Category Archives: บทความน่าสนใจ

รวมวิธีตรวจเช็คทองแท้ ทองปลอม อย่างปลอดภัยด้วยตนเอง

A collection of methods for safely checking gold by yourself
“มีเงินเขานับว่าเป็นน้อง มีทองเขานับว่าเป็นพี่” ใครๆจึงต้องการมีทองไว้ในครอบครอง ยิ่งในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ การมีทองไว้ในมือ ก็เปรียบเสมือนมีแหล่งเงินทุนสำรองไว้ใช้ในอนาคต แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าทองที่เรามีอยู่คือ “ทองแท้” หรือ 

5 ลักษณะบุคคลต้องสงสัยในขบวนการฟอกเงิน

ทองคําเป็นทรัพย์สินมีค่า เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ และยังสามารถนําทองคำที่ซื้อมาแล้วกลับไปขายคืนเป็นเงินสด ตามร้านค้าทองคำทั่วไป ถือเป็นทรัพย์สินที่มีสภาพคล่องสูงมาก ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงสูงที่มิจฉาชีพที่ได้เงินมาจากการกระทําความผิด จะเลือกใช้ทองคำและอัญมณี มาเป็นทางผ่านในการฟอกเงิน เพื่อเปลี่ยนสภาพเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย ให้เป็นเงินที่สามารถนําไปใช้ในระบบเศรษฐกิจได้ ซึ่งยากแก่การสืบหาร่องรอยในภายหลัง  แล้วมีพฤติกรรมใดบ้างที่ควรพิจารณาตรวจสอบการทำธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ หรือเป็นทางผ่านในการฟอกเงินของกลุ่มมิจฉาชีพ  จึงขอสรุป 5 ลักษณะของบุคคลต้องสงสัยในการฟอกเงิน ดังนี้  1) บุคคลที่ถือเงินสดจํานวนมาก บุคคลที่ถือเงินสดจํานวนมาก มาซื้ออัญมณีเพชรพลอย ทองคํา หรือเครื่องประดับ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว มีลูกค้าเพียงไม่กี่รายเท่านั้น ที่จะนิยมซื้อสินค้าด้วยเงินสดจำนวนมากขนาดนั้น 2) บุคคลที่อ้างกับทางร้านว่าได้ของมาอย่างถูกกฎหมาย  บุคคลที่นําอัญมณีเพชรพลอย ทองคํา หรือเครื่องประดับมาขายให้กับร้านค้า โดยบอกว่าได้มาด้วยวิธีการที่ถูกต้องตามกฎหมาย ร้านค้าอาจสังเกตจากพฤติกรรมของลูกค้า หรือสังเกตจากสินค้าที่ลูกค้าได้นำมาขาย ว่ามีเกณฑ์เข้าข่ายเป็นบุคคลต้องสงสัยในกระบวนการฟอกเงินหรือไม่ 3) บุคคลที่หลีกเลี่ยงการตอบคําถาม บุคคลที่หลีกเลี่ยงการตอบคําถามเกี่ยวกับที่มาของเงินจํานวนมาก หรือตอบคําถามที่พิจารณาได้ว่า ลูกค้าได้เงินมาจากการกระทําความผิดอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือ หลีกเลี่ยงการตอบคําถามถึงที่มาของสินค้า ที่นํามาขายให้กับทางร้าน 4) บุคคลที่มีการทําธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับฐานะทางการเงิน  บุคคลที่มีการทําธุรกรรมที่ไม่สอดคล้องกับฐานะทางการเงิน ในกรณีที่ผู้ค้าพอจะทราบถึงฐานะทางการเงินของลูกค้า 5) กรณีพบว่าเป็นบุคคลที่มีรายชื่อตามที่หน่วยงานรัฐได้แจ้งไว้  กรณีพบว่า ผู้ประสงค์จะทําธุรกรรม (ลูกค้า) มีความเกี่ยวข้องกับการก่อการร้าย

Golden Boy ประติมากรรมสุดล้ำค่า ที่ถูกลักลอบไปขายในราคา 1 ล้านบาท

Golden Boy ประติมากรรมสุดงดงาม มูลค่าหลายล้านบาท Golden Boy ประติมากรรมที่หล่อขึ้นจากสำริด และนำไปกะไหล่ทอง ทำให้ผิวของประติมากรรมนั้นมีความโดดเด่นสวยงาม จนนักโบราณคดีมากมาย ต่างยกย่องว่างดงามที่สุดนี้ ถูกค้นพบโดยชาวบ้านที่ปราสาทบ้านยาง จังหวัดบุรีรัมย์ เมื่อปี 2518 ต่อมาถูกลักลอบขายในราคา 1 ล้านบาท จากนั้นถูกส่งออกจากประเทศไทยอย่างผิดกฎหมาย ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ที่ พิพิธภัณฑ์ The Met (The Metropolitan Museum of Art) สหรัฐอเมริกา นครนิวยอร์ค “Golden Boy” มีอายุราวๆพุทธศตวรรษที่ 16 หรือประมาณ 900-1,000 ปี สูง 129 เซนติเมตร โดยเชื่อกันว่า “Golden Boy” คือประติมากรรมภาพตัวแทนของ “พระเจ้าชัยวรมันที่ 6” กษัตริย์เขมร ผู้สถาปนาปราสาทพิมาย ซึ่งแนวคิดนี้ มาจากการวิเคราะห์ของเจ้าหน้าที่ภัณฑารักษ์ของพิพิธภัณฑ์ The Met สหรัฐอเมริกานั่นเอง แต่อย่างไรก็ดี รศ.

เหรียญทองคำดึกดำบรรพ์ที่เก่าแก่ที่สุดของจีน

The oldest ancient gold coin of China
ประมาณ 475 – 220 ปีก่อนคริสตกาล ในยุครณรัฐ (战国時代) เหรียญทองคำที่มีชื่อเรียกว่า “หยิงหยวน”(郢爰)ได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ผลิตในรัฐฉู่ (楚國) เหรียญทองคำโบราณอันเก่าแก่ของประเทศจีนเหล่านี้มักจะมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส และบางแผ่นมีลักษณะเป็นแผ่นกลม  ตัวแผ่นทองมีความยาวน้อยกว่า 5 เซนติเมตร กว้าง 2.5 เซนติเมตร และหนักประมาณ 63 กรัม  โดยทั่วไปมีปริมาณทองคำมากกว่า 90% สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงมาตรฐานการผลิตของช่างทองในยุคนั้นได้เป็นอย่างดี  ชื่อเหรียญทองของรัฐฉู่ส่วนใหญ่จะอิงตามตัวอักษรที่สลักไว้บนเหรียญ เช่น หยิงหยวน (郢爰) , เฉินหยวน (陈爰) , จวนหยวน (专爰) , หยิง (颖) , ตันจิน (覃金) , เก่อหยวน (隔爰) , หลู่จิน (卢金) ฯลฯ ซึ่ง “หยิงหยวน” (郢爰) เป็นประเภทที่ถูกค้นพบมากที่สุด โดยเชื่อกันว่า คำว่า “郢”

福 (Fú)  และ 喜 (xǐ) อักษรจีน ความหมายมงคลในทองคำแท่ง

อักษรจีน ความหมายมงคลในทองคำแท่ง
ถ้าท่านเป็นหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบการสะสมทองคำแล้วละก็ จะสังเกตเห็นว่า ด้านหน้าของทองคำแท่งนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ ชื่อยี่ห้อ หรือโลโก้ของทางร้าน เลขบอกเปอร์เซ็นต์ทอง และน้ำหนักของทองแท่งนั้น ๆ เท่านั้น แต่บางร้านนอกจากจะมีการปั๊มลายรูปสัตว์มงคลตามปีนักษัตรแล้ว ยังนิยมปั๊มตัวอักษรจีนลงไปในนั้นด้วย ซึ่งอักษรที่พบเห็นได้บ่อยๆจะมีอยู่หลักๆ 2 ตัว คือ 福 (Fú) และ 喜 (xǐ) ตัวอย่างเช่น อักษร 福 (Fú)  ความหมายที่ 1 สุข , ความสุข เช่น  幸福  (Xìngfú) แปลว่า ความสุข 造福  (Zàofú) แปลว่า สร้างความสุข 祝福  (Zhùfú) แปลว่า อวยพร ความหมายที่ 2 โชค , ลาภ เช่น  福气  (Fúqi) แปลว่า โชคดี 口福  (Kǒufú)

ความเป็นอยู่ที่เต็มไปด้วยอันตรายของคนเหมือง แถบเทือกเขาแอนดีส เปรู

ณ เทือกเขาแอนดีส ประเทศเปรู คือที่ตั้งของลารินกอนาดา ชุมชนที่อยู่สูงที่สุดในโลก ที่ความสูงถึง 5,100 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ท่ามกลางอากาศอันหนาวเหน็บ มีประชากรเข้ามาอยู่อาศัยชั่วคราวราว 30,000 – 50,000 คน ในบ้านที่ทำจากสังกะสี อันแออัดไปด้วยผู้คน ขยะ และสภาพอากาศสุดเลวร้าย ออกซิเจนเบาบาง จนแม้กระทั่งคนในท้องถิ่นยังหายใจยากลำบาก พวกเขาอยู่กันอย่างแร้นแค้น ดำรงชีพด้วยการเป็นคนงานในเหมืองทองอันไร้มาตรฐาน เหมืองส่วนใหญ่ดำเนินการภายใต้สัญญาแบบ “ไม่เป็นทางการ” แต่เหมืองเหล่านั้นกลับยังได้รับอนุญาตโดยรัฐบาลให้ดำเนินการต่อไปได้ เจ้าของเหมืองนอกระบบเหล่านี้มักอาศัยอยู่นอกลารินกอนาดา และปล่อยกิจการไว้ให้คนอื่นที่ไว้ใจได้ดูแล โดยที่ผู้ดูแลจะทำหน้าที่จัดการแรงงานในเหมืองแทนเจ้าของที่แท้จริง ข้อตกลงของแรงงานในเหมืองมักทำด้วยสัญญาปากเปล่า หัวหน้าคนงานจะจ้างคนงานตั้งแต่หนึ่งสัปดาห์จนถึงหลายเดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับสายแร่ที่พบในขณะนั้น พวกคนงานอาจได้รับอาหารและที่พัก โดยไม่มีผลประโยชน์หรือค่าจ้างตอบแทน แต่ในหนึ่งเดือนจะมีเพียงหนึ่งหรือสองวันที่พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้เก็บเศษแร่ที่คิดว่าอาจจะมีทองคำเจือปนอยู่ในนั้นได้ สิ่งนี้เป็นระบบที่เรียกว่า “คาโชเรโอ” แต่ถ้าไม่พบอะไรเลย ก็เท่ากับว่าพวกเขาทำงานให้เหมืองแบบฟรีๆ ถึงกระนั้น ก็ยังไม่มีใครอยากจะเปลี่ยนแปลงระบบนี้อย่างจริงจัง เพราะสำหรับเจ้าของสัญญาเช่าแล้ว ระบบนี้ช่วยให้ประหยัดงบค่าแรงงานไปได้ และสำหรับคนงาน ระบบนี้ก็ทำให้ง่ายต่อการที่จะทิ้งงานไปหากชั่งใจได้ว่าได้ทองคำมากพอแล้ว แต่ส่วนใหญ่เลือกที่จะอยู่ต่อ เพราะหวังว่าจะได้โชคครั้งใหญ่ คนงานเหล่านี้ต้องทำงานด้วยอุปกรณ์ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ในสภาพแวดล้อมอันเป็นอันตรายต่อชีวิตตนเอง เพราะการจัดการอันไร้มาตรฐานนี้ ทำให้มักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่ปัญหาเหล่านี้กลับไม่มีผลต่อผู้ซื้อและโรงงานผลิตทองคำในสหรัฐอเมริกา สวิตเซอร์แลนด์ และประเทศอื่น ๆ

ทองในสมัยอยุธยาตอนต้นมาจากไหน?

ตามที่เรารู้กัน ว่าประเทศไทยค้นพบแหล่งทองในช่วง “อยุธยาตอนปลาย” แต่จากเครื่องทองที่พบในกรุปรางค์วัดราชบูรณะ เมื่อปี 2500 และ วัดพระราม ในปี 2501 จึงเป็นที่ยืนยันแล้วว่า อยุธยามีทองมาตั้งแต่ “สมัยอยุธยาตอนต้น” แล้ว การค้นพบในครั้งนี้ ทำให้เกิดคำถามที่ว่า “แล้วทองคำเหล่านี้มาจากไหน ในเมื่อสมัยนั้น แหล่งขุดทองยังไม่มีการถูกค้นพบ?” จากการประมวลข้อมูลประวัติศาสตร์ที่มีอยู่ พบว่าอยุธยาได้ทองมาจากภายนอกจาก 3 ทางด้วยกัน คือ 1. ส่วยบรรณาการ จากบันทึกของ โยสต์ เซาเต็น (Joost Schouten) พ่อค้าฮอลันดา ที่เข้ามาทำการค้าในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ถึงสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ได้ระบุไว้ว่า ส่วยที่ได้รับมาจากหัวเมืองประเทศราช ในรายการส่วยบรรณาการนั้นมี “ทอง” รวมอยู่ด้วย เพราะอำนาจต่อหัวเมือง แสดงออกผ่านจำนวนทองที่คนผู้นั้นครอบครองอยู่ โยสต์ เซาเต็น ยังได้บอกด้วยว่า การที่กษัตริย์อยุธยา เป็นผู้ครอบครองทองเป็นอันมากนี้ทำให้ “ทรงได้รับสมญาว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่มั่งคั่งพระองค์หนึ่งทางแถบอินเดีย” 2. สินสงคราม แม้ว่าส่วนนี้จะยังไม่ปรากฏหลักฐานออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม แต่เป็นที่คาดไว้ว่า สินสงครามที่ได้มาจากการเก็บริบเอามาจากบ้านเมืองที่แพ้สงคราม  ในจำนวนทรัพย์สินของมีค่าต่าง ๆ ที่อยุธยาได้รับมาเหล่านั้น

แหล่งแร่ทองคำในประเทศไทย “ดินแดนสุวรรณภูมิ”

แหล่งแร่ทองคำแห่ง “ดินแดนสุวรรณภูมิ” ประเทศไทย หรือที่รู้จักมักคุ้นกันดีในชื่อ “สุวรรณภูมิ” ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤต แปลว่า “ดินแดนทอง” แล้วมีผู้ถอดเป็นภาษาไทยในภายหลังว่า “แหลมทอง” โดยที่มาของชื่อนี้ อาจจะมีสาเหตุมาจากหลักฐานทางโบราณวัตถุเครื่องทองต่างๆ รวมถึงพงศาวดาร และจดหมายเหตุที่บันทึกประวัติศาสตร์เอาไว้ อีกทั้ง ยังมีปรากฏหลักฐานว่า มีชาวบ้านชาวไทยในอดีต ส่วนหนึ่งเลี้ยงชีพด้วยการร่อนเสาะหาแร่ทองคำจากบางแหล่ง เช่น บ้านบ่อทอง ในจังหวัดชลบุรี หรือแหล่งแร่ทองบางสะพาน ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เมื่อใช้ความรู้ทางธรณีวิทยา ทำให้รู้ถึงสภาพการสะสมตัวของแร่ทองคำในอีกหลายแห่ง ซึ่งกระจายตัวในเกือบทุกภาคของประเทศไทย โดยการเกิดแหล่งแร่ทองคำสามารถแบ่งออกตามลักษณะการเกิดได้ 2 แบบ คือ 1.แบบปฐมภูมิ   แบบปฐมภูมิ คือ แหล่งแร่ที่เกิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยา มีการผสมทางธรรมชาติจากน้ำแร่ร้อน ผสมผสานกับสารละลายพวกซิลิก้า ทำให้เกิดการสะสมตัวของแร่ทองคำในหินต่าง ๆ เช่น  หินอัคนี หินชั้น และหินแปร พบการฝังตัวของแร่ทองคำในหิน หรือสายแร่ที่แทรกอยู่ในหิน ซึ่งส่วนใหญ่จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีส่วนน้อยที่จะมีขนาดโตพอที่จะเห็นได้ชัดเจน แหล่งแร่ทองคำแบบนี้จะมีคุณค่าในเชิงพาณิชย์ ก็ต่อเมื่อมีทองคำมากกว่า 3 กรัมในเนื้อหินหนัก 1 ตัน หรือมีทองคำหนัก 1 บาท

มะโปเน็ง เหมืองทองคำที่ลึกที่สุดในโลก

มะโปเน็ง (Mponeng) เป็นเหมืองทองคำในจังหวัดกัวเต็ง (Gauteng) ของแอฟริกาใต้ ที่รู้จักกันในชื่อ Western Deep Levels #1 Shaft โดยเริ่มการขุดค้นทองคำในปี 1981 และเริ่มหลอมทองในปี 1986 เหมืองตั้งอยู่ใกล้เมืองคาร์ลตันวิลล์ ห่างจากโจฮันเนสเบิร์ก ไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 90 กิโลเมตร โดยมีความยาวลงไปใต้ผิวน้ำมากกว่า 4 กิโลเมตร (2.5 ไมล์) เทียบเท่ากับตึก Empire State 10 ตึก วางทับกัน และถือว่าเป็นหนึ่งในเหมืองทองคำที่สำคัญที่สุดในโลก ปัจจุบันยังเป็นเหมืองที่ลึกที่สุดในโลก อีกด้วย ซึ่งการเดินทางจากทางเข้าเหมือง ไปยังก้นเหมือง จะใช้เวลาทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง ด้วยความลึก 3.16 กิโลเมตร ถึง 3.84 กิโลเมตรนี่เอง ทำให้จำเป็นต้องมีระบบระบายอากาศในเหมือง เพื่อความปลอดภัย ลดความเสี่ยงในการทำงานของคนงานและเครื่องจักรในเหมือง Guinness World Records ได้มีการบันทึกไว้ว่า ในปี 2012 เหมืองแห่งนี้

ทองคำจะหมดโลกหรือ?! มาสำรวจเหมืองทองทั่วโลก ว่ายังขุดได้อีกกี่ตัน

สำรวจปริมาณการผลิตของเหมืองทองคำทั่วโลก!จากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทองคำยังคงเป็นที่นิยมของทั้งประชาชนทั่วไป ผู้ที่สนใจ และนักลงทุน เป็นสัญลักษณ์ของความงาม ความมั่งคั่ง เป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิด และเป็นทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ เพราะความต้องการที่สูงขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ จึงไม่แปลกเลย ที่จะเกิดความกลัวว่าทองคำจะหมดโลกไป โดยข้อมูลจากปี 2022 ของสำนักสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐอเมริกา พบว่าปริมาณการผลิตของเหมืองทองทั่วโลกอยู่ที่ประมาณ 3,100 ตัน ทองคำจะหมดโลกจริงหรือ?!สำหรับคำถามที่ว่า “ทองคำจะหมดโลกหรือไม่? เหมืองทองยังขุดได้อีกกี่ตัน” นั้น คงต้องตอบว่า มีความเป็นไปได้ยาก เนื่องจากประการแรก สินแร่ทองคำไม่ได้อยู่ในสถานะขาดแคลนเหมือนน้ำมันปิโตรเลียม สถาบันอุตุนิยมวิทยาของสหรัฐฯ ประเมินว่ายังคงมีทองคำอยู่ในผืนดินมากกว่า 52,000 ตันรอการขุดค้น นอกจากนี้ ทองคำประมาณ 170,000 ตัน ที่ประเมินกันว่ามีอยู่ในโลก ก็เป็นเพียงตัวเลขอย่างคร่าวๆ เท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ยังมีทองอีกจำนวนมากที่อยู่ในตลาดมืด ผ่านกระบวนการผลิตจากเหมืองเถื่อน ที่สำคัญที่สุด จีนซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ของโลก ไม่เคยเปิดเผยปริมาณทองที่ขุดได้ในแต่ละปีอย่างชัดเจน หากนำทองในตลาดไม่เป็นทางการมารวมด้วย น่าจะมีทองคำในโลกนี้มากกว่า 2 ล้าน 5 แสนตัน เหตุผลประการสุดท้าย ที่สำคัญที่สุด คือทองคำเป็นวัตถุดิบที่มีค่า จนไม่เคยถูกทิ้งขว้าง และถูกนำกลับมารีไซเคิล หลอมรวมขึ้นรูปใหม่อยู่เสมอๆ นับตั้งแต่มีการทำเหมืองทองครั้งแรกเมื่อกว่า
PHP Code Snippets Powered By : XYZScripts.com