ราคาทองคำตลาดโลกผันผวนอย่างรุนแรงหลังธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาด พร้อมเปิดเผยประมาณการซึ่งสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มองว่าอัตราดอกเบี้ยอาจต้องปรับสูงขึ้นอีกภายในปี 2569
ทองคำสปอตปรับขึ้นแตะระดับสูงสุดระหว่างวันที่ 4,365.57 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ก่อนกลับทิศหลังการประกาศผลประชุมและลดลง 1.2% มาอยู่ที่ 4,240.10 ดอลลาร์ ณ เวลา 15.10 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือตรงกับ 02.10 น. วันที่ 17 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย
หลังจากนั้น ราคาฟื้นตัวกลับมาเคลื่อนไหวใกล้ 4,284 ดอลลาร์ในช่วงเช้าของตลาดเอเชีย แต่ยังต่ำกว่าระดับก่อนการประชุม ขณะที่ดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น
เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2566
แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของธนาคารกลางสหรัฐ ระบุว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินมีมติเป็นเอกฉันท์ 12–0 ให้ขึ้นกรอบอัตราดอกเบี้ย Federal Funds Rate จำนวน 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่ระดับ 3.75–4.00%
การตัดสินใจครั้งนี้นับเป็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกของเฟดนับตั้งแต่ปี 2566 โดยเฟดระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายตัวในอัตราที่แข็งแกร่ง การใช้จ่ายภายในประเทศมีความยืดหยุ่น ผลิตภาพและการลงทุนอยู่ในระดับสูง ส่วนการจ้างงานเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการขยายตัวของกำลังแรงงาน และอัตราว่างงานเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย
เฟดยังประเมินว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และระบุว่าการปรับนโยบายครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนให้เงินเฟ้อกลับเข้าสู่เป้าหมาย 2% ได้เร็วขึ้น
ประมาณการดอกเบี้ยสะท้อนโอกาสขึ้นอีกครั้ง
ประมาณการเศรษฐกิจฉบับเดือนกันยายนของเฟด กำหนดค่ากลางของอัตราดอกเบี้ย ณ สิ้นปี 2569 ไว้ที่ 4.1% เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดือนมิถุนายนที่ 3.8% และสูงกว่าค่ากลางของกรอบอัตราดอกเบี้ยปัจจุบันที่ 3.875%
จากเจ้าหน้าที่เฟดทั้งหมด 18 คนที่ส่งประมาณการ มี 12 คนประเมินอัตราดอกเบี้ยปลายปีไว้ที่ 4.125% และอีก 4 คนอยู่ที่ 4.375% เท่ากับว่ามีเจ้าหน้าที่ 16 คนที่มองว่าอัตราดอกเบี้ยปลายปีควรสูงกว่าระดับปัจจุบัน
ประมาณการดังกล่าวสะท้อนมุมมองของเจ้าหน้าที่แต่ละคนภายใต้ข้อมูลที่มีอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่คำมั่นว่าเฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากการตัดสินใจครั้งต่อไปยังขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ และพัฒนาการด้านภูมิรัฐศาสตร์
เฟดยังปรับค่ากลางคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐในปี 2569 ขึ้นเป็น 2.3% จาก 2.2% ส่วนอัตราว่างงานอยู่ที่ 4.1% ขณะที่เงินเฟ้อ PCE และเงินเฟ้อ PCE พื้นฐานมีค่ากลางอยู่ที่ 3.7% และ 3.4% ตามลำดับ
ถ้อยแถลงของประธานเฟดหนุนดอลลาร์และกดดันทองคำ
ราคาทองคำยังทรงตัวเหนือ 4,300 ดอลลาร์ได้ในช่วงแรกหลังการประกาศมติ ก่อนอ่อนตัวลงระหว่างการแถลงข่าวของเควิน วอร์ช ประธานเฟด ซึ่งย้ำว่าเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูงเกินไป และเฟดให้ความสำคัญกับการรักษาเสถียรภาพด้านราคา
รายงานของ Reuters ระบุว่า ทองคำสปอตลดลงมากกว่า 1% หลังตลาดตีความทั้งถ้อยแถลงและประมาณการดอกเบี้ยว่า เฟดยังคงมีแนวโน้มดำเนินนโยบายเข้มงวด ด้านดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรภายหลังการประชุม
อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ขณะที่ดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
บอนด์ยีลด์สหรัฐแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 2 ปีเพิ่มขึ้น 6.5 เบซิสพอยต์ สู่ระดับ 4.725% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีปิดที่ 5.003% สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม 2550 ข้อมูลตลาดพันธบัตรสหรัฐ
การปรับตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสะท้อนการตอบรับต่อท่าทีของเฟดและความกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้ออาจทำให้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับสูงต่อไป
ยอดค้าปลีกสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.2%
ก่อนการประกาศผลประชุม สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ รายงานว่า ยอดค้าปลีกและบริการอาหารเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 773.9 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.2% จากเดือนก่อนและ 6.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ยอดค้าปลีกเดือนกรกฎาคมได้รับการปรับแก้เป็นลดลง 0.5% จากเดิมที่รายงานว่าลดลง 0.6% ส่วนยอดขายในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมเพิ่มขึ้น 6.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐยังขยายตัว และสอดคล้องกับการประเมินของเฟดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุปสงค์ภายในประเทศยังแข็งแกร่ง
ราคาน้ำมันลดลงแต่ยังเหนือ 100 ดอลลาร์
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงหลังมีรายงานเกี่ยวกับการเพิ่มเส้นทางส่งออกน้ำมันผ่านโอมาน ซึ่งช่วยบรรเทาความกังวลด้านอุปทานจากตะวันออกกลางบางส่วน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลงประมาณ 2.7% สู่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสลดลง 3.2% สู่ 102.43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันทั้งสองประเภทในขณะรายงานยังอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ตลาดยังติดตามผลกระทบของต้นทุนพลังงานต่อเงินเฟ้ออย่างใกล้ชิด
หลังจากนี้ ตลาดจะติดตามข้อมูลตลาดแรงงาน ภาคการผลิต และภาคที่อยู่อาศัยของสหรัฐ รวมถึงทิศทางราคาน้ำมัน ดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตร เพื่อประเมินภาวะเศรษฐกิจและแนวทางการดำเนินนโยบายของเฟดในการประชุมครั้งต่อไป
สำหรับตลาดทองคำในประเทศ การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำโลกยังต้องพิจารณาร่วมกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจทำให้การเคลื่อนไหวของราคาทองคำไทยแตกต่างจากตลาดโลก
หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน
เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th
