ปัญญาประดิษฐ์ที่เรียกกันทั่วไปแบบง่ายๆ ว่า “เอไอ” นั้น เริ่มมาจากจินตนาการอันล้ำยุคในสมัยเมื่อร้อยกว่าปีก่อนจนกระทั่งเมื่อครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา ก็เริ่มมีบทความวิจัยทางตรรกคณิตศาสตร์ที่จุดประกายจินตนาการนี้ ส่งผลให้เกิดงานวิจัยค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง และกำลังก้าวไปสู่งานวิจัยขั้นสูงเพื่อตอบสนองความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยใช้ศาสตร์แขนงต่างๆ ให้เกิดการบูรณาการสอดคล้องกับภาคสังคมและเศรษฐกิจ เป็นการก้าวเข้าไปใกล้กับจินตนาการของนักเขียนนิยายวิทยาศาสตร์ที่ได้ถ่ายทอดภาพของโลกอนาคตไว้ในเรื่อง Wizard of Oz ที่เขียนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1900, Metropolis เมื่อปี 1927, และ Star Trek ที่เป็นหนังทีวีซีรีส์ในปี 1966 รวมไปถึงภาพยนตร์หลายเรื่องที่เน้นเรื่องของเครื่องจักรกลอัจฉริยะเช่น Star Wars, Terminator, Artificial Intelligence A.I., Bicentennial Man, I Robot, The Matrix, Ex Machina เป็นต้น เราจะย้อนหลังกลับไปดูช่วงเริ่มต้นของเอไอในอดีต มาจนถึงการพัฒนาที่นำเรามาจนถึงเอไอที่เราคุ้นหู และใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันเช่น Google Search หรือ Apple’s Siri หรือ Trading Robots เป็นต้น เหตุการณ์ที่เป็นตัวเร่งให้เริ่มศึกษากันอย่างจริงจังเกี่ยวกับเอไอ เกิดในช่วงของสงครามโลก
Category Archives: บทความน่าสนใจ
หลายท่านอาจจะสงสัยว่าการตั้งราคาทองคำในแต่ละวันนั้นทำอย่างไรและใช้ข้อมูลอะไรในการอ้างอิง ที่มาของการตั้งราคาทองคำนั้นอ้างอิงจาก 2 ปัจจัยหลักก็คือ Gold Spot และค่าเงินบาท Gold Spot คือ ราคาทองคำต่างประเทศ มีหน่วยเป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มีแรงซื้อขายจากตลาดทั่วโลกตลอด 24 ชั่วโมง อีกปัจจัยหนึ่ง คือ อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะราคาทองคำนั้นใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหลัก เมื่อจะแปลงราคาทองคำต่างประเทศเป็นราคาทองคำในประเทศไทย จึงต้องใช้อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ มาคำนวณเป็นราคาซื้อขายทองคำในประเทศไทยด้วย ปัจจัยที่มีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อัตราแลกเปลี่ยน (Foreign Exchange Rate) คือ ราคาของเงินสกุลหนึ่งเทียบกับเงินอีกสกุลหนึ่ง องค์ประกอบหลักของอัตราแลกเปลี่ยนจึงมี 2 ส่วนคือ เงินสกุลท้องถิ่นกับเงินสกุลต่างประเทศ สามารถแสดงราคาได้สองแบบ แบบแรกคือ ราคาเงินสกุลต่างประเทศที่แสดงเป็นเงินสกุลท้องถิ่น ส่วนแบบที่สองคือ ราคาเงินสกุลท้องถิ่นที่แสดงเป็นเงินสกุลต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น เงินดอลลาร์สหรัฐฯ 1 ดอลลาร์เท่ากับเงินบาท 33 บาท ในทางกลับกัน เงิน 1 บาท เท่ากับเงิน 0.03 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจัยที่มีผลต่อราคาของเงินแต่ละสกุล ได้แก่ เงินเฟ้อ
ในตอนที่แล้วได้กล่าวถึงการพลิกหน้าประวัติศาสตร์โลกในช่วงการเปลี่ยนแปลงหลังการปฏิวัติ โดยการนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีน จนถึงช่วงปี 2556 ซึ่งเป็นช่วงต้นของการเข้าดำรงตำแหน่งของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนคนปัจจุบัน คือ ท่านประธานสี จิ้นผิง ผู้ซึ่งได้ปลุกโครงการ เส้นทางสายไหมในอดีตขึ้นมา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ชาติตะวันตกต้องจับตามองถึงผลกระทบต่อทิศทางการลงทุน และการค้าของโลกอนาคต ในศตวรรษที่ 21 จีนเรียกโครงการนี้ว่า “หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง” หรือ One Belt One Road ที่ใช้แนวคิดจากเส้นทางสายไหมในอดีต 2,000 กว่าปีที่ผ่านมา เส้นทางสายไหมในอดีตนั้น มีมาตั้งแต่ยุคสมัยราชวงศ์ฮั่น เมื่อสองพันกว่าปีมาแล้ว ฮั่นอู่ตี้ ฮ่องเต้ของราชวงศ์ฮั่นตะวันตก ได้ส่ง จางเชียน เป็นทูตออกเดินทางไปยังดินแดนตะวันตก เพื่อแสวงหาพันธมิตรมาร่วมต่อสู้กับชนเผ่าซงหนู เป็นการบุกเบิกเส้นทางสายไหมทางบก มีการนำผ้าไหม ซึ่งจีนเป็นประเทศแรกที่คิดค้นการเลี้ยงหม่อนไหมและการทอผ้าไหมขึ้น มีการเผยแพร่ สิ่งประดิษฐ์อันยิ่งใหญ่ของจีนคือกระดาษ เข็มทิศ ดินปืน และเทคโนโลยีการพิมพ์ไปสู่สายตาชาวโลก ส่วนเส้นทางสายไหมทางทะเลนั้นเกิดขึ้นก่อน ในยุคสมัยราชวงศ์โจว และราชวงศ์ฉิน แต่เป็นเส้นทางสั้นๆ เพราะวิทยาการและเทคโนโลยีทางการเดินเรือยังไม่ก้าวหน้านัก ไม่สามารถ ต้านทานคลื่นลมมรสุมกลางทะเลได้ จึงไม่สามารถไปได้ไกล โครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง One Belt One
ยุคประวัติศาสตร์ร่วมสมัยของประเทศจีน เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงหลังการปฏิวัติ โดยการนำของพรรคคอมมิวนิสต์จีนภายใต้การนำของ เหมา เจ๋อตุง ที่สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน และปกครองโดยระบอบคอมมิวนิสต์ มีนโยบายโดดเดี่ยวตัวเอง เพื่อจัดการกับกิจกรรมภายในประเทศให้บรรลุเป้าหมายของการเป็นสังคมใหม่ จึงมีการปรับโครงสร้างทางการเมืองและจัดระเบียบสังคมใหม่ที่เรียกว่าการปฏิวัติทางวัฒนธรรม โดยใช้ขบวนการเรดการ์ด หรือเยาวชนพิทักษ์แดง ที่มีสมาชิกเป็นเด็กวัยรุ่นในระดับมัธยมศึกษา มหาวิทยาลัย หลายล้านคนทั่วประเทศ มาร่วมกันสังคายนาสังคมให้เป็นไปตามหลักการของประธานเหมาฯ ภายหลังเมื่อ เติ้ง เสี่ยวผิง ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ ก็ได้ลดบทบาทของอุดมการณ์และแนวคิดของประธาน เหมา เจ๋อตุง เพราะเห็นว่านโยบายนั้นมีความถูกต้องเพียง 70% แต่ผิดพลาดถึง 30% จึงให้มาพัฒนาประเทศโดยดำเนินนโยบาย 4 ทันสมัยแทน คือให้จีนเป็นประเทศสังคมทันสมัย 4 ด้านประกอบด้วย เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การทหาร วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และเริ่มเปิดประเทศให้มีการติดต่อรับการลงทุนจากต่างชาติ ทำให้เศรษฐกิจของจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว การปฏิรูปอุตสาหกรรมในยุคนี้เอง ที่เริ่มมีการลดอำนาจของส่วนกลางในการตัดสินใจ และการบริหารไปยังผู้จัดการวิสาหกิจของรัฐมากขึ้น แทนการควบคุมจากพรรคคอมมิวนิสต์ ส่วนอุตสาหกรรมที่มวลชนเป็นเจ้าของ เช่น ตำบล หรือหมู่บ้าน เป็นต้น ให้ดำเนินการเป็นรูปของบริษัทวิสาหกิจทั้งหมด ที่รับผิดชอบต่อกำไรและขาดทุนเอง ประเทศจีนในช่วงเปลี่ยนผ่านการปกครองจากพรรคก๊กมินตั๋ง ของนายพล เจียง ไคเช็ค มาเป็นพรรคคอมมิวนิสต์ที่นำโดยประธานเหมา
Disclosure form หรือ แบบรายงานประจำปีสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่มีความสัมพันธ์กัน และยื่นพร้อมกับการยื่นแบบแสดงรายการตามมาตรา 69 ภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีเป็นแบบรายงานที่แสดงข้อมูลเกี่ยวกับ Disclosure Form ไม่ได้มีไว้ใช้เพื่อตรวจสอบภาษี แต่มีไว้เพื่อนำไปประเมินความเสี่ยงว่าบริษัทไหน มีความเสี่ยงมากในเรื่อง Transfer Pricing ถ้าประเมินแล้วมีความเสี่ยงมาก ก็อาจจะมีการขอตรวจสอบเพิ่มเติม บริษัทท่านมีรายได้ต่อปี มากกว่า 200 ล้านบาท หรือไม่ ? ท่านเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ถือหุ้น ในนิติบุคคลอื่น ซึ่งถือหุ้นรวมกันเกิน 50% หรือไม่ ? ถ้าใช่ ท่านยื่น Disclosure Form หรือยัง !? ( ขณะนี้มีร้านทองถูกปรับแล้ว ) ยกตัวอย่างบ.A มีรายได้ 200 ล้านบาท มีผู้ถือหุ้น คือ ก ข ค และ ง (ก และ ข ถือหุ้นรวมกัน
สมาคมค้าทองคำ ได้ประสานงานบริษัทประกันภัย เพื่อให้แต่ละบริษัทจัดทำแพ็คเกจเบี้ยประกันภัยและความคุ้มครองที่เหมาะสมกับร้านทอง และมอบส่วนลดพิเศษสำหรับสมาชิกของสมาคมค้าทองคำ มีบริษัทประกันภัยเข้าร่วมโครงการ จำนวน 7 บริษัท ได้แก่ 1.แองโกลอีสต์ แผนกรมธรรม์ประกันภัยร้านทอง ติดต่อ ผู้เชี่ยวชาญจาก AEG / ฝ่ายขาย โทร. 02 238 4561 กด 1 อีเมล : aeg.callcenter@aeginc.co 2.กรุงเทพประกันภัย แผนกรมธรรม์ประกันภัยร้านทอง ติดต่อ คุณกชวรรณ โทร. 0 2285 8712 อีเมล : kotchawan.t@bangkokinsurance.com 3.วิริยะประกันภัย แผนกรมธรรม์ประกันภัยร้านทอง ติดต่อ คุณนัฐพล วัฒนศิริพร โทร. 0 2129 7699 อีเมล : nuttapolw@viriyah.co.th 4.เมืองไทยประกันภัย แผนกรมธรรม์ประกันภัยร้านทอง ติดต่อ คุณฐิติพัฒน์ อยู่คอน โทร. 0 2015 5000 ต่อ
คำสั่งสำนักงานศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงมหาดไทย (ศบค.มท.) ที่ 1/2563 – http://www.moicovid.com/wp-content/uploads/2020/04/8.-คำสั่ง-ศบค.มท.-ที่-1-2563-27-มี.ค.-63-เรื่อง-จัดตั้งโครงสร้าง-สนง.ศบค.มท..pdf คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ที่ 2/2563 – http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/102/T_0007.PDF คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ที่ 3/2563 – http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/E/115/T_0050.PDF ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) – https://media.thaigov.go.th/uploads/document/66/2020/03/pdf/Doc_20200325211959000000.pdf ข้อกำหนด ออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 7) – https://media.thaigov.go.th/uploads/public_img/source/ข้อกำหนดฉบับที่7.pdf คู่มือสำหรับผู้ประกอบการลงทะเบียน มาตรการใช้แอพพลิเคชั่นทางโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตามที่ทางราชการ กำหนด หรือ แอพ “ไทยชนะ” เพื่อให้ลูกค้าสแกน QR code ลงทะเบียนก่อนเข้าร้าน – https://www.ไทยชนะ.com/manual/คู่มือสำหรับผู้ประกอบการลงทะเบียน และวิธีการสแกน QR.pdf – https://www.ไทยชนะ.com/
ยุคสมัยใหม่ของประเทศจีน เป็นช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบบจักรพรรดิฮ่องเต้ มาเป็นระบอบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์หรือสาธารณรัฐจีน โดยเริ่มจากช่วงปลายราชวงศ์ชิงจนมาถึงช่วงสุดท้ายของเจียง ไคเชก ซึ่งต้องระหกระเหินไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นที่ไต้หวันเมื่อปี พ.ศ. 2492 หลังจากนั้นจีนก็อยู่ภายใต้การปกครองของพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาจนถึงปัจจุบันนี้คือ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน และเปลี่ยนชื่อประเทศเป็นสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่ากันว่า เจียง ไคเชก รู้ตัวล่วงหน้าและได้เตรียมการโยกย้ายทรัพย์สิน ทั้งส่วนตัวและของประเทศไปยังไต้หวันก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี 2491 รวมถึงทองคำราว 113.6 ถึง 115.2 ตัน ที่ขนย้าย จากนครเซี่ยงไฮ้ไปเก็บไว้ยังไต้หวัน โดยมีอเมริกาเป็นพันธมิตรสนับสนุนอยู่เบื้องหลังทั้งการทหารและการเมือง หากจะกล่าวถึงช่วงปลายของราชวงศ์ชิง ซึ่งเป็นราชวงศ์สุดท้ายของจีน มีพระนางซูสีไทเฮา (ยุคสมัยของพระนางซูสีไทเฮาอยู่ในช่วงกรุงรัตนโกสินทร์ของเรา ประมาณช่วงกลางรัชกาลที่ 3 ถึง ปลายรัชกาลที่ 5) ที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จทางการปกครองเวลานั้น เป็นช่วงที่เกิดการต่อต้านเป็นขบวนการปฏิวัติและเคลื่อนไหวของประชาชนอย่างเข้มข้น จนกระทั่งฝ่ายต่อต้านเองก็ยังเกิดการแตกแยกเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายปฏิรูปของ คัง โหย่วเหวย์ ที่สนับสนุนให้มีรัฐธรรมนูญ โดยยังคงให้มีตำแหน่งฮ่องเต้ (แต่ท้ายสุดตนเองต้องหลบหนีออกนอกประเทศภายหลังพระนางซูสีไทเฮาทำรัฐประหารกวาดล้างขุนนางในราชสำนัก) และฝ่ายปฏิวัติ ของดร.ซุน ยัตเซ็น ที่ต้องการล้มล้างราชวงศ์ชิงให้หมดสิ้น ทำให้พระนางซูสีไทเฮาจำเป็นต้องเลือกใช้แนวทางของฝ่ายปฏิรูป เพื่อลดความร้อนแรงในการต่อต้านของประชาชนคือ ให้มีร่างรัฐธรรมนูญและแต่งตั้งรัชทายาทใหม่คือจักรพรรดิ ผู่อี๋ ในขณะที่มีพระชนมายุยังไม่ถึง 3 ขวบ
ฉบับที่แล้วเรากล่าวถึงประเทศจีนตอนกำเนิดพญามังกรคือในยุคสมัยโบราณ ตามบันทึกของซือหม่า เซียน (ซือหม่า เซียน เป็นนักประวัติศาสตร์ในยุคสมัยราชวงศ์ฮั่นตะวันตก มีชีวิตในราวสองพันกว่าปีที่ผ่านมา และเริ่มเขียนหนังสือประวัติศาสตร์เล่มแรกของจีนที่เรียกว่า “สือจี้” เมื่อประมาณปี พ.ศ. 439) ที่เขียนเป็นพงศาวดารประวัติศาสตร์ของจีนในยุคเริ่มต้นสมัยโบราณว่ามีการปกครองโดยกษัตริย์ทั้งหมด 54 พระองค์จาก 2 ราชวงศ์ เป็นยุคทองของภูมิปัญญาเริ่มจากการประดิษฐ์ตัวอักษรขึ้นใช้และมีแนวคิดเชิงปรัชญาทางการเมืองโดย ขงจื๊อ เล่าจื๊อ เป็นต้น จนถึงสมัยสงครามชุนชิวจ้านกั๊วในปี พ.ศ. 323 จึงเกิดการรวมจีนเป็นจักรวรรดิโดยจิ๋นซีฮ่องเต้ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นช่วงที่ 2 ของประวัติศาสตร์ชาติจีนที่เราขอเรียกว่า ยุคสมัยจักรวรรดิ เป็นช่วงของความเจริญทางสังคม และมีการพัฒนาเทคโนโลยีในด้านต่างๆ เช่น การเงิน อักษรศาสตร์ วรรณกรรม ศิลปกรรม คณิตศาสตร์ วิศวกรรมโลหะ การต่อเรือ อาวุธดินปืน ดาราศาสตร์ และการแพทย์ เป็นต้น มีความรุ่งโรจน์สูงสุด และมีการถ่ายทอดวัฒนธรรมหลายอย่างมาสู่ปัจจุบัน ยุคนี้กินเวลายาวนานกว่าสองพันปี จนมาถึงการล่มสลายของระบอบราชวงศ์จีน เปรียบยุคนี้เสมือนหนึ่งว่าจีนได้พัฒนาความเจริญถึงจุดสูงสุดแล้วประเทศได้กลับลงมาสู่ความเป็นสามัญเช่นเดียวกับประเทศอื่นทั่วไป ในขณะที่ประเทศโลกตะวันตกได้พัฒนาต่อจนกลายเป็นมหาอำนาจ ในฉบับนี้ เราขอสรุปโดยย่อเรื่องราวของจีนช่วงยุคสมัยจักรวรรดิภายใต้การปกครองของหลายราชวงศ์ จนถึงการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยเริ่มจากราชวงศ์ฉิน (หรือจิ๋น) และฮั่น ซึ่งเป็นช่วงของการสร้างชาติพัฒนาความเจริญและความทันสมัยกว่า



