Author Archives: Gold

福 (Fú)  และ 喜 (xǐ) อักษรจีน ความหมายมงคลในทองคำแท่ง

อักษรจีน ความหมายมงคลในทองคำแท่ง
ถ้าท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบการสะสมทองคำแล้วละก็ จะสังเกตเห็นว่า ด้านหน้าของทองคำแท่งนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ ชื่อยี่ห้อ หรือโลโก้ของทางร้าน เลขบอกเปอร์เซ็นต์ทอง และน้ำหนักของทองแท่งนั้น ๆ เท่านั้น แต่บางร้านนอกจากจะมีการปั๊มลายรูปสัตว์มงคลตามปีนักษัตรแล้ว ยังนิยมปั๊มตัวอักษรจีนลงไปในนั้นด้วย ซึ่งอักษรที่พบเห็นได้บ่อยๆจะมีอยู่หลักๆ 2 ตัว คือ 福 (Fú) และ 喜 (xǐ) ตัวอย่างเช่น อักษร 福 (Fú)  ความหมายที่ 1 สุข , ความสุข เช่น  幸福  (Xìngfú) แปลว่า ความสุข 造福  (Zàofú) แปลว่า สร้างความสุข 祝福  (Zhùfú) แปลว่า อวยพร ความหมายที่ 2 โชค , ลาภ เช่น  福气  (Fúqi) แปลว่า โชคดี 口福  (Kǒufú)

ดัชนีทอง มี.ค.67 ชี้ ผู้ค้า-นักลงทุนมองภาพรวมทองคำบวกต่อ ลุ้นดอกเบี้ยขาลง

Gold Confidence Index March 2024
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ แถลงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน มีนาคม 2567 โดยปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา จากระดับ 67.27 จุด มาอยู่ที่ระดับ 69.38 เพิ่มขึ้น 2.11 จุด หรือคิดเป็น 3.13% โดยปัจจัยที่ทำให้ดัชนีฯ ปรับขึ้นมานั้น มีสาเหตุมาจาก เงินบาทอ่อนค่าหนุนราคาทองคำในประเทศ, นโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED), ความกังวลเศรษฐกิจโลกถดถอย และแรงซื้อทองคำจากธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก คาดการณ์ความต้องการซื้อทองคำในช่วงเดือน มีนาคม 2567 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 320 ราย ในจำนวนนี้มี 176 ราย หรือเทียบเป็น 55% คาดว่าจะซื้อทองคำ ส่วนจำนวน 80 ราย หรือเทียบเป็น 25% ไม่แน่ใจว่าจะซื้อทองคำในเดือนนี้หรือไม่ และจำนวน 64 ราย หรือเทียบเป็น 20% คาดว่าจะไม่ซื้อทองคำ สรุปกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ และ ผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 13 ราย

ความเป็นอยู่ที่เต็มไปด้วยอันตรายของคนเหมือง แถบเทือกเขาแอนดีส เปรู

ณ เทือกเขาแอนดีส ประเทศเปรู คือที่ตั้งของลารินกอนาดา ชุมชนที่อยู่สูงที่สุดในโลก ที่ความสูงถึง 5,100 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ มีประชากรเข้ามาอยู่อาศัยชั่วคราวราว 30,000 – 50,000 คน ในบ้านที่ทำจากสังกะสี อันแออัดไปด้วยผู้คน ขยะ และสภาพอากาศสุดเลวร้าย ออกซิเจนเบาบาง จนแม้กระทั่งคนในท้องถิ่นยังหายใจยากลำบาก พวกเขาอยู่กันอย่างแร้นแค้น ดำรงชีพด้วยการเป็นคนงานในเหมืองทองอันไร้มาตรฐาน เหมืองส่วนใหญ่ดำเนินการภายใต้สัญญาแบบ “ไม่เป็นทางการ” แต่เหมืองเหล่านั้นกลับยังได้รับอนุญาตโดยรัฐบาลให้ดำเนินการต่อไปได้ เจ้าของเหมืองนอกระบบเหล่านี้มักอาศัยอยู่นอกลารินกอนาดา และปล่อยกิจการไว้ให้คนอื่นที่ไว้ใจได้ดูแล โดยที่ผู้ดูแลจะทำหน้าที่จัดการแรงงานในเหมืองแทนเจ้าของที่แท้จริง ข้อตกลงของแรงงานในเหมืองมักทำด้วยสัญญาปากเปล่า หัวหน้าคนงานจะจ้างคนงานตั้งแต่หนึ่งสัปดาห์จนถึงหลายเดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับสายแร่ที่พบในขณะนั้น พวกคนงานอาจได้รับอาหารและที่พัก โดยไม่มีผลประโยชน์หรือค่าจ้างตอบแทน แต่ในหนึ่งเดือนจะมีเพียงหนึ่งหรือสองวันที่พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้เก็บเศษแร่ที่คิดว่าอาจจะมีทองคำเจือปนอยู่ในนั้นได้ สิ่งนี้เป็นระบบที่เรียกว่า “คาโชเรโอ” แต่ถ้าไม่พบอะไรเลย ก็เท่ากับว่าพวกเขาทำงานให้เหมืองแบบฟรีๆ ถึงกระนั้น ก็ยังไม่มีใครอยากจะเปลี่ยนแปลงระบบนี้อย่างจริงจัง เพราะสำหรับเจ้าของสัญญาเช่าแล้ว ระบบนี้ช่วยให้ประหยัดงบค่าแรงงานไปได้ และสำหรับคนงาน ระบบนี้ก็ทำให้ง่ายต่อการที่จะทิ้งงานไปหากชั่งใจได้ว่าได้ทองคำมากพอแล้ว แต่ส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่ต่อ เพราะหวังว่าจะได้โชคครั้งใหญ่ คนงานเหล่านี้ต้องทำงานด้วยอุปกรณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ในสภาพแวดล้อมอันเป็นอันตรายต่อชีวิตตนเอง เพราะการจัดการอันไร้มาตรฐานนี้ ทำให้มักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่ปัญหาเหล่านี้กลับไม่มีผลต่อผู้ซื้อและโรงงานผลิตทองคำในสหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ และประเทศอื่น ๆ

ทองในสมัยอยุธยาตอนต้นมาจากไหน?

ตามที่เรารู้กัน ว่าประเทศไทยค้นพบแหล่งทองในช่วง “อยุธยาตอนปลาย” แต่จากเครื่องทองที่พบในกรุปรางค์วัดราชบูรณะ เมื่อปี 2500 และ วัดพระราม ในปี 2501 จึงเป็นที่ยืนยันแล้วว่า อยุธยามีทองมาตั้งแต่ “สมัยอยุธยาตอนต้น” แล้ว การค้นพบในครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามที่ว่า “แล้วทองคำเหล่านี้มาจากไหน ในเมื่อสมัยนั้น แหล่งขุดทองยังไม่มีการถูกค้นพบ?” จากการประมวลข้อมูลประวัติศาสตร์ที่มีอยู่ พบว่าอยุธยาได้ทองมาจากภายนอกจาก 3 ทางด้วยกัน คือ 1. ส่วยบรรณาการ จากบันทึกของ โยสต์ เซาเต็น (Joost Schouten) พ่อค้าฮอลันดา ที่เข้ามาทำการค้าในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ถึงสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ได้ระบุไว้ว่า ส่วยที่ได้รับมาจากหัวเมืองประเทศราช ในรายการส่วยบรรณาการนั้นมี “ทอง” รวมอยู่ด้วย เพราะอำนาจต่อหัวเมือง แสดงออกผ่านจำนวนทองที่คนผู้นั้นครอบครองอยู่ โยสต์ เซาเต็น ยังได้บอกด้วยว่า การที่กษัตริย์อยุธยา เป็นผู้ครอบครองทองเป็นอันมากนี้ทำให้ “ทรงได้รับสมญาว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มั่งคั่งพระองค์หนึ่งทางแถบอินเดีย” 2. สินสงคราม แม้ว่าส่วนนี้จะยังไม่ปรากฏหลักฐานออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม แต่เป็นที่คาดไว้ว่า สินสงครามที่ได้มาจากการเก็บริบเอามาจากบ้านเมืองที่แพ้สงคราม  ในจำนวนทรัพย์สินของมีค่าต่าง ๆ ที่อยุธยาได้รับมาเหล่านั้น

แหล่งแร่ทองคำในประเทศไทย “ดินแดนสุวรรณภูมิ”

แหล่งแร่ทองคำแห่ง “ดินแดนสุวรรณภูมิ” ประเทศไทย หรือที่รู้จักมักคุ้นกันดีในชื่อ “สุวรรณภูมิ” ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า “ดินแดนทอง” แล้วมีผู้ถอดเป็นภาษาไทยในภายหลังว่า “แหลมทอง” โดยที่มาของชื่อนี้ อาจจะมีสาเหตุมาจากหลักฐานทางโบราณวัตถุเครื่องทองต่างๆ รวมถึงพงศาวดาร และจดหมายเหตุที่บันทึกประวัติศาสตร์เอาไว้ อีกทั้ง ยังมีปรากฏหลักฐานว่า มีชาวบ้านชาวไทยในอดีต ส่วนหนึ่งเลี้ยงชีพด้วยการร่อนเสาะหาแร่ทองคำจากบางแหล่ง เช่น บ้านบ่อทอง ในจังหวัดชลบุรี หรือแหล่งแร่ทองบางสะพาน ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อใช้ความรู้ทางธรณีวิทยา ทำให้รู้ถึงสภาพการสะสมตัวของแร่ทองคำในอีกหลายแห่ง ซึ่งกระจายตัวในเกือบทุกภาคของประเทศไทย โดยการเกิดแหล่งแร่ทองคำสามารถแบ่งออกตามลักษณะการเกิดได้ 2 แบบ คือ 1.แบบปฐมภูมิ   แบบปฐมภูมิ คือ แหล่งแร่ที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยา มีการผสมทางธรรมชาติจากน้ำแร่ร้อน ผสมผสานกับสารละลายพวกซิลิก้า ทำให้เกิดการสะสมตัวของแร่ทองคำในหินต่าง ๆ เช่น  หินอัคนี หินชั้น และหินแปร พบการฝังตัวของแร่ทองคำในหิน หรือสายแร่ที่แทรกอยู่ในหิน ซึ่งส่วนใหญ่จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีส่วนน้อยที่จะมีขนาดโตพอที่จะเห็นได้ชัดเจน แหล่งแร่ทองคำแบบนี้จะมีคุณค่าในเชิงพาณิชย์ ก็ต่อเมื่อมีทองคำมากกว่า 3 กรัมในเนื้อหินหนัก 1 ตัน หรือมีทองคำหนัก 1 บาท

มะโปเน็ง เหมืองทองคำที่ลึกที่สุดในโลก

มะโปเน็ง (Mponeng) เป็นเหมืองทองคำในจังหวัดกัวเต็ง (Gauteng) ของแอฟริกาใต้ ที่รู้จักกันในชื่อ Western Deep Levels #1 Shaft โดยเริ่มการขุดค้นทองคำในปี 1981 และเริ่มหลอมทองในปี 1986 เหมืองตั้งอยู่ใกล้เมืองคาร์ลตันวิลล์ ห่างจากโจฮันเนสเบิร์ก ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 90 กิโลเมตร โดยมีความยาวลงไปใต้ผิวน้ำมากกว่า 4 กิโลเมตร (2.5 ไมล์) เทียบเท่ากับตึก Empire State 10 ตึก วางทับกัน และถือว่าเป็นหนึ่งในเหมืองทองคำที่สำคัญที่สุดในโลก ปัจจุบันยังเป็นเหมืองที่ลึกที่สุดในโลก อีกด้วย ซึ่งการเดินทางจากทางเข้าเหมือง ไปยังก้นเหมือง จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง ด้วยความลึก 3.16 กิโลเมตร ถึง 3.84 กิโลเมตรนี่เอง ทำให้จำเป็นต้องมีระบบระบายอากาศในเหมือง เพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการทำงานของคนงานและเครื่องจักรในเหมือง Guinness World Records ได้มีการบันทึกไว้ว่า ในปี 2012 เหมืองแห่งนี้

ทองคำจะหมดโลกหรือ?! มาสำรวจเหมืองทองทั่วโลก ว่ายังขุดได้อีกกี่ตัน

สำรวจปริมาณการผลิตของเหมืองทองคำทั่วโลก!จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทองคำยังคงเป็นที่นิยมของทั้งประชาชนทั่วไป ผู้ที่สนใจ และนักลงทุน เป็นสัญลักษณ์ของความงาม ความมั่งคั่ง เป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิด และเป็นทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ เพราะความต้องการที่สูงขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ จึงไม่แปลกเลย ที่จะเกิดความกลัวว่าทองคำจะหมดโลกไป โดยข้อมูลจากปี 2022 ของสำนักสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกา พบว่าปริมาณการผลิตของเหมืองทองทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 3,100 ตัน ทองคำจะหมดโลกจริงหรือ?!สำหรับคำถามที่ว่า “ทองคำจะหมดโลกหรือไม่? เหมืองทองยังขุดได้อีกกี่ตัน” นั้น คงต้องตอบว่า มีความเป็นไปได้ยาก เนื่องจากประการแรก สินแร่ทองคำไม่ได้อยู่ในสถานะขาดแคลนเหมือนน้ำมันปิโตรเลียม สถาบันอุตุนิยมวิทยาของสหรัฐฯ ประเมินว่ายังคงมีทองคำอยู่ในผืนดินมากกว่า 52,000 ตันรอการขุดค้น นอกจากนี้ ทองคำประมาณ 170,000 ตัน ที่ประเมินกันว่ามีอยู่ในโลก ก็เป็นเพียงตัวเลขอย่างคร่าวๆ เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ยังมีทองอีกจำนวนมากที่อยู่ในตลาดมืด ผ่านกระบวนการผลิตจากเหมืองเถื่อน ที่สำคัญที่สุด จีนซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ของโลก ไม่เคยเปิดเผยปริมาณทองที่ขุดได้ในแต่ละปีอย่างชัดเจน หากนำทองในตลาดไม่เป็นทางการมารวมด้วย น่าจะมีทองคำในโลกนี้มากกว่า 2 ล้าน 5 แสนตัน เหตุผลประการสุดท้าย ที่สำคัญที่สุด คือทองคำเป็นวัตถุดิบที่มีค่า จนไม่เคยถูกทิ้งขว้าง และถูกนำกลับมารีไซเคิล หลอมรวมขึ้นรูปใหม่อยู่เสมอๆ นับตั้งแต่มีการทำเหมืองทองครั้งแรกเมื่อกว่า

ดัชนีทอง ก.พ. 67 คาดตรุษจีนราคาทองทรงตัวระดับสูง แรงซื้อลดลงเหตุบาทอ่อน ดันราคาขึ้น

Gold Confidence Index Feb 2024
ดร.พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ แถลงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2567 ปรับเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือน มกราคม 2567 ที่ผ่านมา จากระดับ 66.90 จุด มาอยู่ที่ระดับ 67.27 เพิ่มขึ้น 0.37 จุด หรือคิดเป็น 0.55% โดยปัจจัยที่ทำให้ดัชนีฯ ปรับขึ้นมานั้น มีสาเหตุมาจาก แรงซื้อช่วงเทศกาลตรุษจีน เงินบาทอ่อนค่าหนุนราคาทองคำในประเทศ สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง และความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย คาดการณ์ความต้องการซื้อทองคำในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ 2567 จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 342 ราย ในจำนวนนี้มี 144 ราย หรือเทียบเป็น 42% คาดว่าจะซื้อทองคำ ส่วนจำนวน 122 ราย หรือเทียบเป็น 36% คาดว่าจะไม่ซื้อทองคำ และจำนวน 76 ราย หรือเทียบเป็น 22% ไม่แน่ใจว่าจะซื้อทองคำในเดือนนี้หรือไม่ สรุปกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้ประกอบกิจการค้าทองคำรายใหญ่ และ ผู้ประกอบกิจการนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองคำ จำนวน 13 ราย ในจำนวนนี้มี 6

ทองคำในเครื่องสำอาง ช่วยเสริมความงามได้จริงหรือไม่?

ทองคำ คือแร่ธาตุธรรมชาติมูลค่าสูง ที่สามารถทำประโยชน์ได้มากมายหลายด้าน ทั้งด้านหัตถกรรม ด้านวิทยาศาสตร์อวกาศ ด้านอิเล็กทรอนิกส์ และในด้านเศรษฐกิจ ที่เห็นได้ง่ายสุดคือถูกนำมาใช้ทำเครื่องประดับ นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีการนำมาใช้เป็นส่วนผสมในอาหารและยา รวมถึงในเครื่องสำอางอีกด้วย จากข้อมูลของศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า    การนำทองคำผสมในเครื่องสำอางต่างๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าโดยอ้างสรรพคุณลบเลือนริ้วรอย ถึงแม้ว่า ปัจจุบันวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ได้มีการค้นพบว่าทองคำสามารถต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) และ รักษาการอักเสบ (antiinflammatory) ของโรคเก๊าได้ดี ทำให้เกิดแนวคิดที่ว่า หากนำทองคำมาใช้ในการต้านอนุมูลอิสระที่ผิวหนังน่าจะได้ผลดีเช่นเดียวกัน แต่ทั้งนี้ ยังไม่มีงานวิจัยใดรองรับแนวคิดนี้ และถึงแม้ว่าทองคำบริสุทธิ์จะไม่ได้เป็นพิษต่อร่างกาย แต่สำหรับบางคนอาจก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ และหากถูกสังเคราะห์ให้อนุภาคมีขนาดเล็กลง หรืออยู่ในรูปของเกลือและรับเข้าสู่ร่างกาย ก็จะก่อให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะภายในและยับยั้งการสร้างเม็ดเลือดได้อีกด้วย  จากคำถามที่ว่า “ทองคำในเครื่องสำอาง ช่วยเสริมความงามได้จริงหรือไม่ ” นั้น ปัจจุบันยังไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัด ดังนั้น จึงควรคิดพิจารณาให้ถี่ถ้วน ถึงความคุ้มค่าของเม็ดเงินที่ต้องเสียไปกับผลิตภัณฑ์ราคาแพง ที่สรรพคุณอาจไม่ได้ต่างไปจากครีมบำรุงทั่วไปมากนัก ไม่ควรหลงเชื่อโฆษณาเกินจริง ที่ขาดแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้หากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน  แหล่งอ้างอิง กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา : https://dis.fda.moph.go.th/detail-infoGraphic?id=1619 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ : https://sciplanet.org/content/8860

ช่องทางแจ้งข้อมูลหากถูกหลอกทางออนไลน์

1.ศูนย์ AOC 1441 แก้ปัญหาหลอกลวงออนไลน์ แบบ One Stop Service สำหรับประชาชน มีขั้นตอนดำเนินการดังนี้ 1.1 โทร 1441 เพื่ออายัดเงินในบัญชีของคนร้ายที่คุณโอนเงินไปทันที บางช่วงเวลาอาจจะโทรแล้วรอสายนานเพราะคนแจ้งมีจำนวนมาก ท่านต้องพยายามโทรจนกว่าจะติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ ท่านจะได้รับการบริการ และคำแนะนำที่ดีแน่นอน 1.2 ท่านจะได้รับเลข Case ID ไว้สำหรับไปแจ้งที่ระบบ Thaipoliceonline.com เพื่อนัดหมายเข้าไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในสถานีที่ท่านสะดวกไปพบ 1.3 พบเจ้าหน้าที่ตำรวจตามวันนัดหมายที่แจ้งไว้ ยืนยันให้ดำเนินการกับเจ้าของบัญชีให้ถึงที่สุด เพื่อให้ตำรวจออกหมายเรียกเจ้าของบัญชีมาพบ ถ้าไม่มาก็ออกหมายจับต่อไป 1.4 เจ้าของบัญชีจะพยายามติดต่อขอคืนเงินให้ท่าน เผื่อผ่อนหนักเป็นเบา ตรงนี้ขึ้นอยู่กับท่านแล้วว่าจะเรียกร้องอะไรจากเจ้าของบัญชีบ้าง จะยอมถอนแจ้งความหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่านว่าสะดวกแบบใด ขึ้นอยู่กับแต่ละเคส ซึ่งมีตั้งแต่มูลค่าหลักพัน ไปจนถึงหลักล้าน ถ้าตามให้ถึงที่สุดมีโอกาสได้เงินคืนแน่นอน 2. ETDA (Electronic Transactions Development Agency) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สังกัดกระทรงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ติดต่อสายด่วน ETDA โทร. 1212 ได้ทุกกรณีที่เกี่ยวข้องกับปัญหาทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น เว็บไซต์ผิดกฎหมาย
PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com