ราคาทองคำโลกอ่อนตัวกลับมาใกล้ 4,135 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569
หลังฟื้นตัวในช่วงต้นตลาดเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวยังอยู่ในระดับสูง ตลาดรอติดตามรายงานภาคบริการสหรัฐในคืนนี้เพื่อประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายดอกเบี้ย
Gold Spot ณ เวลา 12.32 น. ตามเวลาประเทศไทย อยู่ที่ประมาณ 4,135.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 5.30 ดอลลาร์ หรือ 0.13% จากราคาปิดก่อนหน้า ตามข้อมูล Kitco ที่บทความต้นทางรายงาน หลังปรับขึ้นไปบริเวณ 4,155.78 ดอลลาร์ในช่วงต้นวัน ก่อนเผชิญแรงขายและสูญเสียช่วงบวก
แม้รายงานการจ้างงานสหรัฐที่อ่อนกว่าคาดจะช่วยลดความคาดหวังต่อการขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ แต่แรงกดดันจากเงินดอลลาร์ ผลตอบแทนพันธบัตร และความไม่แน่นอนด้านเงินเฟ้อยังคงจำกัดการฟื้นตัวของทองคำ
เงินดอลลาร์แข็งค่า กดดันราคาทองคำ
บทความต้นทางรายงานว่าดัชนีดอลลาร์สหรัฐ หรือ DXY เพิ่มขึ้นประมาณ 0.42% มาอยู่ใกล้ 102.36 จุดในช่วงตลาดเอเชีย หลังจากสัปดาห์ก่อนเคยแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 2568
เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้ทองคำซึ่งซื้อขายเป็นสกุลดอลลาร์มีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น และเป็นปัจจัยกดดันราคาในช่วงเปิดสัปดาห์
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังราคาทองคำผันผวนเมื่อวันศุกร์ โดยปรับขึ้นเหนือ 4,200 ดอลลาร์หลังประกาศรายงานการจ้างงาน ก่อนอ่อนกลับมาปิดสัปดาห์ใกล้ 4,140 ดอลลาร์ตามข้อมูลในบทความต้นทาง
ยีลด์พันธบัตรระยะยาวยังจำกัดการฟื้นตัว
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีเคลื่อนไหวใกล้ 5.28–5.29% ตามข้อมูลที่บทความต้นทางรายงาน แม้จะลดลงในช่วงแรกหลังการเปิดเผยตัวเลขจ้างงานที่อ่อนกว่าคาด
ตลาดยังติดตามแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ ราคาพลังงาน และภาระการออกพันธบัตรของสหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อทิศทางผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว
ยีลด์ที่อยู่ในระดับสูงเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือครองทองคำ ซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ทำให้แรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังไม่สามารถผลักดันราคาทองคำให้ฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง
การจ้างงานสหรัฐเพิ่ม 29,000 ตำแหน่ง
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ รายงานว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 29,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราว่างงานอยู่ที่ 4.2% เทียบกับ 4.1% ในเดือนสิงหาคม
ค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.1% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 3.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนตัวเลขการจ้างงานเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมถูกปรับลดลงรวม 60,000 ตำแหน่ง โดยเดือนสิงหาคมปรับจากเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง เหลือ 133,000 ตำแหน่ง
ข้อมูลแรงงานที่ชะลอตัวทำให้ตลาดลดน้ำหนักต่อการขึ้นดอกเบี้ยในระยะใกล้ อย่างไรก็ตาม เฟดยังต้องพิจารณาข้อมูลเงินเฟ้อและเศรษฐกิจด้านอื่นประกอบกัน โดยการประชุมครั้งถัดไปมีกำหนดวันที่ 27–28 ตุลาคม
จับตา ISM ภาคบริการคืนนี้
ดัชนี ISM ภาคบริการสหรัฐเดือนกันยายนมีกำหนดประกาศเวลา 21.00 น. ของวันที่ 5 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย โดยตลาดคาดว่าดัชนีจะอยู่บริเวณ 55.0 จุด ลดลงจาก 55.4 จุดในเดือนสิงหาคม ตัวเลขคาดการณ์ดังกล่าวยังไม่ใช่ผลประกาศจริง
รายงานเดือนสิงหาคมของ Institute for Supply Management ระบุว่าดัชนีภาคบริการอยู่ที่ 55.4 จุด สูงกว่าระดับ 50 ซึ่งสะท้อนการขยายตัว ขณะที่ดัชนีการจ้างงานอยู่ที่ 47.8 จุด สะท้อนการหดตัวของการจ้างงานตามผลสำรวจ
ตลาดจะติดตามทั้งดัชนีรวม องค์ประกอบด้านการจ้างงาน และราคาที่ภาคธุรกิจจ่าย เพื่อประเมินว่าภาคบริการยังขยายตัวได้มากเพียงใด และแรงกดดันด้านต้นทุนยังคงอยู่หรือไม่
ผลรายงานอาจส่งผลต่อเงินดอลลาร์ ยีลด์พันธบัตร และราคาทองคำ โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาร่วมกับรายงานการจ้างงานที่ประกาศไปแล้ว
ราคาพลังงานยังเป็นความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อ
ราคาน้ำมันอ่อนตัวในช่วงเปิดสัปดาห์ โดยบทความต้นทางรายงานว่า WTI เคลื่อนไหวใกล้ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์อยู่บริเวณ 101–102 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แม้การลดลงของราคาน้ำมันจะช่วยบรรเทาความกังวลด้านเงินเฟ้อบางส่วน แต่ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์ตะวันออกกลางและเส้นทางขนส่งพลังงานยังเป็นปัจจัยที่ตลาดติดตาม
ราคาพลังงานที่ผันผวนอาจส่งผลต่อต้นทุนธุรกิจ แนวโน้มเงินเฟ้อ และการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย ขณะที่ราคาทองคำในประเทศไทยยังต้องพิจารณาความเคลื่อนไหวของเงินบาทควบคู่กับราคาทองคำโลก
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน
เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th
