Author Archives: Gold

เชื่อมั่นทองทรุดสัญญาณดอกเบี้ยเฟดกดดัน ขณะสถิติทองในประเทศผันผวนสูงช่วง ก.ย.-พ.ย

The Gold Research Center revealed that the gold confidence index for June 2015 contracted after recovering in the previous month
กรุงเทพฯ-ศูนย์วิจัยทองคำเผยดัชนีเชื่อมั่นทองคำเดือน มิ.ย. 58 หดตัวลงหลังฟื้นตัวเดือนก่อน โดยปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 50 จุดสะท้อนมุมมองเชิงลบต่อราคาทองคำในประเทศเดือนมิถุนายน โดยดัชนีอยู่ที่ระดับ 43.11 จุด ลดลง 10.0 จุดจากเดือนก่อน ซึ่งได้รับแรงกดดันจากสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดที่ยังย้ำการขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ คาดทองคำในประเทศระหว่างเดือนเคลื่อนไหวในกรอบ 18,000-20,000 บาทต่อบาททองคำ ทองโลกมองกรอบ 1,140-1,260 เหรียญ ส่วนรายงานสถิติการปรับเปลี่ยนราคาทองคำในประเทศพบว่าช่วงเดือน ก.ย. – พ.ย. ราคาทองผันผวนกว่าปกติ ขณะการปรับเปลี่ยนราคาสูงขึ้นต่อเนื่องระหว่าง 2549-2558 นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาทองคำในเดือนมิถุนายน น่าจะยังคงผันผวนอยู่เล็กน้อย และมีโอกาสที่ราคาทองคำจะขึ้นสูงไปแตะอยู่ที่ 20,000 บาท และยังกล่าวเสริมถึงเรื่องของการนำเข้า – ส่งออก ทองคำในประเทศ ยอดการนำเข้าทองคำในระยะเวลา 4 เดือนแรกของปี 2558 ที่ผ่านมานี้ มียอดประมาณ 67 ตัน ซึ่งถ้าหากคิดโดยเฉลี่ยต่อปี แสดงให้เห็นว่ายอดนำเข้าลดลงจากปี 2556 กว่า 50% โดยตลาดทองคำซบเซาอย่างเห็นได้ชัดต่อเนื่องจากปี 2557 ที่ผ่านมา

“Fact About Gold” เรื่องจริงเกี่ยวกับทองคำ

เกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับทองคำ ที่หลายๆท่านอาจจะยังไม่เคยทราบมาก่อน เรามาดูกันว่าเรื่องจริงต่างๆที่เกี่ยวกับทองคำ จะมีอะไรกันบ้าง หากนำทองที่มีอยู่ในโลกทั้งหมดมารวมกัน แล้วดึงให้กลายเป็นลวดที่มีความหนา 5 ไมครอน ก็อาจจะสามารถนำมาพันรอบโลกได้ถึง 11,200,000 ครั้งเลยทีเดียว เชื่อหรือไม่ว่า อุณหภูมิที่เป็นจุดเดือดของทองนั้นสูงถึง 2,808 องศาเซลเซียส ทองคำ 1 ทรอยออนซ์ จะมีน้ำหนักเพียง 31.103 กรัม เท่านั้นเอง การที่จะหาทองคำก้อนที่มีน้ำหนัก 1 ออนซ์ นั้นเป็นเรื่องที่ยากมากกว่าการหาเพชร 5 กะรัตเสียอีก อุณหภูมิของร่างกายมีค่าเท่ากับ 37 องศาเซลเซียส การเป็นตัวนำความร้อนที่ดีมากของทองคำทำให้ทองคำปรับอุณหภูมิให้เท่ากับร่างกายของเราได้อย่างรวดเร็วมาก มันจึงเป็นเหตุผลอันหนึ่งที่ทำให้ทองเป็นอัญมณีที่มีราคามาก ต้องใช้ความร้อนสูงถึง 1,064 องศาเซลเซียส ทองคำถึงจะละลาย นับตั้งแต่เริ่มต้นของความเจริญเติบโตทางอารยธรรมของมนุษยชาติทองคำถูกขุดขึ้นมายังไม่ถึง 175,000 ตันเลย ในระหว่างการขุดหินเพื่อจะสร้างบ้านอยู่นั้นคนงานเหมืองชาวออสเตรเลียชื่อนาย จอร์จแฮร์ริสัน ได้ขุดพบแร่ทองคำที่อยู่ใกล้กับกรุงโจฮานเนสเบิร์ก ในปี 1885 ซึ่งทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ การตื่นทองในแอฟริกาใต้ เมื่อรวมทองคำทั้งหมดที่เคยขุดพบในเหมือง จะพอดีกับลังที่มีขนาด 21 ลูกบาศก์เมตร ประมาณครึ่งหนึ่ง (49%) ของทองคำที่ขุดได้ทั้งหมดในวันนึง จะถูกนำไปทำเป็นเครื่องประดับซึ่งยังคงเป็นงานอุตสาหกรรมเดียวใช้ทองคำมาก

ย้อนรอยดูต้นกำเนิดความงามของอัญมณี ที่พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ

การเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ ถือเป็นอีกหนึ่งการท่องเที่ยวที่นอกจากจะได้ผ่อนคลายแล้ว ยังได้ความรู้ในแง่มุมต่างๆ ที่ถูกนำมาจัดแสดงไว้ ทั้งนั้น ในประเทศไทยมีพิพิธภัณฑ์อยู่มากมาย ทั้งที่เป็นของหน่วยงานราชการและเอกชน ให้ผู้ที่สนใจได้ไปชมตามความชื่นชอบของตัวเอง ที่สำคัญในบางแห่งมีรูปแบบการนำเสนอที่น่าสนใจและทันสมัยอีกด้วย ในคราวนี้จะขอพาไปชมอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวง ซึ่งผู้ที่หลงใหลเรื่องของอัญมณีต้องไม่ควรพลาด นั่นก็คือ พิพิธภัณฑ์อัญมณีและเครื่องประดับ ดำเนินการโดยสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ซึ่งนอกจากจะบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับอัญมณีแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่ต้นกำเนิดของอัญมณีแต่ละชนิดไปจนถึงกระบวนการแปรรูป จนออกมาเป็นเครื่องประดับที่ให้เราได้สวมใส่กันในทุกวันนี้ ยังเป็นสถานที่สำหรับการอนุรักษ์ตัวอย่างอัญมณีและเครื่องประดับไว้สำหรับคนรุ่นหลังอีกด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์ได้จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับอัญมณีทุกประเภทพร้อมนำอัญมณีบางชนิดที่เป็นของจริง ทั้งที่ยังไม่ได้แปรรูปและแบบที่แปรรูปแล้วมาจัดแสดง นอกจากนั้นยังมีผลงานของนักออกแบบไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการไทยมาจัดแสดงอีกด้วย นอกจากนั้น ก็จะมีการให้ความรู้เกี่ยวกับอัญมณีประเภทอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นเพชร ทับทิม หยก รวมถึงโลหะมีค่า และเครื่องประดับตามสมัยนิยม ที่สำคัญทางพิพิธภัณฑ์ ได้จัดกิจกรรมพิเศษในช่วงวันสำคัญต่างๆ อีกด้วย หากผู้ที่สนใจในเรื่องนี้ ก็ถือว่าเป็นคลังความรู้ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ ขณะที่การเดินทางเที่ยวชมก็สะดวกสบาย เนื้อที่จัดแสดงไม่กว้างมากนัก และมีการจัดเรียงข้อมูลเป็นหมวดหมู่ทำให้ง่ายต่อการเข้าใจ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าเที่ยวชมได้ พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ที่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) อาคารไอทีเอฟ ทาวเวอร์ ชั้น 2 ถนนสีลม เขตบางรัก กรุงเทพฯ  ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพิพิธภัณฑ์ที่เดินทางไปได้อย่างสะดวก โดยจะเปิดให้เข้าชมในวันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 9.00 –

อย่าปล่อยให้กลุ่มมิจฉาชีพลอยนวล

เมื่อพูดถึงเรื่องของกฎหมาย หลายคนอาจส่ายหน้าหรือเบือนหน้าหนี เพราะคิดว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก และมีความวุ่นวาย อย่างไรก็ตาม ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าในการดำเนินชีวิตของเราเกือบทุกเรื่องต้องมีกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้องแทบทั้งสิ้น ทั้งนี้ หากเรารู้เรื่องข้อกฎหมายหรือวิธีการปฏิบัติที่ถูกต้อง ก็เชื่อได้ว่าจะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งจะมีกฎหมายหลายฉบับเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่ง “Laws of gold” จะเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะให้ท่านที่มีปัญหาสามารถส่งเรื่องราวเข้ามาปรึกษาหรือสอบถามข้อมูล เพื่อจะเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาหรือการปฏิบัติ ในฉบับแรกเราคงจะมาคุยในเรื่องที่ทางสมาคมค้าทองคำได้พยายามรณรงค์ และขอความร่วมมือกับร้านค้าต่างๆ ในการแก้ไขปัญหา นั่นก็คือการจัดการกับกลุ่มมิจฉาชีพที่ทำปลอมมาหลอกขายหรือขายฝาก ซึ่งคนกลุ่มนี้ถือเป็นเชื้อโรคอันร้ายกาจที่คอยบั่นทอนการทำธุรกิจค้าทองคำ และสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจนี้ปีละหลายร้อยล้านบาท แต่ที่ผ่านมาการจัดการกับคนกลุ่มนี้ยังคงทำให้ได้ไม่เต็มที่มากนัก เพราะร้านค้าผู้เสียหายมักจะยินยอมที่จะยอมความกับกลุ่มมิจฉาชีพ เพียงแค่ว่าไม่อยากเสียเวลา และไม่อยากเป็นคดีความ ซึ่งทางสมาคมฯ ก็พร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือในการดำเนินคดีอย่างเต็มที่เช่นกัน เรามาดูกันว่าขั้นตอนในการดำเนินการกับกลุ่มมิจฉาชีพที่เราจับกุมได้ต้องทำอะไรบ้าง อันดับแรก ต้องไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่ร้านตั้งอยู่ ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าการแจ้งความไม่ใช่การลงบันทึกประจำวัน ซึ่งการแจ้งความตาม กฎหมาย คือการไปมอบคดีให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาหรือจำเลย จนกว่าคดีจะถึงที่สุด จากนั้นตำรวจจะตั้งข้อหาโดยจะดูพฤติการณ์เป็นหลัก หากเอาทองปลอมมาหลอกขาย จะโดนข้อหาฉ้อโกง ส่วนลงมือกระทำความผิดสำเร็จหรือไม่ก็ต้องดูที่ข้อเท็จจริงอีกครั้ง ทั้งนี้ ในการแจ้งความ เจ้าของร้านต้องจดจำและเรียบเรียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและต้องจดจำรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายให้ได้ หากจับตัวคนร้ายได้ต้องไปยืนยันหลักฐาน ของกลาง และชี้ตัวผู้ต้องหา หากเจ้าของร้านไม่สะดวกไปแจ้งความ สามารถทำหนังสือมอบอำนาจให้คนอื่นไปแทนได้ โดยมีเอกสารประกอบ คือ สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน ใบค้าของเก่า ว่าเป็นการรับซื้อทอง

ทองสุโขทัย นพคุณแห่งเมืองเก่า

“จังหวัดสุโขทัย” เมื่อ 700 ปีก่อน นอกจากเคยดำรงสถานะเป็นราชธานีเมืองหลวงของกรุงสุโขทัยที่มีฐานประวัติศาสตร์อันยาวนาน ทั้งทางด้านศูนย์กลางการปกครอง ศาสนา และศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญ จึงทำให้เกิดช่างสกุลสุโขทัยด้านต่างๆ ขึ้นไม่น้อย และในจำนวนนั้นก็คือ ช่างทองสกุลสุโขทัย จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่เป็นภาพสลักและภาพปูนปั้นในสมัยสุโขทัย รวมถึงจากศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่ได้กล่าวถึงการค้าเงินค้าทองไว้ด้วย ขณะที่หลักศิลาจารึกหลักอื่นๆ มีการกล่าวถึงการใช้ทองคำมาเกี่ยวข้องกับพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งมีการถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์ เช่น พระมหามงกุฎ พระแสงขรรค์ไชยศรี และเศวตฉัตร รวมถึงใช้ทองคำเป็นเครื่องราชบรรณาการ และการสร้างพระพุทธรูปด้วยทองคำ รวมทั้งภาชนะอื่นๆ เช่น ตลับและผอบเล็กๆ สำหรับใช้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ หรือทำเป็นเจดีย์ขนาดเล็ก และเครื่องประดับ เช่น แหวน ต่างหู กำไล ฯลฯ แหล่งทองคำในสมัยนั้นส่วนหนึ่งนำมาจากบางสะพาน ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อีกส่วนหนึ่งนำเข้ามาจากประเทศจีน รวมทั้งยังมีการค้นพบพระพุทธรูปทองคำขนาดเล็กและแผ่นลานทองคำ นอกจากนี้ยังมีการใช้ทองคำเปลวปิดพระพุทธรูปสำริด อย่างไรก็ตาม ในสมัยนั้นงานการผลิตทองคำ ยังเป็นงานที่ผลิตจากช่างทองหลวง เพื่อใช้ในพระราชวัง หรือบุคคลชั้นสูง ทำให้การสืบทอดอยู่ในวงจำกัดและไม่ปรากฏพบข้อมูลการสืบทอดศิลปะแขนงนี้จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์ชิ้นใดๆเลย จวบจนปี 2473 ได้ปรากฏช่างทองในจังหวัดสุโขทัย คือ นายเชื้อ วงศ์ใหญ่

ย้อนรอยอดีตอันเรืองรองของธุรกิจค้าทองคำ ผ่านพิพิธภัณฑ์ทองคำฯ “ตั้งโต๊ะกัง”

ธุรกิจการค้าทองคำ อยู่คู่ถนนเยาวราชและประเทศไทยมาเกือบ 2 ศตวรรษ โดยในช่วงแรกเป็นการเอาข้าวของมาแลกเปลี่ยนกัน ระหว่างพ่อค้าชาวไทยกับชาวต่างชาติ จนกระทั่งได้ใช้เงินเป็นสื่อกลาง แต่ ณ ตอนนั้นคนยังไม่เชื่อในเงินตรา จนกระทั่งมีชาวจีนนำทองเข้ามาเป็นแผ่น สมัยก่อนเค้าเรียกทองใบ จะเป็นการซื้อขายจนถึงการจัดตั้งเป็นร้านค้าอย่างเช่นในปัจจุบัน โดยมีจุดกำเนิดแถวสำเพ็ง และราชวงศ์ ซึ่งในช่วงแรก เยาวราชยังเป็นคลองอยู่ โดยในยุคแรกๆ ร้านทองมีอยู่เพียงไม่กี่แห่ง เช่น เซ่งเฮงหลี ตั้งโต๊ะกัง อี่สื่อมุ่ย ซึ่งร่องรอยความรุ่งเรืองของธุรกิจการค้าทองคำในอตีตแทบจะหาชมได้ยาก ซึ่งถือเป็นความโชคดีที่ทางห้างทองตั้งโต๊ะกัง ได้รวบรวมเครื่องไม้เครื่องมือในยุคโบราณมาจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ไว้ให้คนยุคหลังได้ใช้เป็นที่ศึกษา คุณไชยกิจ ตันติกาญจน์ ผู้สืบทอดกิจการของห้างทองตั้งโต๊ะกังเป็นรุ่นที่ 4 ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปในการจัดทำ “พิพิธภัณฑ์ทองคำห้างทองตั้งโต๊ะกัง” พร้อมกับพาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ โดยกล่าวว่าห้างทองแห่งนี้มีอายุเกือบๆ 140 ปีแล้ว โดยมี “โต๊ะกัง แซ่ตั้ง” ซึ่งเป็นคุณทวด เป็นผู้ก่อตั้ง โดยในอดีตร้านทองไม่ได้เป็นอย่างที่เห็นทุกวันนี้ ไม่ได้มีทองโชว์หน้าร้านหรือมีสต๊อกทองเก็บไว้ขาย จะมีก็แค่โต๊ะทำงานของช่างทอง ซึ่งจะนั่งทำไปตามที่ลูกค้ามาสั่งทำ ทำเป็นชิ้นๆ งานไป เพิ่งจะมาเริ่มทำเป็นสต๊อกก็ช่วงหลังๆ เมื่อรู้ว่าลูกค้าซื้อลายนี้ประจำ น้ำหนักขนาดนี้ประจำ ก็ทำเผื่อไว้เลย ลูกค้ามาก็ไม่ต้องมานั่งคอยรับของไปได้เลย ส่วนตึก 7 ชั้นแห่งนี้

ทองคำจิ๋ว มหัศจรรย์ฝีมือช่างแห่ง…อ.พานทอง อีกหนึ่งศิลปะทองคำ ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

ไม่บ่อยครั้งนักที่เราจะได้เห็นการนำเอาชื่อของศิลปะทองคำไปบรรจุไว้ในคำขวัญของพื้นที่ แต่ที่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี การผลิตทองคำของที่นี่มีเอกลักษณ์ และได้รับการยอมรับว่าเป็นอีกแหล่งผลิตทองคำที่มีคุณภาพและงดงาม จนได้รับการบรรจุไว้ในคำขวัญของอำเภอ นั่นก็คือ “เมืองอิฐแกร่ง แหล่งเกษตรกร เขตอุตสาหกรรม คุณธรรมหมอพระ ศิลปะช่างทอง” การผลิตทองรูปพรรณของช่างทองที่นี่ เป็นการทำทองแบบโบราณ และได้รับการสืบทอดจากบรรพบุรุษ ซึ่งได้คิดค้นลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นไว้มากมาย อาทิ ลายลูกฆ้อง ลายฝักแค ลายก้ามปู ลายก้ามกุ้ง ลายพิกุล เป็นต้น ขณะเดียวกันบรรดาลูกหลานที่สืบทอดต่อก็ได้คิดค้นและประดิษฐ์ลวดลายใหม่เพิ่มขึ้นให้เข้ากับยุคสมัย อย่างเช่น ลายกระดุมทอง ลายประคำโป่ง ลายไข่ปลาทรงเครื่อง อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากศิลปะทองโบราณที่งดงาม และสร้างชื่อเสียงให้กับที่นี่แล้ว ยังมีศิลปะการทำทองอีกแขนงหนึ่งซึ่งสร้างชื่อให้กับที่นี่ไม่แพ้กัน นั่นก็คือ การทำทองจิ๋ว ซึ่งถือเป็นหนึ่งเดียวในประเทศ และเป็นที่ยอมรับจากผู้ที่ชื่นชอบในการสะสมเครื่องทองจิ๋วเหล่านี้ นายทำนอง รุ่งสีทอง จากร้านรุ่งสีทอง ร้านทองเก่าแก่ในพื้นที่ อ.พานทอง ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปว่า ก่อนที่จะมาทำทองจิ๋ว ก็ได้สืบทอดวิชาการทำทองมาจากคุณพ่อ ที่เป็นชาวจีนได้อพยพมาเป็นลูกจ้างทำทองอยู่ที่ฉะเชิงเทรา ก่อนที่จะย้ายมาอยู่ที่ อ.พานทอง จากนั้นก็ได้เปิดร้านรับจ้างทำทองมาโดยตลอด จนฝีมือเป็นที่ยอมรับ และได้มีร้านค้าทอง รวมถึงประชาชนได้มาจ้างทำทองเป็นจำนวนมาก โดยที่ตัวเองก็ได้ช่วยงานที่บ้านและได้ซึมซับความรู้วิชาการทำทองมาตั้งแต่เด็ก โดยได้เริ่มหัดทำอย่างจริง ๆ

ทองคำเปลว หัตถศิลป์ที่ยังมีชีวิต

ทองคำเปลว ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งศาสนา และศิลปวัฒนธรรมของไทย อันแฝงไว้ด้วยคุณค่าทางจิตใจ และธำรงไว้ซึ่งศรัทธาตามวิถีของคนไทย จนถึงขณะนี้แม้จะยังไม่มีข้อบ่งชี้ว่ามีการใช้ทองคำเปลวเพื่อเป็นเครื่องสักการะทางศาสนาตั้งแต่เมื่อใด แต่ทว่าการใช้ทองคำเปลวในงาน วิจิตรศิลป์ มีหลักฐานว่าใช้มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และแพร่หลายมากขึ้นในสมัยอยุธยา และรัตนโกสินทร์ ซึ่งศิลปะนี้เดิมใช้เฉพาะในชนชั้นระดับสูง เช่น พระมหากษัตริย์ และในงานทางพุทธศาสนา ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเสรีภาพแก่ประชาชนมากขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีช่างทองหลวงกลุ่มหนึ่ง นำความรู้เรื่องการตีทอง ทำทองคำเปลวจากในวัง มาทำเป็นอาชีพในย่านบ้านช่างทอง หรือบริเวณถนนตีทอง ในเขตพระนคร กรุงเทพมหานคร จากนั้นไม่นาน ความรู้ในการผลิตทองคำเปลว ได้ถูกถ่ายทอดไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ย่านนี้เป็นแหล่งที่รวบรวม ผู้ผลิตทองคำเปลวมากมาย โดยบนถนนประวัติศาสตร์เส้นนี้ เชื่อมระหว่างถนนเจริญกรุงกับถนนบำรุงเมือง ความยาว 525 เมตร ต้นถนนจดบำรุงเมือง ก่อนถึงลานเสาชิงช้า หัวมุมถนน ด้านตะวันออกเป็นที่ตั้งของวัดสุทัศนเทพวราราม ในอดีต เมื่อใครเดินทางผ่านย่านนี้ ก็จะได้ยินเสียงตีทอง “ตุ๊บ ตุ๊บ ตุ๊บ” อันเป็นที่มาของชื่อถนนตีทอง และจากการเป็นแหล่งผลิตทองคำเปลวขนาดใหญ่ และอยู่ใกล้วัดสำคัญมากมาย อย่างเช่น วัดสุทัศนเทพวราราม วัดพระศรีรัตนศาสดาราม รวมทั้งใกล้กับย่านสำคัญอื่น อาทิ ย่านบ้านบาตร บริเวณถนนบำรุงเมือง ผลิตบาตร

ตลาดเครื่องประดับของประเทศจีนเป็นอย่างไร?

ทางตะวันออกของถนนหนานจิง กรุงเซี่ยงไฮ้ มีห้างสรรพสินค้าที่มีการขายทองคำซึ่งได้รับความนิยมเป็นจำนวนมาก ในประเทศจีน ทองคำถือว่าเป็นของขวัญที่น่าตื่นเต้น และหลายๆคนต้องการ และยังมีความเชื่อที่ว่าจะนำพาความโชคดีมาให้ ที่ประเทศจีน มักจะมีการมอบทองคำเป็นของขวัญให้กับเด็กๆในครอบครัวในโอกาสพิเศษต่างๆ เปรียบเสมือนกับเด็กที่เกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะมั่งคั่ง ร่ำรวย ดั่งสำนวนที่ว่า “คาบช้อนเงินช้อนทองมาเกิด” โดยจะเป็นประเพณีการมอบทองให้กับทารกแรกเกิด ด้วยสร้อยคอทองคำหรือกำไลข้อมือเล็กๆ ซึ่งจะมีการซื้อขายกันเป็นอย่างมากในช่วงตรุษจีน เครื่องประดับอันแสนหรูหรานี้เป็นทองคำ 24k (99.99%) ที่มักจะใช้ในรูปแบบของสัญลักษณ์จักรราศี เช่น มังกร งู เสือ และม้า เป็นต้น โดยสิ่งเหล่านี้ผู้คนก็ยอมที่จะเสียเงินลงทุนตราบเท่าที่ทองคำยังคงความงามไว้อยู่ ทองคำ ปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์จีนตั้งแต่สมัยราชวงศ์ฮั่น (206 ปีก่อนคริสต์กาล – ค.ศ 220) แต่ด้วยการเข้ามาของศาสนาพุทธมากขึ้นจนทำให้ในช่วงราชวงศ์ที่ 6 (ค.ศ. 222 – 589) ได้มีการครอบครองทองคำอย่างแพร่หลายนอกราชสำนัก เนื่องจากการนำทองคำของเหล่าผู้ที่นับถือศาสนาพุทธนั้นมาร่วมกันสร้างพุทธบูชาทองคำต่างๆขึ้น เช่น เจดีย์ทองคำ และพระพุทธรูปทองคำ เป็นต้น ปัจจุบัน จีนเป็นตลาดเครื่องประดับทองคำที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จากการที่เศรษฐกิจภายในประเทศปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยชาวจีนมองว่าการซื้อเครื่องประดับทองคำแสดงให้เห็นถึงการมองการณ์ไกลทางการเงิน และเชื่อว่าจะนำความโชคดีมาให้ ทาง เวิลด์ โกลด์ เค้าน์ซิล

เปิดประสบการณ์ แอดมิน เว็บไซต์ ranthong.com และ FB “ร้านทองระวังภัย”

อีกหนึ่งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการป้องกันและระวังภัยที่เกิดขึ้นในวงการค้าทองคำ ผ่านทางสื่อออนไลน์ เว็บไซต์ ranthong และ Facebook ร้านทองระวังภัย ซึ่งคนในวงการรู้จักกันในชื่อของเอี้ยก้วย หรือนายองอาจ สิทธินววิธ นอกจากจะเป็นแอดมินของ www.ranthong.com แล้ว ยังเป็นแอดมิน Facebook ร้านทองระวังภัยอีกด้วย นายองอาจฯ กล่าวถึง Facebook ร้านทองระวังภัยว่าขณะนี้มีผู้ค้าทองเข้าไปใช้บริการและร่วมแบ่งปันข้อมูลเป็นจำนวนมากแต่ยังเป็นกลุ่มปิด คนที่จะเข้าไปได้ต้องเป็นผู้ค้าทองเท่านั้น ผู้ที่จะมาเป็นสมาชิกต้องสมัครโดยใช้เอกสารใบค้าของเก่า หรือ ทะเบียนพาณิชย์ เพื่อป้องกันกลุ่มมิจฉาชีพที่จะมาคอยดูความเคลื่อนไหวและล่วงรู้ข้อมูลของกลุ่มผู้ค้าทอง รวมถึงการดำเนินงานของสมาคมฯ และตำรวจ ในการป้องกันและปราบปรามกลุ่มมิจฉาชีพ หลังจากที่ Facebook ร้านทองระวังภัย ได้เปิดตัวมาประมาณ 2-3 ปี ขณะนี้เครือข่ายได้ขยายตัวต่อเนื่องและได้รับข้อมูลหลายๆ ด้าน โดยผู้ประกอบการจะนำมาแบ่งปันกัน ก่อนที่ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกส่งกระจายผ่านช่องทางต่างๆ ให้เพื่อนร่วมอาชีพได้รับทราบ ทั้งนี้ คุณเอี้ยก้วย ยอมรับว่าวิวัฒนาการของกลุ่มมิจฉาชีพค่อนข้างจะน่ากลัว งานของปลอมที่ทำออกมาใกล้เคียงของจริงมาก “ในช่วงแรกๆ งานของปลอมที่ผลิตออกมา ไม่ใกล้เคียงกับของจริงหรอก ผู้ที่มีความชำนาญไม่ต้องมากมายมองผ่านๆ ก็ดูออก แต่ปัจจุบันงานของปลอมพัฒนามาเรื่อยจนเทียบเท่าของจริงแล้ว ถ้าผู้ค้าไม่ดูให้ละเอียดรับรองว่าพลาดแน่ๆ อย่างไรก็ตามผู้ที่อยู่ในเครือข่าย และได้ข้อมูลไปก็อาจจะได้รับความปลอดภัยเพิ่มขึ้น เพราะสมาชิกจะแจ้งข้อมูลว่าในพื้นที่ใดควรจะระวัง และทองลวดลายใดให้เพิ่มความระมัดระวัง หรือการปฎิบัติงานของกลุ่มมิจฉาชีพจะมาในลักษณะใด”
PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com