกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือ วัน เดือน ปี และเวลาที่เกิดเหตุ เช่น วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 เวลา.. นาฬิกา นาย.. ตราของร้าน น้ำหนัก ได้นำสร้อยคอ ลาย… …กรัม จํานวน……เส้น มาขายฝาก ในราคา โดยยืนยันว่าเป็นสร้อยคอทองคำแท้ ซึ่งทางร้าน (ผู้เสียหาย) โดย นาย… ของร้านได้ตรวจสอบเบื้องต้นด้วยวิธี ยี่ห้อหรือพนักงาน ซึ่งเชื่อได้ว่าเป็นทองคำแท้ ประกอบกับบริเวณตะขอซึ่งเป็นตรายี่ห้อที่น่าเชื่อถือของสร้อยคอดังกล่าว มีการประทับตราหรือยี่ห้อของร้าน (ขายส่ง).. ถึงแหล่งผลิตทองคำในวงการซื้อขายทองคำ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อว่าเป็นทองคำแท้ ผู้เสียหายจึงได้

“ต้นมะขามช่างทอง” แห่ง อ.วิเศษชัยชาญ อีกหนึ่งตำนานของวงการทองคำประเทศไทย

หนึ่งในร้านทองที่ทำการค้ามามากกว่า 110 ปี มีประวัติและมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน ที่สำคัญผลงานของที่นี่มีเอกลักษณ์ และเป็นที่ยอมรับจากบรรดาผู้ที่ชื่นชอบความสวยงามของเครื่องประดับทองคำนั่นก็คือ ร้าน “ต้นมะขาม ช่างทอง” แห่งตลาดศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ร้าน “ต้นมะขามช่างทอง” เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2443 โดยนายฉึ่น กี้ด หยี่ ได้มาเริ่มตั้งร้านทองเล็กๆ ใต้ต้นมะขามใหญ่ ณ ริมฝั่งแม่น้ำน้อย โดยสินค้าที่วางจำหน่าย สร้างสรรค์ฝีมือด้วย ทอง นาก เงิน ด้วยเครื่องมือน้อยชิ้น เรียบง่าย จนมีชื่อเสียงไปทั่วในชื่อของช่างทองโคนมะขาม จากนั้นทุกอย่างได้พัฒนามาเรื่อยๆ และได้ส่งต่อความรู้และประสบการณ์ในการทำทอง จากรุ่นสู่รุ่น จนทำให้ผลงานเป็นที่ยอมรับ ด้วยผลงานที่มีเอกลักษณ์ ตั้งแต่การหลอม ตี ดึง ร้อย เชื่อมข้อ ออกแบบลายสลัก ขัดเงา จนทำให้ขณะนี้ “ต้นมะขามช่างทอง” ก็ได้ก้าวย่างมา ถึงรุ่นที่ 4 แล้ว นางฟองจันทร์ วัฒนธาดา ประธานร้าน “ต้นมะขามช่างทอง” กล่าวถึงบรรยากาศการค้าพื้นที่ริมแม่น้ำน้อยบริเวณตลาดศาลเจ้าโรงทองว่า

เงินทองกองรอบตัว

ไฟกองน้อยๆ ในใจของผมเริ่มคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งก็เพียงเพราะผมได้อ่านหนังสือเรื่อง “เงินทองกองอยู่ทั่วไป” ของนวพร เรืองสกุล ที่ได้พยายามประดิดประดอยเนื้อหามาจากนิทานชาดกในพระไตรปิฎก เป็นไปในเชิงแง่คิดและตัวอย่างการสร้างงาน สร้างเงิน และสร้างตน โดยได้รับการสนับสนุนการจัดพิมพ์โดยมูลนิธิกองทุนพัฒนาระบบตลาดทุน ก็ด้วยเพราะประโยคเด็ด “คนมีปัญญาเฉลียวฉลาดย่อมตั้งตนได้ด้วยทุนแม้น้อยดุจคนก่อไฟน้อยๆ ให้เป็นกองใหญ่ฉะนั้น” ประโยคเดียวที่สะกดให้ผมตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเล่มนี้ให้จบลงได้ภายในระยะเวลาเพียงงีบหนึ่งก็ถึงแล้ว เรื่องราวของบุรุษผู้ยากจนข้นแค้นผู้หนึ่ง สร้างตนจนเป็นเศรษฐีประจำพระนคร นามว่า “มุสิกเศรษฐี” เพียงเพราะหนูตายตัวเดียว… วันหนึ่งขณะเขากำลังเก็บกวาดใบไม้อยู่บริเวณถนนหลวงหน้าบ้านจุลลกะเศรษฐี เขาได้ยินเสียง เศรษฐีเปรยว่า “คนมีปัญญาย่อมใช้หนูตัวนี้ให้เป็นประโยชน์เลี้ยงลูกเมียและประกอบการงาน” เขาฉุกคิด ได้เมื่อเห็นหนูตายตัวหนึ่งตรงบริเวณนั้นพอดี เขาตั้งใจนำหนูตัวนั้นไปขายที่ตลาด พราหมณ์ผู้หนึ่งได้ขอซื้อหนูเพื่อนำไปเป็นอาหารให้แมว ได้เงินมา “กากณึกหนึ่ง” การเที่ยวเสาะแสวงหาเศษสิ่งของเพื่อนำมาขายนั้นไม่ใช่สิ่งที่จะจีรังยั่งยืน ความคิดใหม่โลดแล่นขึ้น เมื่อบุรุษหนุ่มสังเกตเห็นคนเก็บดอกไม้ออกจากเมืองไปแต่ก่อนตะวันขึ้นเพื่อไปเก็บดอกไม้ในป่า แล้วเดินกลับเข้าเมืองมาด้วยความอิดโรย “ถ้ามีใครหาน้ำให้พวกเขาดื่มสักหน่อยก็คงเป็นที่น่าพอใจนัก” เขาจึงนำเงิน “กากณึกหนึ่ง” นั้นไปซื้องบอ้อย หาหม้อใบหนึ่งมาตักน้ำแล้วไปอยู่ตรงบริเวณทางเดินที่คนเก็บดอกไม้เดินผ่านเป็นประจำ เขาบริการคนเก็บดอกไม้ด้วยชิ้นงบอ้อยคนละหน่อย และให้ดื่มน้ำหนึ่งซองมือ เพื่อแลกกับดอกไม้คนละหนึ่งกำมือที่พอรวมกันแล้วมากพอที่จะทำให้เขากลายเป็นคนส่งดอกไม้ไปโดยปริยาย เขาทำเช่นนี้อยู่หลายเดือนจนเขารวบรวมเงินได้ “8 กหาปณะ” พายุฝนที่กระหน่ำได้หอบกิ่งไม้และใบไม้ตกเกลื่อนกลาดในพระราชอุทยาน นำความกังวลใจมาสู่คนเฝ้าสวนยิ่งนัก เพราะยังไม่สามารถที่จะจัดการกับพระราชอุทยานเพื่อรับเสด็จได้เลย บุรุษหนุ่มขานอาสาเก็บกวาดพระราชอุทยานให้โดยมีข้อแม้ว่าเศษกิ่งไม้เหล่านั้นต้องตกเป็นของเขา คนเฝ้าสวน ยินดียกให้โดยหารู้ไม่ว่าเศษกิ่งไม้เหล่านั้นกลายเป็นทรัพย์สินมีค่าถึง “16 กหาปณะ” พร้อมกับภาชนะฝีมือประณีต 5 อย่าง

ท่องเมืองกรุงเก่า แวะพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ชมความอลังการเครื่องทองคำกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ

พิพิธภัณฑ์ที่จะพาไปเยี่ยมชมถือว่ามีความน่าสนใจ แม้จะไม่ใหญ่โตอลังการมากมาย แต่โดยภาพรวมมีการจัดแสดงที่น่าชม โดยเฉพาะห้องที่โชว์เครื่องทองคำที่พบในกรุพระปรางค์ วัดราชบูรณะ พิพิธภัณฑ์ที่พูดถึงก็คือพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งแรกของไทยที่มีรูปแบบการจัดแสดงแบบใหม่ คือนำโบราณวัตถุและศิลปะโบราณวัตถุที่พบในประเทศไทย ตั้งแต่สมัยทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง อยุธยา รัตนโกสินทร์ มาจัดแสดงในจำนวนไม่มากจนเกินไป พร้อมเทคโนโลยี QR Code มาคอยบอกเล่าข้อมูล ทำให้การนำเสนอดูน่าสนใจ โดยการจัดแสดงจะมีทั้งหมด 3 อาคาร สำหรับไฮไลท์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะอยู่ในอาคารแรกที่ชื่ออาคารเจ้าสามพระยา ในชั้น 2 จะมีห้องจัดแสดงชื่อห้องวัดราชบูรณะ เป็นที่จัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่พบในกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ โดยเฉพาะเครื่องทอง อาทิ พระพิมพ์ทองคำ และเครื่องราชูปโภคทองคำ ทองกร พาหุรัตน์ ทับทรวง เครื่องประดับเศียรสำหรับชายและหญิง รวมถึงเครื่องทองอีกมากมาย สำหรับโบราณวัตถุชิ้นสำคัญ คือ พระแสงขรรค์ชัยศรี เครื่องราชกกุธภัณฑ์จำลอง พระปรางค์ทองคำและเจดีย์ทองคำที่ได้จากการขุดค้นทางโบราณคดีในกรุ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้ล้วนแต่แสดงความรุ่งเรืองของกรุงศรีอยุธยาในอดีต สำหรับห้องที่จัดแสดงเครื่องทองเหล่านี้ แม้จะไม่กว้างขวางมากนัก แต่หากจะพิจารณาถึงความงดงามและศิลปะต่างๆ ที่ถูกนำมาใช้ในการประดิษฐ์ของแต่ละชิ้นอย่างละเอียดแล้ว ก็ต้องใช้เวลานานอยู่อักโข ทั้งนี้
PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com