ราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 4,350 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์ที่ 18 กันยายน 2569 หลังฟื้นตัวเกือบ 2% ในวันก่อนหน้า โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ และค่าเงินดอลลาร์ที่ลดลง ช่วยบรรเทาความกังวลของตลาดต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
ข้อมูลระหว่างการซื้อขายช่วงต้นตลาดเอเชียระบุว่า ราคาทองคำตลาดโลกเคลื่อนไหวบริเวณ 4,352 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นประมาณ 0.3% จากวันก่อน ตามรายงานของ The Wall Street Journal
น้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรลดลง
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงต่อเนื่อง หลังตลาดประเมินความพยายามเพิ่มเส้นทางขนส่งพลังงานทางเลือก ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านอุปทานในตะวันออกกลาง โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดตลาดวันพฤหัสบดีที่ 104.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงประมาณ 1%
การลดลงของราคาน้ำมันช่วยคลายความกังวลว่า ต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูงจะเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อและทำให้ธนาคารกลางสหรัฐจำเป็นต้องดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดมากขึ้น
ด้านตลาดตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลงมาอยู่ใกล้ 4.93% จากประมาณ 5.01% ในวันพุธ ตามรายงานของ Associated Press ขณะที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายสัปดาห์
การลดลงของผลตอบแทนพันธบัตรและค่าเงินดอลลาร์ช่วยลดแรงกดดันต่อทองคำ เนื่องจากทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และซื้อขายในตลาดโลกด้วยสกุลเงินดอลลาร์เป็นหลัก
ตลาดยังประเมินทิศทางดอกเบี้ยเฟด
การฟื้นตัวของราคาทองคำเกิดขึ้นหลังคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐมีมติเป็นเอกฉันท์เมื่อวันที่ 16 กันยายน ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่กรอบ 3.75–4.00% ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบประมาณ 3 ปี
แถลงการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐ ระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจยังขยายตัวในระดับแข็งแกร่ง ขณะที่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง คณะกรรมการจึงมุ่งนำเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น
ถ้อยแถลงดังกล่าวทำให้ตลาดยังติดตามความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แม้แรงกดดันระยะสั้นต่อตลาดทองคำจะผ่อนคลายลงตามราคาน้ำมันและผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลง
ตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง แต่ภาคที่อยู่อาศัยชะลอตัว
ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่เผยแพร่ในวันพฤหัสบดีมีทิศทางคละกัน โดย กระทรวงแรงงานสหรัฐ รายงานว่า จำนวนผู้ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 10,000 ราย เหลือ 196,000 รายในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 12 กันยายน จากระดับปรับปรุงแล้ว 206,000 รายในสัปดาห์ก่อน ส่วนค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 4 สัปดาห์ลดลงมาอยู่ที่ 203,250 ราย สะท้อนว่าตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม ภาคที่อยู่อาศัยส่งสัญญาณชะลอตัว โดย สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ ระบุว่า การเริ่มก่อสร้างบ้านในเดือนสิงหาคมลดลง 2.6% จากเดือนก่อนหน้า มาอยู่ที่อัตรารายปีซึ่งปรับตามฤดูกาลแล้ว 1.275 ล้านยูนิต ขณะที่ใบอนุญาตก่อสร้างลดลง 2.7% เหลือ 1.394 ล้านยูนิต
ด้าน สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติสหรัฐ รายงานว่า ดัชนีสัญญาซื้อขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อนหน้า แต่ยังลดลง 4.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ตลาดติดตามน้ำมันและนโยบายธนาคารกลาง
ตลาดทองคำยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของราคาพลังงานและสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากราคาน้ำมันมีผลต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสำคัญ
นอกจากนี้ นักลงทุนรอติดตามผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐชุดต่อไป เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์ และผลตอบแทนพันธบัตร ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อความเคลื่อนไหวของราคาทองคำ
หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน
เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th
