ราคาทองคำตลาดโลกฟื้นกลับขึ้นเหนือ 4,300 ดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ในช่วงเช้าวันพุธที่ 16 กันยายน 2569
หลังอ่อนตัวลงในการซื้อขายที่ตลาดสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนลดการถือสถานะก่อนทราบผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ
ราคาทองคำเคลื่อนไหวบริเวณ 4,328 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ณ เวลา 10.00 น.. ตามเวลาประเทศไทย ส่วนสัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือนใกล้สุดปิดการการซื้อขายวันอังคารที่ 4,291.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลง 18.40 ดอลลาร์ หรือ 0.43% และเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม ข้อมูลการปิดตลาด COMEX
แม้ราคาทองคำจะฟื้นตัวในช่วงตลาดเอเชีย แต่ภาวะตลาดยังเผชิญแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่อยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีใกล้ระดับ 5% และดอลลาร์ที่แข็งค่า ท่ามกลางการคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้
น้ำมันปิดสูงสุดในรอบเกือบ 4 เดือน
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปิดการซื้อขายวันอังคารเพิ่มขึ้น 3.07 ดอลลาร์ หรือ 2.9% ที่ 108.75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เทกซัสปิดที่ 105.83 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.38% ข้อมูลการปิดตลาดน้ำมัน
การปรับขึ้นของราคาน้ำมันเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับอุปทานจากตะวันออกกลาง หลังท่อส่งน้ำมัน East-West ของซาอุดีอาระเบียหยุดดำเนินการจากความเสียหายที่เกิดจากการโจมตี ขณะที่ตลาดยังติดตามความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันและการหยุดดำเนินงานของแหล่งผลิตบางแห่งในลิเบีย
ในช่วงต้นตลาดเอเชียวันที่ 16 กันยายน ราคาน้ำมันลดลงเล็กน้อย โดยเบรนท์อยู่ที่ 107.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และเวสต์เทกซัสอยู่ที่ 104.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ข้อมูลตลาดน้ำมันช่วงเอเชีย
ราคาพลังงานที่สูงขึ้นเพิ่มความกังวลว่าต้นทุนการผลิตและการขนส่งอาจทำให้แรงกดดันด้านเงินเฟ้อยืดเยื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดนำมาประกอบการประเมินทิศทางนโยบายการเงินของเฟด
บอนด์ยีลด์สหรัฐขึ้นแตะระดับสูงสุดตั้งแต่ปี 2550
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้นแตะ 5.041% ระหว่างการซื้อขายวันอังคาร ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2550 ก่อนปิดตลาดที่ประมาณ 5.006%
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อการคาดการณ์นโยบายการเงิน อยู่ที่ประมาณ 4.676% ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีเพิ่มขึ้นสู่ 5.368%
การปรับขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรเกิดขึ้นพร้อมกับการแข็งค่าของดอลลาร์และความคาดหวังเรื่องดอกเบี้ยสหรัฐ ภาวะดังกล่าวเพิ่มแรงแรงกดดันต่อทองคำ ซึ่งไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย และทำให้ทองคำที่กำหนดราคาเป็นดอลลาร์มีราคาสูงขึ้นสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่น
เงินเฟ้อยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของเฟด
สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐ รายงานว่า ดัชนีราคาผู้ผลิตเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อน และ 5.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ดัชนีราคาผู้ผลิตที่ไม่รวมอาหาร พลังงาน และบริการการค้าเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อนและ 4.7% เมื่อเทียบรายปี ขณะที่ราคาพลังงานในหมวดสินค้าขั้นสุดท้ายเพิ่มขึ้น 4.2% โดยราคาน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 24.1% ภายในเดือนเดียว
ด้าน ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนและ 3.4% เมื่อเทียบรายปี ส่วนดัชนีที่ไม่รวมอาหารและพลังงานเพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนก่อนและ 2.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ดัชนีพลังงานเพิ่มขึ้น 2.1% ในเดือนสิงหาคมและสูงขึ้น 16.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนบทบาทของต้นทุนพลังงานต่อการเคลื่อนไหวของเงินเฟ้อในช่วงที่ผ่านมา
ข้อมูลเงินเฟ้อและราคาน้ำมันทำให้ตลาดสัญญาอัตราดอกเบี้ยเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25 จุดเปอร์เซ็นต์ สู่กรอบ 3.75–4.00% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขความน่าจะเป็นดังกล่าวเป็นการประเมินจากราคาสัญญาในตลาด ไม่ใช่ผลการตัดสินใจของเฟด
รอผลประชุมเฟดเช้ามืดวันที่ 17 กันยายน
ตาม กำหนดการของธนาคารกลางสหรัฐ คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินจะประกาศมติอัตราดอกเบี้ยเวลา 01.00 น. ของวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน ตามเวลาประเทศไทย และจัดแถลงข่าวเวลา 01.30 น.
การประชุมครั้งนี้จะมีการเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยชุดใหม่ ตลาดจึงติดตามทั้งมติอัตราดอกเบี้ย มุมมองของเฟดต่อเงินเฟ้อและราคาพลังงาน ตลอดจนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางนโยบายในระยะต่อไป
ก่อนการประกาศผลประชุม สำนักงานสำมะโนประชากรสหรัฐ มีกำหนดเผยแพร่ยอดค้าปลีกเดือนสิงหาคมในวันที่ 16 กันยายน เวลา 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย เพื่อสะท้อนภาวะการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐ
สำหรับตลาดทองคำในประเทศ การเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำโลกยังต้องพิจารณาร่วมกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจทำให้ขนาดและทิศทางการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำไทยแตกต่างจากตลาดโลก
หมายเหตุ: ข่าวนี้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะตลาดทองคำและเศรษฐกิจโดยทั่วไป มิใช่คำแนะนำหรือการชักชวนให้ซื้อหรือขายทองคำหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ผู้ติดตามข้อมูลควรพิจารณาข้อมูลจากหลายแหล่งประกอบกัน
เรียบเรียงข่าวโดย GOLD.in.th
