ทองคำฟื้นเหนือ 4,420 ดอลลาร์ ดอลลาร์อ่อนช่วยพยุง ตลาดรอ PPI–CPI สหรัฐ

ราคาทองคำโลกขยับขึ้นเล็กน้อยเหนือระดับ 4,420 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเช้าวันที่ 8 กันยายน 2569

หลังค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัว ขณะที่แรงซื้อทองคำของธนาคารกลางจีนยังเป็นปัจจัยสนับสนุนตลาด อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยและราคาน้ำมันที่อยู่เหนือ 97 ดอลลาร์ยังทำให้นักลงทุนซื้อขายอย่างระมัดระวังก่อนข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐ

ข้อมูลจาก Trading Economics ระบุว่า ราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 4,420.55 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในวันที่ 8 กันยายน เพิ่มขึ้นประมาณ 0.35% จากวันก่อนหน้า หลังราคาลดลงมาใกล้ระดับ 4,400 ดอลลาร์ในช่วงต้นสัปดาห์

การเคลื่อนไหวของราคายังอยู่ในลักษณะทรงตัว เนื่องจากตลาดกำลังประเมินปัจจัยสองด้าน ระหว่างการอ่อนค่าของดอลลาร์และแรงซื้อทองคำจากภาคธนาคารกลาง กับความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ

ดอลลาร์อ่อนตัวก่อนข้อมูล CPI

Reuters รายงานว่า ดัชนีดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวเล็กน้อยมาอยู่บริเวณ 98.83 หลังเงินเยนแข็งค่าขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบประมาณ 7 เดือนเมื่อเทียบกับดอลลาร์

เงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงช่วยลดต้นทุนการซื้อทองคำสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น และเป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยที่ช่วยให้ราคาทองคำฟื้นตัวจากการอ่อนตัวในวันก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ตลาดยังให้น้ำหนักประมาณ 60% ต่อความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 15–16 กันยายน หลังรายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนสิงหาคมออกมาแข็งแกร่งกว่าคาด

ตลาดยังรับผลจากข้อมูลการจ้างงานสหรัฐ

ข้อมูลจาก สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ หรือ BLS ระบุว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่ง สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ประมาณ 56,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัวที่ 4.1%

ตัวเลขของเดือนก่อนหน้ายังได้รับการปรับเพิ่ม โดยการจ้างงานเดือนกรกฎาคมเปลี่ยนจากรายงานเดิมที่ลดลง 23,000 ตำแหน่ง เป็นเพิ่มขึ้น 21,000 ตำแหน่ง ส่วนเดือนมิถุนายนได้รับการปรับเพิ่มจาก 20,000 เป็น 31,000 ตำแหน่ง

ข้อมูลดังกล่าวทำให้ตลาดประเมินว่าภาวะตลาดแรงงานสหรัฐยังแข็งแรงเพียงพอที่จะเปิดทางให้เฟดให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อต่อไป

น้ำมันเหนือ 97 ดอลลาร์เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ

ราคาพลังงานยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการประเมินทิศทางดอกเบี้ย หลังสถานการณ์ระหว่างสหรัฐและอิหร่านเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

Reuters รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 97.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสของสหรัฐอยู่ที่ 92.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง ซึ่งทำให้ตลาดยังติดตามว่าผลกระทบด้านพลังงานจะปรากฏในข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐมากน้อยเพียงใด

สำหรับตลาดทองคำ สถานการณ์ตะวันออกกลางอาจเพิ่มความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย แต่หากราคาพลังงานทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นและนำไปสู่ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น ปัจจัยด้านนโยบายการเงินอาจจำกัดความต้องการถือครองทองคำซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

จีนซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22

ข้อมูลด้านอุปสงค์จากธนาคารกลางยังช่วยพยุงบรรยากาศของตลาด หลังธนาคารกลางจีนเพิ่มการถือครองทองคำอีกครั้งในเดือนสิงหาคม

รายงานซึ่งอ้างอิงข้อมูลทางการของจีนระบุว่า ปริมาณทองคำสำรองเพิ่มขึ้นจาก 76.08 ล้านทรอยออนซ์ ณ สิ้นเดือนกรกฎาคม เป็น 76.73 ล้านทรอยออนซ์ ณ สิ้นเดือนสิงหาคม

การเพิ่มขึ้น 650,000 ทรอยออนซ์ หรือประมาณ 20.2 ตัน ถือเป็นปริมาณซื้อรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566 และทำให้จีนเพิ่มการถือครองทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 ตามรายงานที่เผยแพร่โดย The Standard ซึ่งอ้างข้อมูล Reuters

มูลค่าทองคำสำรองของจีนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 350.08 พันล้านดอลลาร์ จาก 306.35 พันล้านดอลลาร์ในเดือนก่อนหน้า โดยการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าสะท้อนทั้งปริมาณทองคำที่เพิ่มขึ้นและราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้นในเดือนสิงหาคม

ตลาดรอ PPI และ CPI ก่อนประชุมเฟด

ข้อมูลสำคัญชุดต่อไปคือดัชนีราคาผู้ผลิตและดัชนีราคาผู้บริโภคของสหรัฐ ซึ่งจะเป็นข้อมูลเงินเฟ้อชุดสุดท้ายก่อนการประชุมเฟดกลางเดือนกันยายน

ตารางเผยแพร่ข้อมูลของ BLS ระบุว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PPI เดือนสิงหาคม จะประกาศวันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน เวลา 08.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือตรงกับเวลาประมาณ 19.30 น. ของประเทศไทย

ส่วนดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ CPI เดือนสิงหาคม มีกำหนดประกาศในวันศุกร์ที่ 11 กันยายน เวลาเดียวกัน

ตลาดจะติดตามทั้งตัวเลขเงินเฟ้อทั่วไปและเงินเฟ้อพื้นฐาน รวมถึงรายละเอียดด้านราคาที่อยู่อาศัย บริการ และพลังงาน เพื่อประเมินแรงกดดันด้านราคาและแนวทางนโยบายการเงินของเฟด

ประเด็นสำคัญที่ตลาดติดตาม

ตลาดทองคำในช่วงที่เหลือของสัปดาห์จะติดตามข้อมูล PPI และ CPI ของสหรัฐ การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตร ตลอดจนการประเมินความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยก่อนการประชุมเฟดวันที่ 15–16 กันยายน

นอกจากนี้ ความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมัน สถานการณ์ในตะวันออกกลาง และข้อมูลการถือครองทองคำของธนาคารกลางต่างประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยแวดล้อมสำคัญของตลาดทองคำโลก


หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน


เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th

PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com