เรายังคงอยู่กับสุดยอดพระเครื่องเนื้อทองคำ คุณพิศาล เตชะวิภาค หรือ “อาจารย์ต้อย เมืองนนท์” รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย คนที่ 1 ได้ให้ข้อมูลไปแล้ว 6 อันดับ ประกอบไปด้วย เหรียญหลวงพ่อโสธร ปี 2460 ของวัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา เหรียญหลวงพ่อธรรมจักร วัดเขาธรรมามูล จ.ชัยนาท เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังวรวิหาร บางขุนเทียน ธนบุรี เหรียญพระแก้วมรกต 2475 (บล็อกนอก) วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ “รุ่นฉลองพระนคร 150 ปี พ.ศ. 2475” เหรียญหลวงพ่อทองศุข รุ่น 2 วัดโตนดหลวง จ.เพชรบุรี และเหรียญไพรีพินาศ วัดบวรนิเวศวิหาร สร้างปี พ.ศ. 2495 ต่อไปเรามาชมกันต่อที่ อันดับ 7 และ 8 ของ 10 อันดับสุดยอดพระเครื่องเนื้อทองคำ เหรียญฉลอง 25 พุทธศตวรรษ
Category Archives: บทความน่าสนใจ
มาต่อกันที่สุดยอดพระเครื่องเนื้อทองคำ ที่มีความเก่าแก่ หายาก และได้รับความนิยม ซึ่งคุณพิศาล เตชะวิภาค หรือ “อาจารย์ต้อย เมืองนนท์” รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย คนที่ 1 ได้ให้ข้อมูลมาแล้ว 4 อันดับ คือ เหรียญหลวงพ่อโสธร ปี 2460 เหรียญหลวงพ่อธรรมจักรวัดเขาธรรมามูล จ.ชัยนาท เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังวรวิหาร และเหรียญพระแก้วมรกต 2475 (บล็อกนอก) วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ “รุ่นฉลองพระนคร 150 ปี พ.ศ. 2475” มาในฉบับนี้ จะขอนำเสนออันดับที่ 5 และ 6 คือ เหรียญหลวงพ่อทองศุข รุ่น 2 เหรียญหลวงพ่อทองศุข รุ่น 2 วัดโตนดหลวง จ.เพชรบุรี หลวงพ่อทองศุข เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงด้านวิทยาคมสูงส่งมาก และเก่งทางหมอรักษาโรค ทั้งยังเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัยและปฏิบัติวิปัสสนาธุระเป็นเนืองนิตย์ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของสาธุชนทั่วไป วั ตถุมงคลที่หลวงพ่อทองศุข สร้างมีหลายชนิด
เรายังคงอยู่กับ 10 อันดับสุดยอดพระเครื่องเนื้อทองคำ ที่ผ่านมา คุณพิศาล เตชะวิภาค หรือ “อาจารย์ต้อย เมืองนนท์” รองนายกสมาคม ผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย คนที่ 1 และยังเป็นที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ได้ให้ข้อมูลกับ สุดยอดพระเครื่องเนื้อทองคำ ไปแล้ว 2 อันดับ ต่อไปจะมาดูกันต่อ ในอันดับ 3 และ 4 เหรียญหลวงปู่เอี่ยม เหรียญที่มีความเก่าแก่อันดับ 3 และเป็นเหรียญสุดท้ายที่สร้างก่อนปี พ.ศ. 2470 นั่นก็คือ เหรียญหลวงปู่เอี่ยม วัดหนังวรวิหาร บางขุนเทียน ธนบุรี สร้างเมื่อปี 2467 โดยพระภาวนาโกศลเถระหรือ หลวงปู่เอี่ยม สุวณฺณสโร หรือ ท่านเจ้าคุณเฒ่าเพื่อแจกจ่ายแก่พุทธศาสนิกชนที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคปัจจัยสมทบทุนในการปฏิสังขรณ์ศาลาการเปรียญซึ่งชำรุดทรุดโทรมมาก ทั้งนี้หลวงปู่เอี่ยมเป็นพระที่มีผู้นับถือมาก ตั้งแต่ชาวบ้านจนถึงคนชั้นสูง สำหรับ “เหรียญหลวงปู่เอี่ยม รุ่นแรก ยันต์สี่ พ.ศ. 2467” ถือเป็นครั้งแรกที่หลวงปู่ยอมให้มีการทำเหรียญที่ระลึกขึ้น มีทั้งเนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อทองแดง
บทความที่ผ่านมา คุณพิศาล เตชะวิภาค หรือ “อาจารย์ต้อย เมืองนนท์” รองนายกสมาคม ผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยคนที่ 1 และยังเป็นที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ ได้มาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระเครื่องที่เกี่ยวโยงกับทองคำไปแล้ว ต่อไป “อาจารย์ต้อย เมืองนนท์” จะมาเล่าให้ฟังถึง 10 อันดับสุดยอดพระเครื่องเนื้อทองคำ ที่ถือว่าเป็นของหายากมีมูลค่าสูง และเป็นที่ต้องการของผู้ที่นิยมพระเครื่อง โดยจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงคือ ปี พ.ศ. 2460–70 ซึ่งพระในยุคนี้ถือว่ามีราคาสูงเพราะมีคนต้องการมาก อีกช่วงก็จะเป็นหลังปี พ.ศ. 2470 เหรียญหลวงพ่อโสธร เหรียญพระเครื่องทองคำ ที่ถือว่ามีความเก่าแก่มากที่สุด ก็คือ เหรียญหลวงพ่อโสธร ปี 2460 ของวัดโสธรวราราม จ.ฉะเชิงเทรา สร้างในสมัยพระอาจารย์หลิน โดยมีขุนศิรินิพัฒน์ มัคทายกวัด โดยการแต่งตั้งจากกระทรวงธรรมการเป็นผู้ดำเนินการสร้าง โดยได้สร้างเหรียญขึ้นเป็นจำนวนมากเพื่อให้พอเพียงสำหรับสมนาคุณแก่ผู้บริจาคทรัพย์ซ่อมแซมชุกชี ขององค์หลวงพ่อโสธร มี 4 ประเภท เหรียญทองคำ เหรียญนวโลหะหรือสำริด เหรียญทองแดง เหรียญเงิน ส่วนเหรียญทองคำหลวงพ่อโสธร สร้างขึ้นไม่เกิน 20
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบพระเครื่อง โดยเฉพาะเรื่องราวของพระเครื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับทองคำ คงจะไม่อยากพลาดเนื้อหานี้อย่างแน่นนอน สมาคมค้าทองคำ ได้รับเกียรติจาก คุณพิศาล เตชะวิภาค หรือ “ต้อยเมืองนนท์” รองนายกสมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทยคนที่ 1 และยังเป็นที่ปรึกษา รมว.เกษตรฯ มาเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพระเครื่องที่เกี่ยวโยงกับทองคำ ซึ่งมีความน่าสนใจในหลากหลายแง่มุม และยังเล่าถึง 10 อันดับสุดยอดพระเครื่องเนื้อทองคำ ที่ถือว่าเป็นของหายาก และมูลค่ามหาศาลซึ่งจะได้ทยอยนำเสนอต่อไป คุณพิศาลฯ กล่าวว่า สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2537 ขณะนี้เป็นสมาคมที่ใหญ่ที่สุด มีสาขาทุกจังหวัดในประเทศไทย โดยสมาคมฯทำหน้าที่เป็นแกนกลางสำหรับผู้นิยมสะสมพระทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ รวมถึงยังให้ความรู้กับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระเครื่องและพระบูชา ทั้งนี้ คนไทยส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ชายสนใจพระเครื่องและมีความผูกพันกับพระเครื่องมานาน พระเครื่องถือเป็นสิ่งมงคลที่มักมอบให้กันในวาระพิเศษต่างๆ และชาวพุทธเกือบทุกคนมีพระเครื่องติดตัว ส่วนจะให้ความสนใจถึงที่มาที่ไปของพระองค์นั้นๆ ก็ขึ้นอยู่กับความชื่นชอบและความศรัทธา คุณพิศาลฯ ได้เล่าต่อถึงมวลสารที่นำมาใช้ในการทำพระเครื่อง มีหลากหลายชนิดด้วยกัน และ “ทองคำ” ก็เป็นหนึ่งในนั้น และถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอดของมวลสาร เพราะ “ทองคำ” มีความเป็นสิริมงคล เป็นโลหะชั้นสูง มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวมีสีสันสุกเหลืองอร่ามไม่มีการด่างดำ ที่สำคัญคุณค่าและราคาของทองคำนับวันจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ดี พระเครื่องเนื้อทองคำได้สร้างขึ้นมาจำนวนมากจากหลายวัด แต่ก็ใช่ว่าพระเนื้อทองคำ จะได้รับความนิยมทุกรุ่นหรือทุกองค์
ธรรมชาติของทองคำในทางวิทยาศาสตร์คือแร่ในธรรมชาติ ที่มักจะพบตามสายควอตซ์ปนกับแร่หนักอื่นๆ มีความทนทานต่อการสึกกร่อน ลักษณะโดยทั่วไปมักพบเป็นเกล็ด เม็ดกลม หรือเป็นก้อนใหญ่ มีความเหนียวที่สามารถตีแผ่เป็นแผ่นบางๆ ได้ ลักษณะเด่นของทองคำคือมีความหนักเพราะค่าความถ่วงจำเพาะสูง มีสีเหลืองวาว และกรดธรรมดาไม่สามารถละลายทองได้ โดยจะละลายในกรดกัดทอง aqua regia (จากการผสมกันของ กรดไนตริค และกรดไฮโดรคลอริค) เท่านั้น แหล่งแร่ทองคำของประเทศไทยมีอยู่ในหลายจังหวัด เช่นพิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เป็นต้น และยังเป็นปัญหาที่รัฐบาลไทยถูกบริษัทคิงส์เกตฟ้องร้อง เป็นคดีของเหมืองทองอัคราที่ถูกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 72/2559 ให้ปิดเหมือง โดยเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาลเป็นจำนวนกว่าสามหมื่นล้านบาท ส่วนในต่างประเทศก็มีแหล่งทองคำที่สำคัญๆ อยู่ใน แอฟริกาใต้ สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย รัสเซีย แคนาดา บราซิล ชิลี เปรู จีน อินเดีย เป็นต้น หากมาดูในมุมของทรัพยากรธรรมชาติโดยรวมที่เป็นขุมสมบัติของแต่ละประเทศ เมื่อปี 2564 Investopedia ได้มีการจัดอันดับ 10 ประเทศที่มีความมั่งคั่ง (ตามรายรับของรัฐบาล) ของทรัพยากรธรรมชาติ ดังนี้ ประเทศจีน ที่กว่า 90% เป็นถ่านหิน
ตั้งแต่มนุษยชาติเริ่มสื่อสารกันได้ก็มีวิวัฒนาการเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนสิ่งของจนพัฒนาไปถึงเรื่องของการค้าขายข้ามประเทศ สื่อกลางที่ยอมรับกันในรูปของเงินตราแบบเหรียญและเงินกระดาษก็เกิดขึ้น ในยุคแรกนั้นเราใช้ระบบที่เรียกว่า Barter System คือการใช้สิ่งของเป็นการแลกเปลี่ยนกัน เมื่อสามพันกว่าปีที่ผ่านมา ก็ใช้เปลือกหอยเบี้ยที่พบแถวมหาสมุทรอินเดียเป็นตัวกลางแลกเปลี่ยน ในยุคสำริด (Bronze Age) ซึ่งเป็นช่วงกำเนิดแหล่งอารยธรรมลุ่มแม่น้ำฮวงโหของจีน (เริ่มมีระบบราชวงศ์และนับเป็นยุคแรกของประวัติศาสตร์จีน) พบว่ามีการนำเอาโลหะสำริดมาแกะสลักเพื่อใช้ในการแลกเปลี่ยนสิ่งของในจีน นับว่าเป็นจุดเริ่มของการนำโลหะมาใช้เป็นสื่อกลาง หลังจากนั้น โลกเราก็เข้าสู่ยุคของระบบเงินตราที่มีบันทึกอย่างเป็นทางการ คือเมื่อราวสองพันหกร้อยปีที่ผ่านมาในอาณาจักรลิเดีย (ปัจจุบันคือส่วนหนึ่งของประเทศตุรกี) มีการใช้เหรียญกษาปณ์เป็นก้อนเงินผสมทอง มีตราประทับหัวสิงโตประจำพระองค์ของกษัตริย์ มูลค่าน่าจะแตกต่างกันไปตามขนาดของเหรียญ หลังจากนั้นเงินตราในรูปแบบนี้ก็เริ่มขยายตัวไปยังอาณาจักรอื่นๆ รวมถึง กรีก โรมัน และยุโรป ทำให้การค้าขายเติบโตและเจริญขึ้น จนกระทั่งเมื่อราวพันกว่าปีที่แล้ว มาร์โคโปโลได้นำตั๋วแลกเงินของจีนกลับยุโรปหลังจากที่ได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งในประเทศจีน นับว่าเป็นผู้จุดประกายแนวคิดเรื่องเงินกระดาษในประเทศตะวันตก ซึ่งใช้เวลาอีกกว่าสามร้อยปี ถึงจะเริ่มมีการใช้เงินกระดาษ (Bank Notes) กันเป็นครั้งแรกในประเทศสวีเดน มาในปัจจุบันเราเริ่มเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงการใช้สกุลเงินให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัลชัดเจนมากขึ้น เมื่อจีนขยับทดลองใช้เงินหยวนดิจิทัล ก่อนหน้านี้ไม่นานก็มีการพูดถึงกันมากในเรื่องของสกุลเงินเข้ารหัสที่ เรียกว่า Cryptocurrency หลังการเปิดตัวของ Bitcoin ในปี 2552 ซึ่งในขณะนั้นถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนชนิดใหม่ ต่อมาในปี 2557 ก็เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างขึ้นเพราะมูลค่าของ Bitcoin ได้เติบโตไปกว่า 10 เท่าในขณะนั้น (และเป็นหลายๆ สิบเท่าในปัจจุบัน)
หลังจากที่ทุกท่านอ่านบทความเรื่องเทคโนโลยีกันไปเยอะแล้ว ในวันนี้จะพาทุกคนไปเยี่ยมชมหนึ่งใน พิพิธภัณฑ์ในยามค่ำคืน (Night at the Museum) ที่น่าสนใจและน่าไปเยี่ยมชมสักครั้ง นั่นก็คือ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร สำนักพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ แต่ทว่าที่นี่ไม่ได้จัดให้เข้าชมในตอนกลางคืนบ่อยนัก โดยครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ และเราได้เข้าชมในระหว่างวันที่ 17–19 ธันวาคม 2565 ที่ผ่านมา โดยจะเปิดให้เข้าชมความงดงามของโบราณสถานภายในพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) และส่วนจัดแสดงนิทรรศการในพระที่นั่งต่างๆ ระหว่างเวลา 16.00-20.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เราเดินทางมาถึงตั้งแต่ช่วงเย็น เมื่อมาถึงอันดับแรกที่ทำก็คือการเข้ากราบนมัสการพระพุทธสิหิงค์ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ และชมจิตรกรรมฝาผนังแห่งยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์จากนั้นได้เดินเที่ยวชมพื้นที่โดยรอบ จนกระทั่งช่วงค่ำเมื่อถึงเวลาที่ทางผู้จัดงานได้เปิดไฟ โดยใช้แสงสีต่างๆ ส่องไปกระทบกับกำแพงโบราณสถานภายในพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ทำให้มีความงดงามแปลกตาออกไป ขณะที่ส่วนจัดแสดงนิทรรศการในพระที่นั่งต่างๆ ก็ได้เปิดไฟสว่างไสว เพิ่มความงดงามของโบราณวัตถุที่จัดแสดงในห้องต่างๆ เป็นอย่างมาก ต้องยอมรับว่ายังไม่เคยเดินเที่ยวชมในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนครมาก่อน มาครั้งแรกก็ได้มาสัมผัสประสบการณ์ท่องพิพิธภัณฑ์ยามค่ำคืนเลย ถือว่าเป็นโอกาสพิเศษสุดจริงๆ และสิ่งของที่จัดแสดงภายในถือว่างดงาม ตระการตา และสุดล้ำค่า ในครั้งนี้เราใช้เวลาค่อนข้างมากในการเที่ยวชมอาคารหมู่พระวิมาน พระราชมณเฑียรที่ประทับในกรมพระราชวังบวรสถานมงคล ซึ่งได้จัดแสดงโบราณวัตถุสำคัญๆ นอกจากนั้น ยังมีสิ่งของเครื่องใช้ที่มีความเก่าแก่และงดงาม ที่หาชมได้ยากยิ่ง แน่นอนว่าวารสารทองคำ ก็ต้องดูสิ่งของที่ทำมาจากทองคำซึ่งแม้ว่าจะมีไม่มาก แต่ที่นำมาจัดแสดงก็ถือว่างดงามและทรงคุณค่า อย่างเช่น
“ทองคำ” เป็นสินทรัพย์ชนิดที่คงความมีค่าในตัวเองและเป็นเช่นนี้มาอย่างยาวนาน โดยเกี่ยวพันกันกับประวัติศาสตร์ของเงินตรา และมนุษยชาติในทุกสังคมและชนชาติ ที่เป็นเช่นนี้เพราะทองคำเป็นโลหะมีค่าที่หาได้ในธรรมชาติมีความทนทาน แปรรูปง่าย และคงคุณสมบัติพื้นฐานที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ในอดีตถึงปัจจุบันมีการใช้ทองคำเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ มากมาย เช่น นำมาขึ้นรูปเป็นของใช้เครื่องประดับในกลุ่มคนชั้นสูง สามารถใช้ชำระหนี้แทนเงินตรา ใช้เป็นหลักประกันความมั่นคง และใช้อ้างอิงเพื่อผลิตธนบัตรสำหรับชำระหนี้ตามกฎหมายในแต่ละประเทศทั่วโลกจนถึงยุคศตวรรษที่ 20 เรียกว่า มาตรฐาน Gold Standard (แม้ว่าในปัจจุบันหลายประเทศก็มาใช้ระบบ fiat money แบบไม่ต้องมีทุนสำรองในการผลิตธนบัตรออกมาใช้ แต่รัฐบาลของหลายๆ ประเทศก็ยังสะสมทองคำสำรองเพื่อป้องกันความเสี่ยง) นอกจากนี้ ทองคำยังสามารถสร้างผลกำไรให้กับนักลงทุนด้วย เช่น การลงทุนผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดโลก เป็นต้น เมื่อสังคมโลกก้าวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยีจึงมีคำถามว่าทองคำในยุคดิจิทัลนี้ยังคงมีบทบาทที่โดดเด่นเหมือนในอดีตอีกหรือไม่ คนไทยเราอาจจะคิดว่าการซื้อการขายทองคำไม่ได้ยากลำบากเพราะในประเทศเรามีร้านทองให้บริการสะดวกสบายอยู่ทั่วไป แต่สำหรับนักลงทุนต่างประเทศนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ตั้งแต่เรื่องของการขนส่ง การเก็บรักษา และค่าใช้จ่ายต่างๆ ผ่านค่าพรีเมี่ยม ทำให้ต้นทุนนั้นสูงขึ้นไปมาก ก็เกิดทางเลือกหลายอย่างให้กับนักลงทุนที่สนใจทองคำ เช่น มีการออกเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เรียกว่า Gold ETF (Gold Exchange Traded Fund) ในรูปแบบของกองทุนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อให้มีการซื้อขายได้สะดวกเหมือนหุ้น ใช้เงินน้อย ค่าใช้จ่ายต่ำ มีการบริหารจัดการโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม ซึ่งจะนำไปลงทุนในกองทุน SPDR Gold Trust ต่อไป อย่างไรก็ตาม ราคา
หลังจากที่เราได้แนะนำที่มาและความหมายของเอไอไปในบทความที่แล้ว คราวนี้เรามาสรุปประเด็นสำคัญที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและด้านการลงทุนได้เคยพูดไว้ เกี่ยวกับเอไอและผลกระทบในอนาคตของตลาดการลงทุนโดยรวม วิวัฒนาการของเอไอนั้น เป็นผลต่อเนื่องมาจากยุคคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมาสู่โลกของอินเตอร์เน็ตเข้าสู่ยุคของโทรศัพท์มือถือ จนเปลี่ยนผ่านมาสู่โลกของเอไอนั้นใช้เวลานานกว่าสามสิบปี และขณะนี้ก็นับว่าเป็นช่วงเวลาของการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ (paradigm shift) จากการเขียนโปรแกรมแบบชัดเจนให้ได้คำตอบตามวัตถุประสงค์ (explicit programming) ไปสู่การเขียนโปรแกรมให้เครื่องเรียนรู้เอง เพื่อการตัดสินใจโดยอัตโนมัติ (implicit programming) อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องพึ่งพามนุษย์ให้เป็นผู้กำหนดเงื่อนไขต่างๆ ขึ้น เอไอที่นำมาประยุกต์ใช้กับตลาดทุน/ตลาดโภคภัณฑ์ในปัจจุบันยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้น เพราะยังต้องใช้ข้อมูลแบบ Big Data ที่มีประสิทธิภาพอีกมากเพื่อมาพัฒนางานวิจัยด้านนี้ต่อไป แนวคิดของการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ต่างๆนั้นมีมานานแล้ว ซึ่งเรียกกันว่า algorithmic trading หรือการซื้อขายตามกระบวนการขั้นตอนที่กำหนด เป็นการลดจุดอ่อนของมนุษย์ ที่มีความลังเลในการตัดสินใจออกไปจากสมการในโปรแกรม แต่ยังไม่แพร่หลายนักในกลุ่มนักลงทุนทั่วไป เพราะนักลงทุนส่วนใหญ่นั้นยังเชื่อและมั่นใจโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้การวิเคราะห์เชิงเทคนิคที่พัฒนากันมาตั้งแต่ยุคกลางศตวรรษที่ 20 ปัจจุบันมีการใช้ ML (Machine Learning) และ AI (Aritificial Intelligence) ในองค์กรใหญ่ๆ เกี่ยวกับกลยุทธการลงทุนเพื่อพัฒนากระบวนการขั้นตอน ค้นหาสภาพคล่อง ที่เรียกว่า Liquidity searching algorithm ทำให้บุคลากรในสายงานเหล่านี้ถูกลดจำนวนลงและเพิ่มบทบาทของเอไอในองค์กรตัวเอง มีความเป็นไปได้สูงที่อนาคตอันใกล้คงจะมีการใช้ข้อมูลแบบ real-time เพื่อมาประมวลผล ทำให้เกิดการพัฒนาและปรับแก้ตัวแบบจำลองให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ โดยการใช้ ML/AI อย่างมีประสิทธิภาพ องค์กรที่ว่านี้ก็รวมไปถึงกองทุนบริหารความเสี่ยง (hedge funds) ด้วย



