PPI–น้ำมันพุ่งกดทองใกล้ 4,320 ดอลลาร์ ตลาดรอ CPI สหรัฐคืนนี้

ราคาทองคำโลกอ่อนตัวลงใกล้ระดับ 4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังข้อมูลเงินเฟ้อฝั่งผู้ผลิตของสหรัฐเร่งตัวขึ้น ประกอบกับราคาน้ำมันที่ทะยานเหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ผู้ลงทุนรอติดตามข้อมูล CPI สหรัฐในคืนนี้

ราคาทองคำตลาดโลกในช่วงเช้าวันที่ 11 กันยายน 2569 ตามเวลาตลาดเอเชียเคลื่อนไหวบริเวณ 4,320 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ต่อเนื่องจากแรงขายในตลาดสหรัฐ หลังดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับสูงขึ้น

Reuters รายงานว่า ราคาทองคำสปอตลดลงประมาณ 1% อยู่ที่ 4,355.85 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยระหว่างวันลงไปแตะ 4,323.78 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดของวัน ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐปิดลดลงประมาณ 1.2% ที่ 4,407.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์

PPI สหรัฐเพิ่มขึ้นจากแรงกดดันด้านพลังงาน

สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ รายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตสำหรับอุปสงค์ขั้นสุดท้าย หรือ PPI เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนสิงหาคม หลังเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนกรกฎาคม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน PPI เพิ่มขึ้น 5.4%

ราคาสินค้าสำหรับอุปสงค์ขั้นสุดท้ายเพิ่มขึ้น 1.1% ขณะที่ราคาบริการเพิ่มขึ้น 0.1% โดยกว่าสามในสี่ของการปรับขึ้นในหมวดสินค้าเป็นผลจากราคาพลังงาน ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.2%

ข้อมูลรายหมวดยังระบุว่า ราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 24.1% และมีส่วนมากกว่าหนึ่งในสามของการเพิ่มขึ้นในดัชนีราคาสินค้าสำหรับอุปสงค์ขั้นสุดท้าย

ส่วนดัชนีที่ไม่รวมอาหาร พลังงาน และบริการการค้าเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 4.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน สะท้อนว่าแรงกดดันด้านราคายังไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะหมวดพลังงานเท่านั้น

ดอลลาร์และยีลด์ฟื้นตัวกดดันตลาดทองคำ

ภายหลังการเปิดเผยข้อมูล PPI ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับสูงขึ้น ส่งผลให้ทองคำเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติม

ดอลลาร์ที่แข็งค่าทำให้ทองคำซึ่งกำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีต้นทุนสูงขึ้นสำหรับผู้ถือเงินสกุลอื่น ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่เพิ่มขึ้นทำให้ต้นทุนโอกาสในการถือครองทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย สูงขึ้นตามไปด้วย

Reuters รายงานว่า หลังประกาศ PPI ตลาดสัญญาดอกเบี้ยให้น้ำหนักประมาณ 70% ต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน เพิ่มขึ้นจากประมาณ 62% ก่อนการเปิดเผยข้อมูล อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ในผลสำรวจของ Reuters ยังคาดว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้

น้ำมันทะยานเหนือ 100 ดอลลาร์เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ

ราคาพลังงานยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อบรรยากาศในตลาดการเงิน โดย Reuters รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบ Brent ปิดเพิ่มขึ้น 6.34% ที่ 107.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 6.69% ปิดที่ 102.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

การปรับขึ้นเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันและความเสี่ยงต่อแหล่งผลิตพลังงานในตะวันออกกลาง โดยปริมาณการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังอยู่ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดความขัดแย้ง

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นสามารถส่งผ่านไปยังต้นทุนเชื้อเพลิง การขนส่ง และการผลิตสินค้า ทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้ออาจลดลงช้ากว่าที่เคยประเมินไว้

แม้ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์อาจช่วยหนุนความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ในการซื้อขายรอบล่าสุด ตลาดให้น้ำหนักกับผลของราคาพลังงานต่อเงินเฟ้อ ดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรมากกว่า

ตลาดรอ CPI สหรัฐคืนนี้

ข้อมูลสำคัญลำดับถัดไปคือดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI ของสหรัฐประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งจะช่วยให้ตลาดเห็นภาพแรงกดดันด้านราคาที่ผู้บริโภคเผชิญ หลังข้อมูลฝั่งผู้ผลิตสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น

กำหนดการของสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ ระบุว่า CPI จะเผยแพร่ในวันที่ 11 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือตรงกับเวลาประมาณ 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย

ตลาดจะติดตามทั้ง CPI ทั่วไปและ CPI พื้นฐาน เพื่อประเมินว่าแรงกดดันเงินเฟ้อจากพลังงานเริ่มส่งผ่านไปยังสินค้าและบริการหมวดอื่นมากเพียงใด

จับตาการประชุมเฟดวันที่ 15–16 กันยายน

ข้อมูล CPI เป็นหนึ่งในข้อมูลเศรษฐกิจชุดสุดท้ายก่อนการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ โดยปฏิทินการประชุมของเฟด ระบุว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินจะประชุมระหว่างวันที่ 15–16 กันยายน 2569

การพิจารณาของตลาดในช่วงก่อนการประชุมจึงขึ้นอยู่กับข้อมูลเงินเฟ้อควบคู่กับภาวะตลาดแรงงาน ราคาพลังงาน ค่าเงินดอลลาร์ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ประเด็นสำคัญที่ตลาดติดตาม

ตลาดทองคำจะติดตามผลการประกาศ CPI สหรัฐ ตลอดจนการตอบสนองของค่าเงินดอลลาร์และตลาดพันธบัตรหลังข้อมูลเผยแพร่

ราคาน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยแวดล้อมสำคัญ เนื่องจากอาจส่งผลต่อทั้งแนวโน้มเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ


หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน


เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th

PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com