ปัจจุบันแม้ราคาทองคำในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นเพียงใด ทว่าทองคำก็ยังคงมีคุณค่าในตัวเองที่ใครๆ ต่างก็ต้องการครอบครองเป็นเจ้าของ เพราะนอกจากทองคำจะเป็นโลหะธาตุมูลค่าสูงซึ่งถูกใช้เป็นสินทรัพย์เพื่อการลงทุน เนื่องด้วยไม่เสื่อมค่าและมีสภาพคล่องสูง เป็นที่ยอมรับในระดับสากลจึงใช้เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเชื่อมั่นของประเทศแล้ว ทองคำยังถือว่าเป็นวัตถุที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว มีสีเหลืองสว่างสดใสและมีความสุกปลั่งเป็นประกายสวยงามสะดุดตา เนื้อทองคำมีความยืดหยุ่นและเหนียวคงทน จึงสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักใช้ทำเป็นเครื่องประดับตกแต่งร่างกาย ด้วยเหตุนี้ผู้คนทั่วโลกจึงยังนิยมซื้อทองคำหรือเครื่องประดับทองเฉกเช่น ค่านิยมในอดีต โดยเฉพาะชาวเอเชียที่ให้ความสำคัญต่อการสวมใส่เครื่องประดับทองรูปพรรณ ดังที่ยึดถือกันมาตามขนบธรรมเนียมประเพณีแต่ดั้งเดิม โดยมักใช้ในพิธีหมั้นหรือแต่งงาน ซึ่งแทนค่าสินสอดในการขอแต่งงาน หรือใช้เป็นของขวัญให้แก่กันและกันในโอกาสหรือช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ ขณะเดียวกันการสวมใส่เครื่องประดับทองของ ผู้คนในปัจจุบันนอกจากในแง่คุณค่าทางจิตใจและความสวยงามแล้ว ยังเป็นสิ่งบ่งชี้ถึงฐานะทางสังคมหรือความทันสมัยตามกระแสแฟชั่น อีกทั้งเครื่องประดับทองยังมีบทบาทเป็นสินทรัพย์สะสมความมั่นคงที่เหมาะแก่การลงทุนด้วยเช่นกัน เครื่องประดับทองอันทรงคุณค่าตามวิถีไทย ในประเทศไทยนั้น การนำทองคำมาประดิษฐ์เป็นเครื่องประดับเฟื่องฟูมาตั้งแต่ยุคสมัยสุโขทัยต่อเนื่องไปยังสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยแรกเริ่มเป็นการผลิตเพื่อใช้ในระดับกษัตริย์ ราชวงศ์ ขุนนางชั้นสูงต่างๆ ด้วยยังมีกฎระเบียบแบบแผนในการสวมใส่เครื่องประดับ และห้ามมิให้สามัญชนทั่วไปมีเครื่องประดับได้ จนกระทั่งในช่วงกลางยุคสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งเปิดกว้างให้ชาวต่างชาติ ทั้งจากยุโรปและจีนเดินทางเข้ามาค้าขายสินค้ากันอย่างคึกคัก รวมไปถึงช่างทองชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบกิจการและอาศัยอยู่ในไทยด้วย ทำให้การใช้เครื่องประดับมิได้จำกัดเช่นแต่ก่อน จึงมีการผลิตและการสวมใส่เครื่องประดับกันอย่างแพร่หลายในหมู่ประชาชนมากยิ่งขึ้น จากทองคำที่มีสถานภาพเป็นเพียงแร่ธาตุหายากชนิดหนึ่ง ได้รับการหล่อหลอมสลักเสลาเกลากลึง ตัดต่อสร้างสรรค์ให้สามารถอวดความงามได้ในรูปของเครื่องประดับอันประณีตอ่อนช้อย โดยอาศัยภูมิปัญญาอันชาญฉลาด ผ่านการสั่งสมประสบการณ์และทักษะฝีมือความชำนาญทางเชิงช่าง จนกลายเป็นรากฐานทาง ศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญ และเป็นมรดกทางหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าที่เฟื่องฟู และสืบทอดมาอย่างยาวนานในหลายยุคสมัยของไทยจวบจนปัจจุบัน ส่งผลให้การรังสรรค์เครื่องประดับทองของไทยในยุคสมัยนี้ถือได้ว่ามีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยฝีมือเชิงศิลป์ที่วิจิตรงดงาม ซึ่งถ่ายทอดเทคนิคการผลิตมาจากบรรพบุรุษในท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น รวมถึงต่อยอดองค์ความรู้ดั้งเดิมควบคู่ไปกับการประยุกต์พัฒนางานฝีมือ ผสมผสานรูปแบบโบราณและร่วมสมัยได้อย่างกลมกลืน เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ชิ้นงาน และสืบสานอนุรักษ์งานหัตถศิลป์ให้ฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ต่อเนื่องจากความรุ่งเรืองในอดีต ปัจจุบันเครื่องประดับทองที่มีจำหน่ายในประเทศไทยนั้น แบ่งออกได้เป็นทองรูปพรรณหรือที่เรียกว่า
Author Archives: Gold
เครื่องประดับทอง และทองคำเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมอย่างมากในอินเดีย เนื่องจากเป็นของขวัญที่นิยมให้กันในงานพิธี และงานฉลองในโอกาสต่างๆ โดยเฉพาะงานแต่งงาน ชาวอินเดียจึงมีความต้องการซื้อหาทองคำมาไว้ ในครอบครองอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งผลกระทบจากการขยายตัวของเศรษฐกิจและสังคมเมืองจากการเปิดเสรีการค้า และการเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้นของอินเดีย ทำให้เกิดการเติบโตทางด้านการสร้างงานและรายได้ให้กับคนในประเทศ ส่งผลให้ชาวอินเดียมีความสามารถในการตอบสนองสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มมากขึ้น แต่จากการที่ราคาทองคำในตลาดโลกนั้นมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา ผนวกกับปัญหาการขาดดุลบัญชี เดินสะพัดอย่างหนัก เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าทองคำจากต่างประเทศ ทำให้รัฐบาลอินเดียต้องหันมาใช้นโยบายคุมเข้มด้านการนำเข้าทองคำมากขึ้น ผลจากนโยบายดังกล่าว ทำให้เกิดกระบวนการลักลอบนำเข้าทองคำอย่างผิดกฎหมายขึ้นในประเทศ ดังนั้น เพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว ทางกระทรวงการคลังของอินเดียจึงได้ริเริ่มโครงการ “ฝากทองไว้กับธนาคาร” (Gold Deposit Scheme: GDS) โดยมีจุดประสงค์เพื่อระดมทองคำภายในประเทศ ซึ่งซาวอินเดียส่วนใหญ่นิยมเก็บรักษาไว้ที่บ้าน หรือฝากไว้ตามร้านขายทอง โดยไม่ได้รับผลตอบแทนใดๆ และจะถูกนำมาใช้ก็ต่อเมื่อมีงานแต่งงาน หรืองานเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสต่างๆ โดยจะได้รับดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 0.75 – ร้อยละ 1 ของราคาทองคำที่นำมาฝาก และเมื่อครบอายุการฝากทอง (สามารถฝากได้ ตั้งแต่ 6 เดือน จนถึง 7 ปี) ลูกค้าสามารถเลือกรับทองคำคืนในรูปของทองคำแท่งหรือเหรียญทอง (ความบริสุทธิ์ ร้อยละ 99.99) นำทองคำมาเข้าโครงการต่อเพื่อลงทุนใหม่ เงินสด หรือแม้กระทั่งโอนทองคำของตนไปยังบัญชีลูกค้ารายอื่น สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมนอกเหนือจากการได้รับดอกเบี้ยคือ ลูกค้าจะได้รับการยกเว้นภาษีต่างๆ
Jewelmer ถือเป็นผู้นำการผลิตไข่มุกสีทองคุณภาพอันดับหนึ่งของโลก ตั้งอยู่ ณ หมู่เกาะปาลาวัน ประเทศ ฟิลิปปินส์ จัดตั้งโดย ฌากส์ บราเนลเล็ค นักบินชาวฝรั่งเศส ที่ละทิ้งวงการนักบินเข้าสู่วิถีการทำฟาร์มไข่มุกกับอาจารย์ชาวญี่ปุ่น จนประสบความสำเร็จเป็นรายแรกๆ ของโลกในการเพาะเลี้ยงมุกตาฮิติ (ไข่มุกสีดำ) แต่เมื่อขัดแย้งกับหุ้นส่วนจึงขายบริษัททิ้ง จากนั้น ฌากส์ บราเนลเล็ค จึงแล่นเรือสำรวจแหล่งการทำฟาร์มไข่มุกไปเกือบทั่วโลก ทั้งยุโรป มหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรแปซิฟิก และเอเชีย จนมาถึงหมู่เกาะปาลาวัน ประเทศฟิลิปปินส์ แหล่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และมาพบกับ Mr.มานูแอล โคจองโก นักธุรกิจชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งมีวิสัยทัศน์ตรงกัน จึงได้ร่วมกันก่อตั้งฟาร์มไข่มุก Jewelmer International Corporation มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522 และใช้เวลาคิดค้นและพัฒนาไข่มุกสีทองสำเร็จเป็นเจ้าแรกของโลก ปัจจุบัน Jewelmer มีฟาร์มไข่มุกสีทองอยู่ 6 แห่งบนหมู่เกาะปาลาวัน สถานที่อนุบาลหอยมุก และห้องแล็ปวิจัย 2 แห่ง โรงงานเครื่องประดับ 1 แห่ง และโชว์รูมเครื่องประดับ 10 แห่ง ใน
เครื่องประดับทองคำเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน ด้วยเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความมั่งคั่ง ความมั่งมี และความเป็นสิริมงคล คนไทยจึงนิยมนำมาสวมใส่ติดกายเพื่อแสดงสถานะทางสังคม ตลอดจนใช้ในงานมงคล ต่างๆ เช่น มอบเป็นของขวัญให้แก่ลูกหลาน หรือใช้เป็นสินสอดทองหมั้นของคู่แต่งงาน เป็นต้น เครื่องประดับทองคำจึงกลายเป็นสินค้าอันดับแรกที่คนไทยส่วนใหญ่มักเลือกซื้อตลอดมา ทั้งนี้ในอดีตรูปแบบ และวิธีการผลิตเครื่องประดับทองคำในแต่ละพื้นที่จะแตกต่างกันตามวัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นๆ แต่สิ่งที่เหมือนกันก็คือ ทุกชิ้นงานถูกรังสรรค์ด้วยมือโดยช่างทองที่มีความชำนาญชั้นสูง แม้ปัจจุบันร้านค้าทองคำจำนวนมากจะนำเครื่องจักรมาใช้ผลิตเครื่องประดับมากขึ้น หากแต่หลายพื้นที่ยังคงสืบทอดเอกลักษณ์การผลิตของท้องถิ่นตนเองไว้ พร้อมทั้งยังได้พัฒนารูปแบบให้มีความทันสมัยตามยุคที่เปลี่ยนแปลงไปอีกด้วย จังหวัดจันทบุรีของไทย เป็นอีกหนึ่งแห่งที่ยังคงผลิตเครื่องประดับทองคำตามแบบฉบับช่างทองโบราณที่ได้รับถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษ สินค้าเลื่องชื่อเชิงหัตถศิลป์อันเกิดจากช่างทองในจังหวัดนี้เป็นแหวนทองคำ ซึ่งไม่ใช่แหวนธรรมดาทั่วไปอย่างที่ทุกคนเห็น หากแต่เป็นแหวนที่สามารถถอดออกจากกันและประกอบกลับเป็นวงเดียวกันได้ หรือที่เรียกกันว่า “แหวนกลปริศนา” หรือ “แหวนกลไก” หรือ “แหวนกล” แหวนกลปริศนาจากอดีตสู่ปัจจุบัน หวนกลในประเทศไทยถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่ปี 2504 โดยชาวจีนซึ่งอพยพมาตั้งรกรากอยู่ที่ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ได้นำความรู้ด้านช่างทองมาประกอบอาชีพในที่แห่งนี้ โดยเริ่มต้นการทำแหวนกล จากการสังเกตเห็นแหวนคล้องไขว้กันของชาวต่างชาติแล้ว จึงได้พัฒนาเป็นแบบฉบับของตนเองขึ้นมา จากนั้นจึงได้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ลูกหลานจากรุ่นสู่รุ่น นอกจากนี้ ศิลปะการผลิตแหวนกลยังได้ถูกถ่ายทอดไปยังชาวจันทบุรีรายอื่นๆ ในพื้นที่ดังกล่าว จนกลายเป็นมรดกตกทอดแก่ชาวจันทบุรีสืบต่อมาจนกระทั่งปัจจุบัน ในอดีตแหวนกลส่วนใหญ่มักผลิตจากทองคำ โดยเริ่มต้นจากการออกแบบลวดลายที่ต้องการก่อน จากนั้นจึงนำทองคำที่มีค่าความบริสุทธิ์ 99.99% ไปผสมกับเงินให้ได้ทองคำ 90% เพื่อทำให้เนื้อทองมีความแข็งแรงและเหนียว สามารถถักทอเป็นลวดลายหรือรูปทรงต่างๆ ได้ตามต้องการ เมื่อได้ทองคำ
นับตั้งแต่ 31 ธันวาคม 2015 สมาชิก 10 ประเทศใน อาเซียนได้หลอมรวมกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community: AEC) อย่างสมบูรณ์ โดยมี เป้าหมายหลัก 4 ประการตาม AEC Blueprint 2015 ได้แก่ (1) การเป็นตลาดเดียวและฐานการผลิตเดียว ที่ให้มีการ เคลื่อนย้ายสินค้า บริการ การลงทุน แรงงานฝีมือ รวมถึงเงิน ทุนได้อย่างเสรีมากขึ้น (2) การพัฒนาไปสู่ภูมิภาคที่มีความ สามารถในการแข่งขันสูง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่ง ขันทางเศรษฐกิจของอาเซียน (3) การพัฒนาเศรษฐกิจอย่าง เสมอภาค มีความเท่าเทียมกัน สนับสนุนและพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อม และลดช่องว่างระดับการพัฒนา ระหว่างประเทศสมาชิกใหม่และสมาชิกเก่า และ (4) การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก เน้นการปรับประสานนโยบาย เศรษฐกิจของอาเซียนกับประเทศภายนอกภูมิภาค โดยปัจจุบัน ในส่วนของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่อง ประดับมีความเกี่ยวข้องกับบริบทข้างต้นอย่างชัดเจนใน 2 ประเด็นคือ “การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน” กล่าวคือ
กรุงเทพฯ-ศูนย์วิจัยทองคำเผยดัชนีเชื่อมั่นทองคำเดือน มิ.ย. 59 ปรับตัวขึ้นต่อ โดยเพิ่มขึ้น 5.12 จุดหรือเพิ่มขึ้น 9.23%มาอยู่ที่ 60.57 จุด โดยปัจจัยหนุนสำคัญยังอยู่ที่การอ่อนค่าของค่าเงินบาท รวมถึงแรงซื้อเก็งกำไรและความต้องการทองคำที่เพิ่มขึ้น ส่วนปัจจัยกดดันสำคัญอยู่ที่ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และทิศทางดอกเบี้ย FED ที่ยังเป็นขาขึ้น ด้านผู้ค้าทองส่วนใหญ่ยังมองราคาทองคำปรับขึ้นมีเป้าหมายสูงสุดที่ 22,000 บาท แนะผู้ลงทุนควรลงทุนระยะสั้นหลังยังมีความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดร. พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนมิถุนายน 2559 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนมิถุนายน 2559 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 5.12 จุด หรือเพิ่มขึ้น 9.23% สู่ระดับ 60.57 จุด สูงกว่าระดับ 50 จุดต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งมีความเห็นสอดคล้องกันทั้งผู้ค้าทองคำและนักลงทุน โดยปัจจัยหนุนสำคัญยังคงเหมือนกับเดือนที่ผ่านมาอย่างการอ่อนค่าของค่าเงินบาท หลังจากที่ภาวะเศรษฐกิจไทยยังเป็นเชิงลบ รวมถึงแรงซื้อเก็งกำไรและความต้องการทองคำที่เพิ่มมากขึ้นหลังมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องของกองทุน SPDR ส่วนปัจจัยสำคัญอยู่ที่ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นมาในช่วงก่อนหน้า และทิศทางดอกเบี้ยของ FED ที่ยังเป็นขาขึ้น ด้านการตอบแบบสอบถามเรื่องความต้องการซื้อทองคำในช่วง 1 เดือนข้างหน้าพบว่า สัดส่วนผู้ที่คิดจะซื้อทองคำในช่วงเดือนมิถุนายน 2559 ลดลงมาอยู่ที่ 36.97%
สหพันธรัฐมาเลเซีย (Federation of Malaysia) ถือว่าเป็นประเทศหนึ่งในกลุ่ม AEC ที่ประสบความสำเร็จจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการผลิต ซึ่งเดิมเป็นฐานการผลิตขนาดใหญ่ด้วยค่าแรงที่ถูกไปอยู่ในกลุ่มผู้ผลิตสินค้าที่อาศัยเทคโนโลยีขั้นสูง ด้านกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ จนถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ ภายใต้การบริหารของรัฐบาลที่เน้นนโยบายเศรษฐกิจที่ยืดหยุ่น และเคลื่อนไหวไปตามกระแสเศรษฐกิจโลก เช่น สนับสนุนการค้าเสรี ปรับโครงสร้างภาษี เปิดรับการค้าการลงทุน และการถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก ตะวันตก โดยให้ไปสู่เป้าหมายของการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืน คงทน และมีความสามารถในการแข่งขันกับประเทศคู่ค้า นยุคหลังของการปฏิวัติอุตสาหกรรม จะพบว่าอุตสาหกรรมเหมืองแร่ในอาเซียนเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแนวหน้าของหลายประเทศ เพราะสามารถดึงเงินทุนจากต่างชาติเข้าประเทศ ในมาเลเซียเองก็มีอุตสาหกรรมเหมืองแร่ดีบุกที่มีบทบาทมากต่อเศรษฐกิจของประเทศ และยังเคยเป็นผู้ส่งออกอันดับหนึ่งของโลกมาแล้ว ส่วนเหมืองแร่ทองคำแม้ว่าจะยังไม่เป็นตลาดทุนหลักของมาเลเซีย แต่ก็อยู่ในระดับที่กำลังเติบโต เห็นได้จากการที่มีบริษัทต่างชาติ เช่น แคนาดา ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย เข้ามาลงทุนทำเหมืองในรัฐกลันตัน ปะหัง ตรังกานู ซาบาห์ และยะโฮร์ จนเรียกกันว่าเป็น Golden Belt ของประเทศ การลงทุนในทองคำแท่งสามารถทำได้ 2 รูปแบบ คือ Paper Gold และ Physical Gold การลงทุนแบบ Paper Gold หมายถึง
ประเทศกัมพูชาหรือที่เรียกกันเป็นทางการว่า “ราชอาณาจักรกัมพูชา” นั้นประกอบด้วยหลายเชื้อชาติ เช่น เขมร ญวน จีน และไทย มีภาษาเขมรเป็นภาษาราชการ แต่ทั่วไปก็มีการใช้ภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส เวียดนาม จีน และไทย ประเทศนี้มีพื้นที่เล็กกว่าไทย ประมาณ 3 เท่าและมีจำนวนประชากรน้อยกว่าไทยเกือบ 5 เท่า การปกครองในปัจจุบันเป็นแบบระบอบประชาธิปไตย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ และมีนายกรัฐมนตรี เป็นผู้นำในการบริหารประเทศ สกุลเงินของกัมพูชาคือ เงินเรียล (Riel ตัวย่อในทางสากลคือ KHR) โดยประมาณแล้ว 20 บาท จะแลกได้ 2,300 เรียล หรือ 1 ดอลล่าร์สหรัฐฯ จะแลกได้ 4,100 เรียบ (อัตราแลกเปลี่ยนเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2558) นอกจากนี้ ยังมีหน่วยย่อยของเงินที่ใช้เป็น กาค (kak) และ เซน (sen) คือ 1 เรียล
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เรียกสั้นๆ ว่า สปป. ลาว ถือเป็นประเทศที่มีแร่ธาตุ และทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ประเทศหนึ่ง เพราะสภาพภูมิประเทศ ที่เกิดจากการยกตัวของแผ่นทวีปเก่าก่อให้เกิดภูเขาสลับกับที่ราบหุบเขา มีแหล่งแร่สำคัญเช่น เงิน ทองคำ ทองแดง ดีบุก สังกะสี ขุดพบที่เหมืองเซโปน เมืองวีละบุลี ในแขวงสะหวันนะเขต แขวงอุดมไซ แขวงอัตตะปือ และแขวงเซกอง เป็นต้น อุตสาหกรรมเหมืองแร่นี้สำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างมาก แต่ก็ได้สร้างปัญหาสังคมก่อให้เกิดมลภาวะและมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อประชาชนลาวเป็นอย่างมาก จนเกิดการฟ้องร้องต่อศาลเป็นคดีความกว่า 10,000 คดีในปี 2554 เหมืองแร่ทองคำเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในลาวมีอย่างน้อย 2 เหมือง คือ เหมืองเซโปน (?MMG Lane Xang Minerals Ltd. ที่มีรัฐบาลจีนถือหุ้นอยู่กว่า 90% และรัฐบาลลาวอีก 10%) อยู่บริเวณภูหินส้ม และเหมืองภูเบี้ย (Phu Bia Mining Ltd. ที่ถือหุ้น 90% โดยบริษัท PanAust หรือ Pan
“สรรพากร” ระบุ วงเงินผู้กระทำผิดทางภาษีตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป จะถือว่าเข้าข่ายความผิดกฎหมายอาญาและกฎหมายฟอกเงิน ย้ำมีอำนาจอายัดทรัพย์สินได้ นายอัครพล ทาแก้ว นิติกรชำนาญการ กรมสรรพากร กล่าวว่า การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรที่กำหนดให้อธิบดีกรมสรรพากร มีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินเป็นการชั่วคราว สำหรับการกระทำความผิดอาญาฐานหลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงภาษี ในทำนองเดียวกันกับการยึด หรืออายัดทรัพย์สิน สำหรับการกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงิน จะทำให้ผู้ที่กระทำผิดทางภาษีตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป เข้าข่ายความผิดอาญา และกฎหมายฟอกเงิน ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบตามที่กระทรวงการคลังเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากรเพื่อรองรับการปฏิบัติตามมาตรฐานสากล ด้านการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายของ Financial Action Task Force (FATF) ซึ่งไทยจะรับการประเมินดังกล่าวในปีนี้ โดยข้อแนะนำของ FATF ได้เสนอให้กำหนดอาชญากรรมเกี่ยวกับภาษี (Tax Crimes Related to Direct Taxes and Indirect Taxes) เป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีมาตรฐานการปฏิบัติเกี่ยวกับการป้องปรามการฟอกเงินและการทำลายระบบภาษีที่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศยิ่งขึ้น ตลอดจนเพิ่มความโปร่งใสโดยรวมให้แก่การทำธุรกรรมในประเทศไทย “ตามปกติแล้วการหลีกเลี่ยงภาษี การขอคืนภาษีอันเป็นเท็จ และการใช้ใบกำกับภาษีปลอม ถือเป็นความผิดอาญาตามประมวลรัษฎากรอยู่แล้ว





