ราคาทองคำโลกอ่อนตัวลงต่ำกว่า 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังราคาน้ำมันปรับขึ้นใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มความกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้ออาจยังอยู่ในระดับสูง ขณะที่ตลาดรอข้อมูล PPI และ CPI ของสหรัฐก่อนประเมินทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ
ราคาทองคำตลาดโลกในช่วงเช้าวันที่ 9 กันยายน 2569 ตามเวลาตลาดเอเชียเคลื่อนไหวบริเวณ 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังถูกกดดันจากความกังวลด้านเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย โดยข้อมูลจาก Trading Economics ระบุว่าราคาทองคำเคลื่อนไหวใกล้ 4,354 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในช่วงเวลาดังกล่าว
ก่อนหน้านี้ Reuters รายงานว่า ราคาทองคำสปอตลดลงประมาณ 0.4% อยู่ที่ 4,385.09 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐเดือนธันวาคมลดลงประมาณ 1% อยู่ที่ 4,430.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ราคาน้ำมันใกล้ 100 ดอลลาร์เพิ่มความกังวลเงินเฟ้อ
ปัจจัยสำคัญที่กระทบตลาดการเงินคือการปรับขึ้นของราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบ Brent แตะระดับ 99.46 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม หลังเกิดเหตุโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในซาอุดีอาระเบียและความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้น
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นมีผลต่อการประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อ เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงสามารถส่งผ่านไปยังค่าขนส่ง ต้นทุนการผลิต และราคาสินค้าในระบบเศรษฐกิจได้
สำหรับตลาดทองคำ ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ยังเป็นปัจจัยที่ได้รับความสนใจในฐานะแรงหนุนต่อความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ในการซื้อขายรอบนี้ ตลาดให้น้ำหนักมากขึ้นกับผลของราคาน้ำมันต่อเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย
ตลาดรอ PPI และ CPI สหรัฐ
ข้อมูลสำคัญลำดับถัดไปคือดัชนีราคาผู้ผลิตหรือ PPI และดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CPI ของสหรัฐประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งจะเป็นข้อมูลชุดสำคัญก่อนการประชุมธนาคารกลางสหรัฐในช่วงกลางเดือนกันยายน
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ กำหนดเผยแพร่ข้อมูล PPI ในวันที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 08.30 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือประมาณ 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย ส่วนข้อมูล CPI จะเผยแพร่ในวันที่ 11 กันยายนในเวลาเดียวกัน
PPI ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาที่ผู้ผลิตได้รับจากสินค้าและบริการ ขณะที่ CPI สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าและบริการที่ผู้บริโภคจ่าย ตลาดจึงติดตามข้อมูลทั้งสองชุดเพื่อประเมินว่าแรงกดดันเงินเฟ้อของสหรัฐกำลังเพิ่มขึ้นหรือชะลอลง
ตลาดแรงงานหนุนความคาดหวังดอกเบี้ยขาขึ้น
ความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นหลังข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐเดือนสิงหาคมออกมาแข็งแกร่งกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ รายงานว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 162,000 ตำแหน่งในเดือนสิงหาคม ขณะที่อัตราว่างงานทรงตัวอยู่ที่ 4.1% ส่วนค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อน และเพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
Reuters ระบุว่า ตลาดสัญญาดอกเบี้ยให้น้ำหนักประมาณ 60% ต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน ณ เวลาที่รายงาน เพิ่มขึ้นจากประมาณ 50% ก่อนการเปิดเผยข้อมูลแรงงาน
การคาดการณ์ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นมีผลต่อทองคำ เนื่องจากทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และมักเผชิญแรงกดดันเมื่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลปรับสูงขึ้น
จีนเพิ่มทองคำสำรองต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22
อีกด้านหนึ่ง ตลาดยังติดตามการซื้อทองคำของธนาคารกลาง โดย Kitco News รายงานโดยอ้างข้อมูลจากสำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศของจีนว่า ธนาคารกลางจีนเพิ่มทองคำสำรองประมาณ 20.2 ตันในเดือนสิงหาคม นับเป็นการซื้อรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2566
การซื้อดังกล่าวทำให้จีนมีทองคำสำรองอย่างเป็นทางการรวมประมาณ 2,387 ตัน และเป็นการเพิ่มการถือครองทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 22 สะท้อนบทบาทของทองคำในฐานะสินทรัพย์สำหรับกระจายความเสี่ยงของทุนสำรองระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การซื้อทองคำของธนาคารกลางเป็นปัจจัยเชิงโครงสร้างในระยะกลางและระยะยาว ส่วนความเคลื่อนไหวของราคารายวันยังตอบสนองต่อข้อมูลเงินเฟ้อ ดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร และการคาดการณ์นโยบายการเงินเป็นสำคัญ
ประเด็นที่ตลาดติดตาม
ตลาดทองคำจะติดตามผลการเปิดเผย PPI และ CPI ของสหรัฐ รวมถึงการตอบสนองของค่าเงินดอลลาร์และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ หลังตัวเลขดังกล่าวประกาศออกมา
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันและสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยแวดล้อมสำคัญ เนื่องจากอาจส่งผลต่อทั้งแนวโน้มเงินเฟ้อ ภาวะเศรษฐกิจ และการพิจารณานโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ
หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน
เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th
