‘ตุตันคาเมน’ ซึ่งเป็นฟาโรห์แห่งอียิปต์ ครองราชย์ระหว่างปี 1336-1327 ก่อนคริสต์ศักราช ครั้งที่มีการขุดพบสุสานตุตันคาเมนแห่งนี้เกือบ 90 ปีก่อน ได้พบกรุสมบัติมากมายถึง 5 พันกว่ารายการ รวมถึงพบ ‘หน้ากากทองคำและโลงศพทองคำ’ จนทำให้กลายเป็นสุสานที่โด่งดังที่สุดในหุบเขากษัตริย์แห่งอียิปต์ ประวัติศาสตร์ของอียิปต์โบราณ ‘ตุตันคาเมน’ เป็น ฟาโรห์ที่ไม่มีบทบาทมากนัก และสิ้นพระชนม์ตั้งแต่พระชนมายุ 18 พรรษา แต่สุสานของพระองค์โด่งดังไปทั่วโลก หลังได้เปิดเผยสู่ชาวโลกเป็นครั้งแรกเมื่อ 89 ปีก่อน พร้อมด้วย หน้ากากทองคำ โลงศพทองคำ และทรัพย์สินของมีค่าต่าง ๆ ถึง 5,230 รายการ นับว่าเป็นการค้นพบกรุสมบัติมากที่สุด ตั้งแต่มีการขุดพบหลุมศพของฟาโรห์เลยทีเดียว แม้ว่าตุตันคาเมนครองราชย์เพียง 9 ปี และไม่ได้มีบทบาทโดดเด่นเท่าใดนัก แต่ยังมีทรัพย์สมบัติมากมายถึงเพียงนี้ หากเปรียบเทียบกับสุสานของฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่ในหุบเขากษัตริย์อีกหลายพระองค์ ที่สำคัญคือ การขุดพบครั้งนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้โลกได้เข้าใจถึงความรู้และสติปัญญาของคนอียิปต์เมื่อ 3 พันปีก่อนว่ามีความเจริญก้าวหน้าเพียงใด ฮเวิร์ด คาร์เตอร์ จิตรกรชาวอังกฤษที่กลายมาเป็น นักอียิปต์วิทยาผู้โด่งดัง ได้ใช้เวลาถึง 7 ปี กว่าจะค้นพบ โดยในช่วงสุดท้ายของการขุดค้น คาร์เตอร์
Category Archives: บทความน่าสนใจ
เครื่องราชอิสริยยศหรือเครื่องยศ คือ เครื่องหมายแสดงเกียรติยศ เครื่องประกอบยศ และบำเหน็จความชอบที่พระมหากษัตริย์ไทย แต่ครั้งโบราณกาลมา สร้างขึ้นเพื่อ พระราชทานให้แก่ราชตระกูล ขุนนาง ข้าราชการ และบุคคลทั่วไป ที่มีตำแหน่งหน้าที่ ความชอบในแผ่นดินให้ปรากฏตามยศชั้น และฐานันดรศักดิ์ของผู้ได้รับพระราชทาน เครื่องยศ จึงสามารถบ่งบอกถึงความสำคัญของบุคคลนั้น ๆ ได้ ดังเช่น จดหมายเหตุของ นิโคลาส แซแว บันทึกไว้ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาว่า เราจะรู้ความสำคัญของขุนนางได้ จากหีบหมากพระราชทาน จากรูปพรรณและเนื้อโลหะ ขอบหลอมพอก ฐานะของเรือพาหนะ ดาบที่คาด การมีผู้เชิญข้างหน้า และจากจำนวนทาสที่ติดตามหลัง เครื่องยศ จึงมักทำด้วยวัสดุที่สูงค่า เช่น ทองคำ และงดงามด้วยฝีมือช่างที่มีความประณีต วิจิตรบรรจง มีรูปลักษณ์และลวดลายแตกต่างกันตามลำดับชั้นยศ เครื่องยศที่คุ้นเคยกันดี จะเป็นเครื่องยศในหมวดเครื่องอุปโภค หรือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น พานหมากหีบหมาก คนโท เจียด กาน้ำ ขันน้ำ ที่ชา กระโถน เป็นต้น โดยการพระราชทานจะต่างกันในเรื่องของวัสดุที่ใช้ผลิตได้แก่ เครื่องอุปโภคทองคำลงยาราชาวดี จะพระราชทานแก่พระบรมวงศานุวงศ์ และสามัญชนที่ดำรงตำแหน่งสมเด็จเจ้าพระยาจนถึงพระอัครมเหสี เครื่องอุปโภคทองคำลายสลัก
พื้นที่ 460 ตารางเมตร ภายในศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์กรมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. คือ ที่ตั้งของ “หอเครื่องทองไทย (THAI GOLDSMITH GALLERY)” แหล่งเรียนรู้สำคัญเรื่องเครื่องทองลวดลายโบราณที่ผลิตด้วยฝีมือช่างทองผู้เชี่ยวชาญในงานหัตถศิลป์ชั้นสูง และเป็นสิ่งล้ำค่าหาดูได้ยากในปัจจุบัน นายกุญญพันธ์ แรงขำ (อดีต) ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์กรมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. เปิดเผยว่า หอเครื่องทองไทย เป็นสถานที่สำหรับจัดแสดงงานหัตถศิลป์ของเครื่องทองลวดลายโบราณที่ทำจากทองคำแท้ทั้งหมด เครื่องทองเหล่านี้มีความแตกต่างจากทองรูปพรรณทั่วไป ที่มีความวิจิตรบรรจงละเอียดอ่อนของลวดลาย เพราะเป็นการผลิตงานหัตถศิลป์ ซึ่งแต่ละชิ้นต้องใช้เวลานานนับเดือน จึงทำให้มูลค่าสูงกว่าทองคำทั่วไปหลายเท่าตัว อีกทั้งปัจจุบันเครื่องทองที่เป็นงานหัตถศิลป์ เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาเยี่ยมชม จะได้รับความรู้ตั้งแต่เรื่องแหล่งวัตถุดิบ กระทั่งกลายเป็นเครื่องทองจากช่างสกุลต่างๆ ซึ่งแบ่งการจัดแสดงออกเป็น 5 ส่วน คือ ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับทอง แสดงต้นกำเนิดทองคำ ตั้งแต่เป็นสายแร่ที่มีขนาดเล็ก ไม่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่าที่แทรกซึมในชั้นหินต่างๆ ก่อนจะแยกออกมาด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หลอมออกมาเป็นก้อนทองคำซึ่งป็นวัตถุดิบในการผลิตเครื่องทอง ถัดมาเป็น ส่วนประวัติช่างทองไทย จัดแสดงประวัติความเป็นมาของช่างทองสกุลต่างๆ ตลอดจนลวดลายและกระบวนการผลิตที่เป็นเอกลักษณ์ หาดูยาก และเริ่มจะสูญหายไป เนื่องจากวิชาการทำเครื่องทองสมัยโบราณไม่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ถ่ายทอดกันเฉพาะเครือญาติหรืออาจารย์รับศิษย์เพียงไม่กี่คน ทำให้ปัจจุบันเหลือสกุลช่างทองอยู่เพียง 3 สกุล ที่สามารถนำมาจัดแสดงได้คือ สกุลช่างทองสุโขทัย สกุลช่างทองเมืองเพชร และสกุลช่างทองถมนคร สกุลช่างทองสุโขทัย
ฝีมือการผลิตทองรูปพรรณของไทย ขึ้นชื่อว่ามีความงดงาม ซึ่งลวดลายต่าง ๆ ได้ถูกสืบทอดมาจากช่างทองสกุลต่าง ๆ ของไทย ถือเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนางานทองคำมาจวบจนถึงปัจจุบัน ซึ่งลวดลายแต่ละลาย นอกจากจะเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่งดงามวิจิตรบรรจงแล้ว ยังเป็นเอกลักษณ์ของช่างทองสกุลต่าง ๆ ซึ่งสะท้อนถึงเอกลักษณ์ในภูมิภาคนั้นได้อย่างชัดเจน โดยสกุลช่างทองของไทยมี 3 สกุลหลัก ประกอบด้วย สกุลช่างทองสุโขทัย สกุลช่างทองเมืองเพชร และสกุลช่างถมนคร ซึ่งเรื่องราวของแต่ละสกุล ก็จะมีจุดเด่นและความน่าสนใจที่ต่างกันไป ซึ่งจะทยอยนำมาเสนออย่างต่อเนื่อง สำหรับในฉบับนี้ขอนำเสนอ ช่างทองสกุลเพชรบุรี หรือช่างทองเมืองเพชร ผู้ผลิตทองรูปพรรณที่มีรูปทรงและลวดลายดัดแปลงมาจากธรรมชาติ และสิ่งของที่อยู่ใกล้ ๆ ตัวในชีวิตประจำวัน เช่น ลูกสน เต่าร้าง ดอกพิกุล ดอกมะลิ ปลา เป็นต้น ซึ่งต้นกำเนิดสันนิษฐานว่า สืบทอดฝีมือมาจากช่างทองหลวง หนึ่งในสิบช่างสิบหมู่ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลต่าง ๆ ทรงโปรดให้มีการก่อสร้างพระราชวังต่าง ๆ ขึ้นในจังหวัดเพชรบุรี นับตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างพระราชวังพระนครคีรี(เขาวัง) รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้ก่อสร้างพระราชวังรามราชนิเวศน์ และก่อสร้างพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้วยเหตุนี้ทำให้ช่างสิบหมู่ในพระราชสำนักได้มารวมตัวกันอยู่ที่เมืองเพชรบุรี และงานศิลปะชั้นสูงจากวังหลวง
ชเวดากอง คือ หนึ่งในพุทธสถานสำคัญที่ผู้คนมากมายใฝฝันอยากเดินทางไปนมัสการให้ได้สักครั้งหนึ่ง แสงสีทองมลังเมลืองจากแผ่นทองคำแท้ที่ฉาบทั่วองค์พระมหาเจดีย์ และประกายเพชรวิบวับจากยอดฉัตร คือ ความงดงามที่ยากลืมเลือน ว่ากันว่า ทองคำแท้ที่หุ้มพระเจดีย์ ซึ่งมีความสูงถึง 326 ฟุตนั้น มีน้ำหนักทองถึง 1,100 กิโลกรัม และฉัตรบนยอดสุดของพระเจดีย์ มีเพชรประดับอยู่ 5,448 เม็ด โดยเม็ดบนสุดมีขนาดใหญ่ถึง 76 กะรัต ประกอบด้วยทับทิมอีก 2,317 เม็ด ช่างชาวพม่าจะใช้วิธีตีทองคำแท้เป็นแผ่นๆ มาเรียงต่อกันปิดบนองค์พระมหาเจดีย์ สามารถมองเห็นรอยต่อแผ่นทองคำได้ หากแผ่นทองหมองลง ก็จะถอดหมุดแล้วแกะแผ่นทองออกมาขัดล้างปีละครั้งเป็นประเพณีสืบเนื่องตลอดมา พระมหาเจดีย์ชเวดากอง ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า แม้จะมีตำนานเล่าว่า สร้างขึ้นกว่า 2,500 ปีมาแล้ว แต่หลักฐานทางโบราณคดีทำให้เชื่อว่าพระมหาเจดีย์นี้สร้างขึ้นระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 6 – 10 โดยชาวมอญ แต่ถูกทิ้งร้างจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 14 พระเจ้าพินยาอู จึงทรงสร้างองค์พระมหาเจดีย์ขึ้นใหม่ สูง 18 เมตร จากนั้นมีการบูรณะซ่อมแซมเรื่อยมา จนมีความสูง 98 เมตร ในคริสต์ศตวรรษที่ 15
“เอลโดราโด” (El Dorado) หรือหมายถึง “นครทองคำ” เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง ในฐานะเมืองแห่งทองคำที่พวกนักล่าทองคำต่างใฝ่ฝันถึง และมีภาพยนตร์หลายเรื่องที่ได้หยิบยกเรื่องดังกล่าวไปพูดถึง แต่ยังไม่มีใครได้เคยสัมผัสกับของจริงสักครั้งว่ามันยิ่งใหญ่เพียงไร เพราะว่ากันว่าทุกอย่างในเมืองนี้ล้วนแต่เป็นทองคำ แต่ประเด็นสำคัญก็คือ เมืองนี้มันมีจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่เรื่องเล่าเท่านั้น สำหรับชื่อเอลโดราโดนั้น เซบาสเตีย เดอ เบลาลกาซาร์ บุรุษผู้สามารถพิชิตชนอินคาแห่งอเมริกาใต้ เป็นผู้ก่อตั้งเมืองควิโต้ ที่ปัจจุบันเป็นเมืองหลวงของประเทศเอกวาดอร์ และเป็นบุคคลที่ตามหานครแห่งนี้ ได้เรียกว่า El Dorado แต่ความจริงแล้วต้นตอของเอลโดราโด เกิดมาจาก ฟรังซิสโก ปิซาร์โร ซึ่งเป็นคนนำกลุ่มนักสำรวจดินแดนชาวสเปน เดินทางจากปานามาเพื่อสำรวจดินแดนทางใต้ และค้นพบจักรวรรดิอินคาในปี ค.ศ.1526 ก่อนที่พวกเขาเห็นโอกาสที่จะได้ค้นพบมหาสมบัติในดินแดนแห่งนี้ จึงกลับมาสำรวจอีกครั้งในปี ค.ศ.1529 และเดินทางกลับไปสเปนเพื่อขอพระราชานุญาตและกำลังสนับสนุนเพื่อยึดครองดินแดนอินคา เมื่อพวกเขากลับมายังเปรู ในปี ค.ศ.1532 บ้านเมืองอินคากำลังวุ่นวายและอ่อนแอ เนื่องจากสงครามแย่งชิงบัลลังก์ระหว่าง อวสการ์ กับ อาตา อวลปา เพิ่งจบลง และเกิดโรคฝีดาษที่แพร่ระบาดมาจากอเมริกากลาง นับเป็นโชคร้ายของชาวอินคาที่มีข้าศึกบุกมาในช่วงเวลานี้ ทั้งนี้ ปีซาร์โรมีกองกำลังทหารเหนือกว่าชาวพื้นเมืองมาก กองทัพสเปนปะทะกับพวกอินคาที่เมืองกาคามาร์กา ในวันที่ 16 พฤศจิกายน ค.ศ.1532 และสามารถจับตัวอาตาอวลปาไว้เป็นตัวประกันอาตาอวลปาเห็นว่าชาวสเปนสนใจทองคำและเงินมาก จึงเสนอค่าไถ่เป็นทองปริมาณมากพอที่จะเติมห้องขนาดกว้าง 4.8 เมตร ยาว 6.2 เมตรให้สูงถึง 2.5 เมตร
บทความนี้จะพาทุกท่านเที่ยวชม และสักการะพระพุทธรูปทองคำอีกหนึ่งองค์ ที่ตั้งอยู่ในวัดเสถียรวัฒนดิษฐ์ใน ต.บางพุทรา อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ซึ่งวัดแห่งนี้มีความเก่าแก่มาก เดิมมีชื่อว่า “วัดท่ากระบือ” หรือ “วัดท่าควาย” ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากแม่น้ำลพบุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราวสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี พระพุทธรูปองค์นี้ เป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย หล่อขึ้นด้วยวัสดุโลหะสัมฤทธิ์ผสมทองคำ มีความสวยงามอ่อนช้อย พระพักตร์อิ่มเอิบ ดังคำอุปมาอุปมัยถึงพระศิลปะสุโขทัยรุ่นนี้ว่า “หน้านางคางหยิก” ซึ่งบ่งบอกถึงความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนา และความมั่นคงความเจริญพูนสุขของไพร่ฟ้าประชาชนในอาณาจักรสุโขทัย ก่อนที่พระพุทธรูปสุโขทัยองค์นี้จะมาอยู่ที่กุฏิของพระครูไพศาลวัฒนาธร เจ้าอาวาสวัดเสถียรวัฒนดิษฐ์องค์ปัจจุบัน มีประวัติว่าแต่แรกพระพุทธรูปองค์นี้ห่อหุ้มด้วยปูน ประดิษฐานเป็นพระประธานอยู่ในวิหารร้างกลางป่าช้าด้านหลังวัด (ทิศตะวันตก) มากว่า 100 ปีแล้ว ตรงกับสมัยหลวงพ่อเชย เกจิอาจารย์รุ่นเดียวกับหลวงปู่สุขแห่งวัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท ซึ่งสมัยนั้นท่านดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ที่ท่านได้ใช้บริเวณดังกล่าว เป็นสถานที่ปลุกเสกวัตถุมงคลต่างๆ เนื่องจากเป็นสถานที่สงบและไม่มีคนรบกวน ต่อมาในช่วงที่หลวงพ่ออ่อน ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส หลังจากหลวงพ่อเชยมรณภาพไป ได้มีการบูรณะส่วนต่างๆ ของ วัดเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพระอุโบสถได้สร้างขึ้นมาใหม่แทนของเดิม ซึ่งชำรุดทรุดโทรมมาก โดยสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2491 จากนั้นชาวบ้านได้ร่วมแรงกันย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ออกจากวิหารร้างจนเป็นเหตุให้เกิดรอยร้าวของปูนและเห็นเนื้อแท้
การวิเคราะห์ราคาทองคำในแต่ละครั้ง นักลงทุนส่วนใหญ่จะหันไปให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์ผ่านทิศทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ เนื่องจากมีความเข้าใจว่าราคาทองคำเคลื่อนไหวในทิศทางตรงกันข้ามกับค่าเงินดอลลาร์นั่นเอง แต่อีกปัจจัยที่นักลงทุนทองคำส่วนใหญ่หลงลืมที่จะติดตามก็คือค่าเงินบาท โดยหากคำนวณการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำในประเทศกับค่าเงินดอลลาร์และค่าเงินบาทนั้น จะพบว่า หากค่าเงินบาทคงที่แต่ราคาทองคำเปลี่ยนแปลงไป 1 ดอลลาร์ ราคาทองคำในประเทศจะเพิ่มขึ้นประมาณ 15 บาท ขณะที่หากราคาทองคำในตลาดโลกคงที่ แต่ค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์เปลี่ยนแปลงไป 10 สตางค์ ราคาทองคำจะเปลี่ยนแปลงไปประมาณ 60 บาท จากความสัมพันธ์ดังกล่าว บางครั้งการเปลี่ยนแปลงของราคาทองคำในตลาดโลกก็ไม่ได้ส่งผลต่อราคาทองคำในประเทศเนื่องจากค่าเงินบาทที่เคลื่อนไหวตรงกันข้าม นอกเหนือจากค่าเงินดอลลาร์แล้ว การติดตามค่าเงินบาทก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ต้องติดตามนั่นเอง ทิศทางค่าเงินบาทในช่วงปลายปีนี้ แนวโน้มเป็นการอ่อนค่า โดยปัจจัยที่มากระทบ มาจากปัจจัยต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ อย่างทิศทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าเงินส่วนใหญ่รวมถึงค่าเงินบาทมีการอ่อนค่าลง โดยในระยะถัดไปหากตัวเลขเศรษฐกิจในภูมิภาคที่สำคัญอย่าง สหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน มีการฟื้นตัวในช่วงปลายปีนี้ การส่งออกที่เพิ่มขึ้นจะเป็นอีกหนึ่งตัวเร่งให้ภาวะเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งค่าได้อีกครั้ง นอกจากปัจจัยต่างประเทศที่มีผลต่อตัวเลขการส่งออกแล้ว ปัจจัยในประเทศก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งหากตัวเลขเศรษฐกิจไทยมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จะยิ่งทำให้ค่าเงินแข็งค่า โดยตัวเร่งเศรษฐกิจที่สำคัญจะอยู่ที่การเร่งใช้จ่ายงบประมาณของรัฐบาลใหม่ เพื่อกระตุ้นการบริโภคและเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งต้องติดตามต่อว่า การเร่งเบิกจ่ายงบลงทุนของภาครัฐนั้น จะสามารถฟื้นเศรษฐกิจที่ฟุบตัวลงในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ และเรียกความเชื่อมั่นจากนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจต่างชาติได้หรือไม่ โดยสรุปแล้ว ทิศทางค่าเงินบาทในปีหน้าจะขึ้นอยู่กับสามประเด็น นั่นคือ ทิศทางเศรษฐกิจโลกซึ่งจะมีผลต่อการส่งออกของไทย ประสิทธิภาพในการเบิกจ่ายงบประมาณ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่จะเป็นหนึ่งในตัวเร่งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย รวมถึงการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจต่างชาตินั่นเอง
หนึ่งในแหล่งร่อนทองของประเทศไทย จะต้องมีชื่อของ”ทองคำบางตะพาน” หรือ “ทองคำบางสะพาน” รวมอยู่ด้วย เพราะ ทองคำที่พบได้รับการยอมรับว่าเป็นทองคำที่มีความงดงาม สุกปลั่ง และเนื้อทองบริสุทธิ์ แหล่งทองคำบางสะพาน เป็นอีกตำนานหนึ่งบทของการขุดหาทองคำในประเทศไทย แม้ว่าจนถึงขณะนี้เวลาจะผ่านพ้นมาเนิ่นนานแล้ว และเทคโนโลยีการขุดหาทองได้พัฒนารุดหน้าไปมากแล้วแต่ที่ตำบลร่อนทอง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ก็ยังคงมีชาวบ้านที่ยังสวมบทนักล่าทองคำ ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นแบบเดิมๆ ในการค้นหาสินแร่ที่ถือว่ามีค่า มีราคาอย่างมากในปัจจุบัน การมาตามหาทองบางสะพานครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากนายนครชัย บุญเย็น หรือลุงจุ่น กรรมการ อบต.ร่อนทอง เป็นคนพาไปดูพื้นที่ที่ชาวบ้านมาร่อนทองกัน โดยลุงจุ่นเล่าว่า การหาทองคำที่ตำบลร่อนทอง ยังเป็นการหาทองคำแบบวิถีชาวบ้าน ซึ่งทำในลักษณะนี้มานานกว่าร้อยปีแล้ว และได้ถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคในการร่อนหาทองคำจากรุ่นสู่รุ่น ช่วยให้ชาวบ้านในชุมชนได้พึ่งตนเอง สร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยชาวบ้านที่นี่จะใช้เวลาว่างจาก การปลูกสับปะรดมาร่อนทองเป็นอาชีพเสริม ลุงจุ่นยังได้เล่าถึงวิธีการร่อนทองของชาวบ้าน เริ่มต้นจากการไปเลือกพื้นที่ที่จะขุดดิน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแต่ละคนว่าจะเลือกพื้นที่ตรงไหน โดยวิธีการเลือกจะต้องขยำดิน เพื่อดูลักษณะของดิน เพราะถ้าเป็นดินดูเหนียวก็อาจจะมีทองบ้าง แต่ก็จะน้อยกว่าพื้นที่ที่เป็นดินร่วน และวิธีการหาก็จะยุ่งยากกว่า จากนั้นก็จะขุดลึกเป็นบ่อลงไป ลึกบ้างตื้นบ้าง บางคนก็มาขุดซ้ำบ่อเดิม วันไหนมาไม่ทันมีเพื่อนบ้านมาขุดไปก่อน ก็ไปหาบ่อใหม่ขุด ไม่ได้เป็นปัญหาอะไร เพราะมันไม่ใช่พื้นที่ของใคร ส่วนวิธีการร่อนของแต่ละคนแตกต่างกันขึ้นอยู่กับความถนัด บางคนชอบเลียงอันใหญ่ใส่ดินได้เยอะ ส่วนไม้ที่ใช้ทำเลียงก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะใช้ไม้ที่แตกยากๆ เช่น
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับผ้าซิ่นทองคำ ซึ่งในประเทศไทยมีอยู่เพียงไม่กี่ผืนเท่านั้น และผืนนี้ถูกจัดแสดงอยู่ที่สาธรพิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ ซึ่งตั้งอยู่ที่ ต.หาดเสี้ยว อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย ซึ่งความจริงแล้วในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ จะจัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของผ้าทอลายโบราณของชาวไทยพวน บ้านหาดเสี้ยว ไว้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นจกเก้าลายบ้านหาดเสี้ยว ผ้าที่ใช้ในพิธีบวชนาคด้วยขบวนช้าง ผ้าที่ใช้ในพิธีแต่งงาน ซึ่งล้วนเป็นเอกลักษณ์ผ้าทอมือของชาวไทยพวน บ้านหาดเสี้ยว ที่สืบทอดต่อกันมานับร้อยๆปี แต่ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้มีผ้าทองคำจัดแสดงอยู่ 2 ผืนด้วยกัน นายสาธร โสรัจประสพสันติ เจ้าของสาธรพิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปของซิ่นทองคำว่า เดิมทีซิ่นทองคำที่ได้มามีเพียงผืนเดียว โดยไปซื้อที่เมืองเชียงตุง ขณะเดินทางไปทัศนะศึกษากับคณะของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งซิ่นทองคำถือเป็นของชั้นสูงของราชสำนักเชียงตุง โดยจะใส่กับชุดไทยใหญ่ เวลาเจ้านายออกท้องพระโรงหรือเวลามีพิธีเฉลิมฉลองครั้งสำคัญ ซึ่งซิ่นทองคำไม่ใช่เอกลักษณ์ของไทย “ซิ่นผืนนี้ถือว่ามีความเก่าแก่พอสมควร และคงจะตกทอดมาหลายรุ่น เพราะสภาพที่ได้มาก็ไม่ถึงกับสมบูรณ์มากนัก โดยซื้อมาในราคา 150,000 บาท ตอนที่ขอซื้อ ไม่คิดว่าเจ้าของจะขายให้ แต่หลังจากที่ได้พูดคุยกันเจ้าของก็ตัดสินใจขายให้ จากนั้นก็ได้นำมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ เมื่อมีนักสะสมของเก่ามาเห็นให้ราคาเพิ่มเป็น 500,000 บาททันที แต่ตนไม่ได้ขายไปและยังคงนำมาแสดงให้ประชาชนได้ชม จนถึงทุกวันนี้” นายสาธรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อได้ซิ่นทองคำมาจึงได้ปรับเปลี่ยนพิพิธภัณฑ์ใหม่ จากเดิมที่ใช้ชื่อว่าพิพิธภัณฑ์ผ้าเก่าบ้านหาดเสี้ยว ซึ่งไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร จึงเปลี่ยนมาใช้ชื่อพิพิธภัณฑ์ผ้าทองคำ เพื่อเรียกความสนใจให้ผู้ที่ผ่านมาผ่านไปได้แวะเข้ามาดู และจะได้ดูของส่วนอื่นๆ





